ออกรายการได้แค่ 500 “น้องเก้า” โต้เดือด “เจนนี่” ปมค่าตัว แถมหัวร้อนเพราะทำพ่อโดนด่าทั้งตระกูล !

2020-07-30 15:50:26

ออกรายการได้แค่ 500 “น้องเก้า” โต้เดือด “เจนนี่” ปมค่าตัว แถมหัวร้อนเพราะทำพ่อโดนด่าทั้งตระกูล !

ฉายหนังคนละม้วน “น้องเก้า เกริกพล” อารมณ์เดือดไลฟ์โต้ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ปมเงินค่าตัว เผยออกรายการได้แค่ 500 แถมยังอ้างโดน “พ่อน้องเก้า” โทรทวงค่าส่วนแบ่ง 70/30ด้วยคำพูดไม่เหมาะสม ทำฝั่งพ่อโดนด่าทั้งตระกุูล !


ดูท่าว่าศึกระหว่างนักร้องหนุ่ม “เก้า เกริกพล เพชรรัตน์” หลังจากที่ได้มาร่วมฟิตเจอริ่งเพลงดังอย่าง “เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว” กับ “ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” น้องสาวของ “เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกหตุ” หรือ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” นักร้องและเจ้าของค่ายเพลง แล้วมีไม่ได้ค่าตัวตามที่ตกลงกันไว้จะไม่จบง่ายๆ ซะแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้สาวเจนนี่ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียดเคลียร์ดราม่าเรื่องโกงค่าตัวศิลปิน และผลประโยชน์ที่ตกลงกันไว้ที่ 70/30  แล้วดันกลับลำไม่ยอมทำตามที่ตกลง ซึ่งทางสาวเจนนี่ได้ออกมาเคลียร์แล้วว่าเธอนั้นไม่เคยโกงใคร และส่วนแบ่งและค่าตัวต่างๆ เธอนั้นก็ได้โอนเงินให้กับทางน้องเก้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ในโพสต์ที่สาวเจนนี่ออกมาชี้แจงนั้น เธอยังได้อ้างว่าทางฝั่งของพ่อน้องเก้าได้ใช้คำพูด ที่ไม่เหมาะสมโทรมาทวงถามส่วนแบ่งอีกต่างหาก

(อ่านข่าว : “เจนนี่” เคลียร์ดราม่าโกงค่าตัว หลังเพจดังออกมาแฉ เพลงโด่งดังแล้วถีบหัวส่งไม่แยแส !)




ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาฝั่ง “เก้า เกริกพล” นักร้องหนุ่มวัย 17 ปี เกิดอาการหัวร้อนและไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “เกริกพล เพชรรัตน์” ชี้แจงความจริงทางฝั่งของเจ้าตัว และฟาดกลับสาวเจนนี่ที่ให้ข้อมูลซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดทั้งตัวเองและครอบครัวว่า…

Advertisement




“ในตอนแรกทางฝั่งของเจนนี่ได้มาขอให้ไปร่วมฟิตเจอริ่งด้วย 2 รอบ แต่เจ้าตัวไม่ได้ไป แต่ภายหลังได้ไปออกรายการด้วยกัน ทำให้ทั้งสองฝั่งรู้จักกันมากขึ้นจึงตัดสินใจไปร่วมฟิตเจอริ่งด้วย ซึ่งที่เจ้าตัวออกมาพูดในวันนี้ยืนยันว่าเป็นความจริงทุกอย่าง ให้สาบานก็ได้ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องหรือต้องการเงินแต่อย่างใด เพราะเรื่องระหว่างเจ้าตัวและเจนนี่นั้นได้จบลงไปแล้ว สำหรับเงินจำนวน 10,000 บาทนั้น ก็คือทางเจนนี่ได้โอนให้จริง แต่เจ้าตัวเข้าใจว่าคือเงินที่ให้ใช้ในการเดินทางและกินขนมเพื่อไปอัดเสียงในวันแรก ไม่ได้เข้าใจว่าเป็นค่าตัว




