เหมือน "พี่ตั้ว" ยังอยู่รอบตัว "เปิ้ล" ฮึด !! หลังสูญเสียสามี ปลื้มเหล่ากัลยาณมิตรช่วยสานงานต่อ (มีคลิป)

2020-07-24 18:35:19

เหมือน "พี่ตั้ว" ยังอยู่รอบตัว "เปิ้ล" ฮึด !! หลังสูญเสียสามี ปลื้มเหล่ากัลยาณมิตรช่วยสานงานต่อ (มีคลิป)

เปิดใจครั้งแรก "เปิ้ล หัทยา" กับการสูญเสียสามี "ตั้ว ศรัณยู" ด้าน "อ๊อฟ พงษ์พัฒน์" ช่วยกำกับละครต่อ พร้อมน้องหนุนเรียนรู้งานรับสานต่อ



ถือเป็นการเปิดใจครั้งแรกสำหรับ "เปิ้ล หัทยา" กับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ "พี่ตั้ว ศรัณยู" จากไปอย่างไม่มีวันกลับ และห่างหายจากการทำงานบันเทิงไประยะหนึ่งเพื่อพักรักษาใจให้แข็งแรงมากขึ้น เตือนให้ทุกคนอย่าลืมดูแลและตรวจสุขภาพเป็นประจำ และยังบอกอีกว่ารู้สึกเหมือนพี่ตั้วยังอยู่รอบตัว ส่วนเรื่องละครที่ยังไม่จบจะมี "พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์" มาช่วยกำกับด้วย และลูกสาวอย่างน้องหนุนที่จะเข้ามาเรียนรู้งานด้วย พร้อมเผยชีวิตหลังจากนี้ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววางแพลนไว้อย่างไรบ้าง พี่เปิ้ลได้มาเล่าให้ฟังในรายการคุยแซ่บ SHOW ทางช่องวัน 31 




ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
เปิ้ล : เราก็ต้องรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เรารู้ว่าตรงไหนเราควรนิ่ง ตรงไหนเราควรเป็นยังไง เราต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่าโอเคไหมมันก็ไม่เต็มร้อย เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ แต่ตอนนี้เรามีชีวิตอยู่เราต้องทำยังไงมากกว่าที่มา





ออกรายการเพราะต้องการเตือนคนอื่นให้ดูแลเอง ?
เปิ้ล : พี่เปิ้ลว่าบางทีคนเราอาจจะลืมเรื่องของการดูแลสุขภาพเพราะคิดว่าเราแข็งแรงแล้ว พี่ตั้วเป็นคนแข็งแรงนะคะ แต่ว่าพี่ตั้วมีไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว เขาก็ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี แต่มีแค่ปี 61, 62 ที่ไม่ได้ไปตรวจร่างกาย อาจจะคิดวาแข็งแรงอยู่มาตั้งนานแล้วไม่เป็นอะไร เราไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆ มันคืออะไรที่ตับทำงานหนักจนอักเสบแล้วกลายเป็นมะเร็ง พี่ตั้วเป็นคนออกกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาจจะมีจุดพลาดอะไรบางอย่าง เราก็บอกไม่ได้ เราอยู่ด้วยกันก็เช็กละเอียดเลย เรามีภูมิคุ้มกันอยู่ด้วยกันก็ไม่มีผลอะไรเลย ไม่ได้คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเลย ที่เราไปตรวจก็ไม่ได้เป็นไวรัสตับอีกเสบบี แล้วลูกก็ไม่เป็น รุ่นลูกเขามีวัคซีนได้รับแล้ว





พร้อมกลับมาทำงาน?
เปิ้ล : กว่าพี่เปิ้ลจะกลับมาทำงานก็นิ่งอยู่พักใหญ่ จัดรายการวิทยุไม่ได้ก็ต้องเลิกจัดช่วงนั้น ส่วนลูกน้องหนุนโชคดีที่เรียนจบพอดี ส่วนน้องหนังกลับมาจากเกาหลีมาเจอช่วงโควิดก็ยังไม่ได้กลับไป ก็ได้มาอยู่ในช่วงสุดท้ายของพี่ตั้ว แต่ลูกสาวก็จะมีคาใจว่าถ้าเราไปทางนี้มันจะเป็นแบบนั้น