Advertisement



ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มาเจอกันที่พัทลุง ตอนนั้นมีเจ้าตัว แม่ และทางฝั่งเจนนี่ก็รู้ดีว่าพูดและตกลงอะไรกันไว้ ซึ่งทางสาวเจนนี่ได้บอกกับแม่ว่าจะไม่เอาเปรียบน้อง เพราะเคยโดนเอาเปรียบมาก่อน ซึ่งตอนนั้นแม่ก็ทักท้วงว่า 10,000 บาทมันมากเกินไปมั้ย แค่ไปอัดเสียงเฉยๆ แถมยังทำงานไม่เสร็จ แต่ทางฝั่งเจนนี่ก็บอกว่าไม่เป็นไรให้น้องเอาไว้กินขนม ส่วนวันไปถ่ายเอ็มวีค่อยว่ากันอีกที

จนกระทั่งถึงวันที่ต้องไปถ่ายเอ็มวี ทางฝั่งนั้นก็สั่งเสื้อผ้าที่ใช้ถ่ายมาทั้งหมด 6,000 บาท เป็นของแบรนด์เนม เจ้าตัวจึงได้เอาเงิน 10,000 บาท ที่เขาให้ไว้มาซื้อเสื้อผ้า จ่ายค่ากิน แถมยังต้องออกเงินส่วนตัวอีก 2,000 บาท ในตอนนั้นก็คิดแค่ว่าช่วยๆ กันไปก่อน

ส่วนประเด็นส่วนแบ่ง 70/30 นั้น ทางฝั่งเขาก็ได้พูดจริง ไปคุยกับแม่เจ้าตัวว่าจะแบ่งค่ายูทูบให้ คุยกันหลังจากอัดเสียงร้องเสร็จ และรอจะไปถ่ายเอ็มวี ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวก็ไปกับ “พี่ติ๊ก ชีโร่” ด้วย ซึ่งกับพี่ติ๊กนั้น เจ้าตัวก็นับถือเป็นพ่อ และมีสัญญาใจกัน อยู่กันแบบพ่อลูก แต่ไม่ได้เซ็นสัญญา คนที่บอกว่าตนติดสัญญากับ “ติ๊ก ชีโร่” และมีการปิดกั้นตน ก็ไม่เป็นความจริงเลย ส่วนแบ่ง 70/30 ที่คุยกัน เจ้าตัวก็ให้ใจเขาไปโดยไม่ได้มีการเขียนลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด




Advertisement



และหลังจากเพลงลงยูทูบ ติดชาร์จอันดับ 1 มียอดวิวหลายล้าน จนกระทั่งเกิน 10 ล้านวิว เจ้าตัวก็ได้โทรไปหาเจนนี่ และบอกว่าเพลงน่าจะถึง 100 ล้านวิวแน่นอน พร้อมแสดงความดีใจกับเขา แต่คำที่ได้ยินคือ เพลงนี้ไม่ใช่เพลงของเก้า เป็นเพลงของลิลลี่ แต่คำสัญญาที่เขาให้มาก่อนหน้านั้น ทำไมกลับคำ

ทั้งนี้ เจ้าตัวยังได้ขอเพลงไปทำเป็นเวอร์ชั่นผู้ชาย เพื่อเอาไปอัพลงช่องยูทูบของตัวเอง เขาบอกว่าไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นสิทธิของเขา ก่อนหน้าที่คุยเรื่องส่วนแบ่ง เขายังไม่มีค่าย จึงเป็นสัญญาแบบใช้ใจแลกใจ

ถ้าถามว่าทำไมถึงเพิ่งออกมาพูดตอนนี้ เจ้าตัวก็ได้บอกว่าทำหนังสือยื่นไปให้พี่เขาแล้วที่บ้าน ตั้งแต่ตอนที่เพลงดังใหม่ๆ ซึ่งเขาก็ได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว แต่ทำเมิน !”




Advertisement



ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของเพลงแล้วนั้น “เก้า เกริกพล” ก็ยังได้เผยเรื่องถึงครั้งที่ไปเล่นคอนเสิร์ตและไปออกรายการต่างๆ ด้วยว่า…

“ส่วนเรื่องคอนเสิร์ตที่มีคนถามว่า ทำไมไม่ไปร่วมงานกับเขา ทำไมหยิ่ง หรือค่าตัวแพง ในส่วนคอนเสิร์ต เราตกลงกันว่า เขาจะให้เจ้าตัวที่ 3,000 บาทต่องาน ตอนนั้นเก้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้ว ถามว่าการเดินทางเจ้าตัวนั้นคุ้มไหมกับการไปเล่นคอนเสิร์ต ตนจึงตัดสินใจไม่ไป

นอกจากนี้เรื่องไปออกทุกรายการ ก็ได้มาแค่รายการละ 500 บาท แต่ 2 รายการหลัง พ่อเป็นคนโทรไปบอกกับรายการเองว่า 500 บาทไม่พอ แค่ค่าแท็กซี่ก็หมดแล้ว เพราะเก้าต้องเดินทางมาจากพัทลุง ได้แค่ 500 คุ้มมั้ย”





พร้อมกันนี้น้องเก้า ก็ยังได้เคลียร์ประเด็นที่ทางสาวเจนนี่ ได้เผยไว้ในโพสต์ว่า พ่อของน้องนั้น ได้โทรไปทวงถามส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ แถมยังกล่าวอ้างว่าฝั่งพ่อของน้องเก้าใช้คำพูดไม่เหมาะสมนั้น จนทำให้มีชาวเน็ตบางส่วนเข้ามาโจมตีและด่าทอลุกลามไปถึงตระกูลว่า…

Advertisement



“ในวันที่พ่อโทรไปหาเจนนี่นั้น ครอบครัวได้ยินกันหมด ซึ่งพ่อได้บอกว่าเพลงมีคนดู 100 ล้านวิวแล้วนะ มีอะไรจะให้น้องบ้าง ซึ่งแม้แต่คำขอบคุณยังไม่มีให้น้องเลย แต่สิ่งที่เขากลับตอบมาว่า ‘พ่อต้องการเท่าไหร่’ ซึ่งมันเป็นคำพูดที่ไม่น่าพูดกับผู้ใหญ่ หลังจากคุยกันเสร็จ เขาขอบคุณผมมา และโอนเงินมาให้ 20,000 บาท หลังจากที่พ่อโทรไป แต่เจ้าตัวโอนเงินกลับ เพราะรู้สึกว่าเขาไม่ได้ให้ด้วยใจ เพราะถ้าพ่อไม่โทรไป เขาจะคิดถึงไหม”




ส่วนประเด็นที่ทางเพจได้ออกมาเผยข้อมูลบางส่วนไปแล้วนั้น ทำให้น้องเก้าถูกมองว่าใช้เพจเป็นสื่อกลางในการด่ากลับและให้ข้อมูลที่เป็นเท็จนั้น “เก้า เกริกพล” ก็ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักมักจี้กับทางเพจดังกล่าวมาก่อน แต่ทางเพจเป็นคนที่โทรแม่ของเจ้าตัวเอง และได้สอบถามทุกเรื่องซึ่งทางแม่ของเก้าก็พูดความจริงทุกอย่าง ไม่ได้เติมแต่งสักนิด ซึ่งที่เขาบอกว่าเป็นข้อมูลเท็จนั้นยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเท็จ เพราะสัญญาและหลักฐานที่คนอื่นขออยู่ที่เขาแล้ว แต่เขาเอามาลงไม่หมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาใจ เพราะคิดว่าเป็นพี่น้อง คนเราพูดอะไรรู้ดีอยู่แก่ใจ




พร้อมกันนี้ “เก้า เกริกพล” ก็ยังได้ย้ำถึงคนที่ด่าพ่อของเจ้าตัว ให้ระวังคำพูดคำจาเอาไว้ด้วย เพราะเชื่อว่าไม่มีใครชอบให้ใครมาด่าพ่อตัวเอง ที่ผมแค้นใจตอนนี้คือมีคนมาด่าพ่อของผม เป็นเรื่องที่เขาไม่น่าเอามาโพสต์ ก่อนที่จะโพสต์แบบนี้ไปเอาหลักฐานมาให้หมด ถ้าเกิดอัดเสียงก็เอามาเลย อยากถามว่าคำพูดพ่อของผมไม่เหมาะสมยังไง ถ้าผมพูดผิดอะไร หรืออารมณ์ร้อนเกินไป ผมขอโทษด้วย

ซึ่งก่อนจะจบไลฟ์นั้นน้องเก้าก็ยังขอบคุณกำลังใจที่คอยสนับสนุนเจ้าตัว คอยเข้าใจและติดตามผลงานเจ้าตัวมาโดยตลอดอีกด้วย





ขอบคุณเฟซบุ๊ก : เกริกพล เพชรรัตน์