รู้สึกเหมือนพี่ตั้วยังอยู่รอบตัว ?
เปิ้ล : พี่รู้สึกเหมือนพี่ตั้วอยู่ ความรู้สึกมั้งบางทีมันก็บอกไม่ได้ แค่ความรู้สึกของเราเท่านั้นเอง ไม่เคยฝันถึงเลยคะ อาจจะมีได้กลิ่นบ้าง ลูกสาวก็พูดว่าทำไมเวลาเจอคนโน้นคนนี้ถึงบอกว่าฝันถึงพี่ตั้ว แล้วทำไมเราไม่เจอเลย มีบางครั้งที่เราก็พูดคนเดียวนะ เป็นยังบ้าง อยู่ที่ไหนเนี่ย หรือบางครั้งเราได้ทำอะไรในสิ่งที่เราชอบคล้ายๆ กัน เช่น แมนยูฯ ชนะแล้วนะได้ดูหรือเปล่า แต่ตอนนี้พี่ดูบอลไม่ได้แล้ว





ประโยคสุดท้ายพี่ตั้วสั่งอะไรไว้บ้าง ?
เปิ้ล : มันไม่ได้เชิงสั่ง ที่แปลกคือพี่ตั้วจากไปวันที่ 10 เป็นวันเดียวกับที่แม่พี่ตั้วเสียชีวิต ซึ่งเราแบบขอให้ผ่านวันนี้ไปเพราะว่าทุกคนรู้ เค้าเลือกที่จะไปวันเดียวกัน

หลังการสูญเสียคุยกับลูกๆ มากขึ้น ?
เปิ้ล : เราเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างสนิทกันคุยกัน หนุนเขาจะเห็นพี่ตั้วมาตั้งแต่พี่ตั้วมีอาการที่เจ็บหลังหกล้มตุลาปีที่แล้ว หนุนค่อนข้างจะเข้าใจ หนังเขาจะอยู่เกาหลีมาตลอด เขามีคำถามเยอะ เช่น แม่ว่าพ่อเขาอยู่แถวนี้ไหม แม่ว่าพ่อจะรู้ไหมเราคิดถึงเขา เขาจะมีคำถามหลายอัน เราจะให้กำลังใจกันมากกว่าว่า หนังต้องกลับไปเกาหลี หนังมีสิ่งที่หนังต้องทำต้องสานต่อ น้องหนุนเขาเรียนจบเขามาตอนพ่อมีละครค้างอยู่ เขาก็ขอเข้าประชุมมีเพื่อนสนิทพี่ตั้วอีกคนนึงคือพี่หมีกำกับด้วย และอาจจะมีพี่อ๊อฟ เข้ามาช่วยบ้าง เพราะพี่อ๊อฟก็งานเยอะ





หลังจากนี้ผู้สืบทอดสิ่งที่พี่ตั้วสร้างมาคือน้องหนุน ?
เปิ้ล : ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะค่ะ พี่ตั้วก็มีทีมงานที่แข็งแรงนะคะ ที่ทำด้วยกันมาค่อนข้างหลายเรื่อง ก็ยังมาประชุม ในเรื่องของงานก็ห่วงคะเพราะเรื่องล่าสุดก็ยากเหมือนกัน ทีมงานก็ผูกพันค่ะ เราอยู่กันเป็นครอบครัว

พี่อ๊อฟจะเข้ามาช่วยดู ?
เปิ้ล : ใช่ค่ะ ในส่วนของละครที่ยังค้างคาอยู่



จบละครแพลนงานสานฝันของพี่ตั้วต่อ ?
เปิ้ล : ยังมีบทหลายๆ เรื่องที่พี่ตั้วเขียนค้างเอาไว้ ละครที่คุยค้างไว้ ก็คงหาทีมทำ

พี่อ๊อฟพูดว่ายังไงบ้าง ?
เปิ้ล : พี่อ๊อฟเขาน่าจะรู้ใจพี่ตั้วหลายเรื่อง มีบ้างที่ต่างคนต่างยุ่งแล้วห่างๆ กันไป แต่พี่อ๊อฟจะมาช่วงวันสุดท้ายก่อนพี่ตั้วจะจากไปก็อยู่ด้วยกัน จะมาตลอดเลย

ถ้าหากพี่เปิ้ลมาหาจะพูดอะไรเป็นประโยคแรก ?
เปิ้ล : จะถามว่าอยู่ที่ไหนเป็นยังไง สบายดีไหม เจอใครบ้าง



เหมือนพี่เปิ้ลบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ ต้องสตรองมากแค่ไหนในแต่ละวัน ?
เปิ้ล : พี่เปิ้ลว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านการเป็นแม่ เขามีจุดแข็งแรง ร้องไปยิ้มไป

ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ได้เห็นพี่เปิ้ลเลย ?
เปิ้ล : เอาจริงๆ พี่ว่าบางทีข่าวออกเยอะแล้ว เราอย่าไปคิดว่าชีวิตเราสำคัญที่สุด เราควรที่จะรู้ว่าทุกคนมีเรื่องราวมากมายบนโลกใบนี้ ยิ่งตอนนี้โควิด เศรษฐกิจก็แย่ เราเลยไม่อยากบอกไปเก็บไว้เป็นส่วนตัว



หลังจากงานศพพี่ตั้วน้องหนังจะปฏิบัติธรรม ?
เปิ้ล : น้องหนังเค้ามีคำถามเยอะ เป็นเด็กที่อยู่ต่างประเทศคนเดียว บางทีเขาจะเสิร์ชหาข้อมูลว่าโรคนี้มีหนทางอะไรยังไง เขาจะคิดวกวนว่าเราช่วยพ่อได้ไม่เต็มที่หรือเปล่า เขาว้าวุ่นใจ เค้าเลยคิดว่าหนูจะไปทำอะไรดีให้มันหายว้าวุ่นใจ เขาคงคิดว่ามันคงมีหนทางแบบการนั่งสมาธินิ่งๆ เขาไม่เห็นทำได้เลย มีอะไรเข้ามาในหัวในใจสมองเยอะ ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อน

วันที่น้องตัดสินใจจะไปเข้าป่าไปด้วย ?
เปิ้ล : ตอนแรกเขาไปเสถียรธรรมสถานก่อน นอนก่อนนึงคืนแล้วน้องหนุนจะตามไปสมทบ แม่ชีบอกว่าเดี๋ยวยายจะไปเพชรบุรีมันเป็นเสถียร 2 เขาเลยโทรมาถามเขาก็ฝากจัดเตรียมชุดให้เขาไป หลังจากกลับมาแล้วเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนทันที เนื่องจากเขาเป็นวัยรุ่นเขาก็ยังมีอารมณ์ร้อนปกติ เขาน่าจะเข้าใจมากขึ้น เขาก็กลับมาเล่าให้ฟังอยู่ยังไง นอนยังไง เขาบอกว่ายังทำไม่ได้มันยาก นั่งสมาธิให้ใจมันนิ่งมันสงบเขาบอกไม่เรื่องง่าย แต่น้องหนังเขาอยากไปอีก ส่วนน้องหนุนบอกใจเรานิ่งกว่าอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติธรรมได้

น้องหนุนเรียนจบแล้วเกียรตินิยมอันดับ 1 ?
เปิ้ล : ยังไม่มีโอกาสได้ฉลองกันเลย วิธีการทำธีสิสมันเปลี่ยนไปเพราะโควิด เขาเลยเพิ่งมารู้ก่อนพี่ตั้วจากไปแปปเดียวเอง น้องรู้ว่าพี่ตั้วเป็นอะไรแต่ไม่รู้ว่าถึงขั้นไหน พี่ตั้วรู้ว่าลูกได้เกียรตินิยม ก่อนไปเขาก็ยังสื่อสารกันได้อยู่



น้องหนุนอยากกลับมาสานต่องานละครพ่อ ?
เปิ้ล : ไม่เคยบอกค่ะ เขาเคยบอกว่าพ่อชวนไปกอง หนุนจะเป็นคนที่ทำอะไรทีละขั้นตอน ยังเรียนอยู่ไปออกกองไม่ได้ พอเรียนจบเขาบอกพร้อมไปออกกกองแล้ว เขาก็มาสายบันเทิงทั้งคู่ ชอบร้อง ชอบดนตรี

อยากเห็นลูกหน้าจอทีวีไหม ?
เปิ้ล : เฉยๆ นะ เพราะน้องหนุนเป็นคนขี้อาย เรียกแคสงานอะไรก็ไม่ไป น้องหนังก็ใกล้จะจบแล้วตอนนี้เรียนออนไลน์

ตอนนี้ห่วงอะไรลูกๆ ?
เปิ้ล : ใจเขาอาจจะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุการณ์มันเพิ่งไม่นานต้องใช้เวลาค่ะ



พี่ตั้วสั่งเสียอะไรถึงลูก ?
เปิ้ล : พี่ตั้วเคยบอกว่าน้องหนังเป็นเด็ก ที่เขาจะเอาซีรีส์เกาหลีให้พี่ตั้วดูแล้วบอกว่าพ่อต้องไปดูงานหนูที่เกาหลีนะ พี่ตั้วก็ยกมือว่าไป พี่ตั้วเลยบอกว่าเปิ้ลต้องสนับสนุนน้อง อยากจะทำอะไรมีความฝันอะไรทำให้เต็มที่อย่าช้า เพราะพี่เปิ้ลเป็นคนที่ทำอะไรช้าคิดแล้วคิดอีก

ตอนที่พี่ตั้วความดันค่อยๆ ลดลง เป็นยังไงบ้าง ?
เปิ้ล : พี่อ๊อฟพี่เอ๋บอกตลอดอย่าร้องไห้ น้ำตาห้ามหยดโดน เราก็เดินวนไปวนมาที่เตียง

ตอนนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เลี้ยงลูก เตรียมพร้อมยังไงบ้าง ?
เปิ้ล : มันพร้อมในเรื่องของการทำงาน พร้อมในเรื่องของการแก้ปัญหา แต่เราก็เอาวะลุย พี่เปิ้ลอ่านทุกข้อความที่คนส่งมาให้กำลังใจเลยนะคะ ทั้งทางเฟซบุ๊กไอจี แต่บางทีมันตอบไม่ทัน



วางแผนเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวยังไง ?
เปิ้ล : จริงๆ แล้วชีวิตทุกคนมีการวางแผนไว้ระดับนึง แต่เราต้องเข้าใจว่าชีวิตทุกคนมันต้องปรับให้ได้ ตอนนี้พี่เปิ้ลเน้นเรื่องการดูแลตัวเองให้แข็งแรง ใจเราอาจจะมีบ้างที่เปราะบางแต่เน้นให้แข็งแรง น้องก็เน้นออกกำลังกายเกือบทุกวัน ตรวจสุขภาพตรงนี้ที่เราให้ความใส่ใจ โชคดีที่น้องเรียนจบกันแล้ว น้องหนังก็มีทิศทางของเขาแล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะสานต่อหรือเดินต่อยังไง เราจะไปกำหนดเขาไม่ได้ต้องฟังเขาว่าเค้าอยากทำอะไร

ละครที่พี่ตั้วสร้างไว้ ?
เปิ้ล : ก็ทำต่อ ทำที่ค้างอยู่ให้เสร็จแล้วก็เสนอต่อ เพราะมีทีมงานของเขาอยู่แล้ว น้องหนุนก็จะเข้ามาช่วย น้องมาเรียนรู้กันไปกับทีมงานแหละ

ตอนพี่ตั้วอยู่ถ่ายวิดีโอครอบครัวไว้เยอะมาก ?
เปิ้ล : เยอะมาก ถ่ายครอบครัว พี่เปิ้ลจำได้พี่ตั้วถ่ายตั้งแต่อยู่ในห้องคลอด ถ่ายทุกอย่างถ่ายเยอะมากเป็นพันๆม้วน มีคืนนึงนั่งดูกัน 3 คนแล้วมองหน้ากัน ถ่ายทุกชอตจริงๆ



มียูทูบด้วย ?
เปิ้ล : เราคุยเรื่องการทำยูทูบกันตั้งแต่เดือนเมษายน พอรู้พี่ตั้วไม่สบายหนักขึ้นเราก็บอกหยุดก่อน พี่ตั้วยังบอกเลยว่าทำหรือยังหัทยาวงเนี่ย ช้าจังเลย จนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านไปก็เพิ่งมาทำเองเป็น ep.0 หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปก็เพิ่งเอามาทำเอง คำว่าวง ส่วนนึงเอาจากวงษ์กระจ่างเป็นการขอบคุณพี่ตั้วมากกว่า

ทำไมถึงตั้ง ep.0 ?
เปิ้ล : เหมือนกับว่าเรายังไม่ได้เริ่ม ep.1 อีพีนี้เป็นอีพีพิเศษ ep.0 คือเรื่องราวที่ไม่มีวันสูญหาย