“พี สะเดิด” เล่าชีวิตหลังฝักใฝ่ธรรมะมา 20 ปี จนไม่คิดอยากแต่งงงาน -มีลูก

2020-07-22 18:05:10

“พี สะเดิด” เล่าชีวิตหลังฝักใฝ่ธรรมะมา 20 ปี จนไม่คิดอยากแต่งงงาน -มีลูก

เปิดชีวิต “พี สะเดิด” หลังฝักใฝ่ในธรรมะพอๆ กับเสียงดนตรี จนถึงขึ้นที่ไม่คิดอยากจะแต่งงานมีลูก เพราะอยากลองศึกษาความจริงของชีวิตไปเรื่อยๆ

เรียกได้ว่าตำนานร็อกลูกทุ่งอีสานของเมืองไทยที่มีผลงานเพลงมานักต่อนัก ทั้งฮอตและฮิตเลยทีเดียว สำหรับหนุ่ม “พี สะเดิด” ซึ่งล่าสุดได้มาเยือนรายการ “ต้มยำอมรินทร์” พร้อมเผยอีกมุมของชีวิตที่รักในการศึกษาธรรมะพอๆ กับการรักในเสียงดนตรี โดยน้อมนำคำสอนของพระพุทธศาสนามาใช้เป็นเข็มทิศในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยทำไม่ดีให้กลับเข้าสู่เส้นทางที่ดีได้ด้วยธรรมะ พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้แย้มเรื่องหัวใจให้ได้ทราบด้วยว่า ถ้าชีวิตนี้ถ้าไม่มีคู่ขออยู่เป็นโสด !




Advertisement



โพกผ้าที่หัวเหมือนเป็นสัญญาณ เอกลักษณ์ของ “พี สะเดิด” เลย ทำไมถึงมีการโพกหัวแบบนี้ขึ้นมา ?

“เป็นผ้าขาวม้าครับ มันเริ่มจากการที่เราไปแสดงคอนเสิร์ตแล้วเหงื่อออกเยอะมากบนเวที แล้วด้วยสภาพมันดูไม่ได้เลย เลยหาอะไรมาใส่หัวตัวเองทำให้เอกลักษณ์มาตลอด ความเป็นผ้าขาวม้าผมมองว่ามันเป็นแทนความเหนื่อยยากของชนชั้นเลยได้ใช้ ผ้าขาวม้าเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ว่าเรายังไม่ลืมที่มาที่ไปของเรา”

Advertisement



ก่อนหน้านี้เราคือเป็นศิลปินที่เดินสายโชว์ตัวทั่วโลก ช่วงโควิด-19งานหายไปเยอะ เงินหายไปเยอะไหม ?

“คอนเสิร์ตก็เลื่อนไปหมดเลยครับ เพราะโควิด-19มาแรงมาก เราเลยต้องหยุดไปก่อนเพื่อรักษาระยะห่าง และเพื่อความปลอดภัยด้วยครับ งดหมดก็กลับไปอยู่บ้านบ้าง ในป่าบ้าง บนดอยบ้างครับ คือเราก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้ไปพักกายพักใจของเรา ใช้ชีวิตปกติได้กลับไปอยู่กับแม่ แล้วก็ปฏิบัติธรรมด้วย”




เห็นว่าเป็นสายปฏิบัติจริงจัง เข้าวัดจริงจังเลย ?

“ใช่ครับ เพิ่งมาเริ่มๆ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้น เรารู้สึกว่าเราเที่ยวเยอะ มันใช้ชีวิตเยอะ แล้วก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่ตัวเองเป็น เพราะว่าการงานก็ไม่ค่อยดีด้วย คือ เราไม่เอาการเอางานด้วยช่วงหนึ่ง เพราะว่าเราติดเพื่อน เพราะช่วงเกเรแล้วชีวิตช่วงนั้นเราไม่ดีเลยด้วย เลยคิดถึงหน้า แม่ เลยคิดอยากจะเปลี่ยนตัวเอง”

Advertisement



มีช่วงมีปัญหาการงานด้วยเหรอ ?

“มีครับ เป็นปกติแต่ก็ไม่ได้ เหมือนเราใช้ชีวิตวัยรุ่นปกติ แต่วันหนึ่งเรารู้สึก เบื่อหน่ายความไม่เอาไหนของเราครับ”





อะไรเป็นจุดที่ทำให้เราได้สติขึ้นมา ?

Advertisement




“โชคดีที่เราได้ไปเจอพระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านก็เทศน์เราเทศน์เหมือนไม่เคยรู้จักผมเลย แล้วก็สอนด้วยคำว่าศีล 5 เทศน์อยู่ 2 ชั่วโมงจนทำให้เรารู้สึกกลัวอาจจะเป็นสิ่งที่ท่านสอนเราทำให้เรารู้สึกเชื่อ พอเรากลับมากรุงเทพฯ เราได้ปฏิบัติตัวใหม่เลย 3 เดือนผ่านไปคือ หลวงพ่อบอกเราว่า 3 เดือน ถ้ากลับตัวไม่ได้ ปฏิบัติไม่ได้ ไม่ต้องกลับมาหาหลวงพ่อ ผมก็เลยลองปฏิบัติศีลดูหยุดทุกอย่าง รักษาศีล 5 เลย ชีวิตก็กลับมาดี เพลงมีชื่ิอเสียงขึ้น ชีวิตดีขึ้น สุขภาพก็ดีขึ้น เพื่อนฝูงรอบข้างเพื่อนก็ดีหมดเลย ก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเองมาตั้งแต่วันนั้นเลยครับ” 

เราตัดกิเลสได้แม้กระทั่งเรื่องของความรัก ?

“ผมก็มีคบปกติ เป็นเพื่อนที่ดี เป็นกัลยาณมิตรกัน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นทุกๆ อย่าง ก็เลยอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข โดยที่ไม่ได้เอาเรื่องของเพศเรื่องผู้หญิง ผู้ชาย เรื่องอารมณ์แบบว่าผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงต้องเป็นเท้าหลัง ไม่ใช่เราอยู่ด้วยกันแบบความเข้าใจ”





เห็นว่ามีแม่ยก หรือแฟนเพลงที่ชื่นชอบเรามากถึงขนาดที่จะยกปั๊มน้ำมันให้เลย ?

“ใช่ครับ เหมือนมีแฟนเพลงจะยกนู่น ยกนี่ให้ครับ เขาอาจจะชอบเรามากจนอยากจะมีเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เราก็ไม่ได้รับไม่เอาสิ่งที่เขามอบให้ เราหาเองดีกว่าครับ เราภูมิใจกว่า”

Advertisement




เราจะเห็น “พี สะเดิด” แต่งงานมีลูกไหม ?

“ที่คิดไว้ก็คือจะไม่มี อยากใช้ชีวิตไปลองศึกษาความจริงของชีวิตไปเรื่อยๆ มันก็มีความสุขแล้ว”


ถ้าวันหนึ่งไปเจอผู้หญิงที่ถูกใจใช่เลย ?

“ตอนนี้ก็ไม่ใช่ไม่มีนะครับ ตอนนี้ก็ดูอยู่ คบอยู่ แต่เรามีหลักการใช้ชีวิตไปในทางเดียวกัน” 




เวลาที่ดวงไม่ดี เรามีเคล็ดลับคือ ล้างเท้าคุณแม่ ?

“จริงๆ ผมเป็นคนที่ผูกพันกับแม่อยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ถ้ามีโอกาสกลับไปบ้านผมก็จะล้างเท้าแม่ กราบเท้าแม่ ตัดเล็บเท้าตัดเล็บมือให้แม่ ทำอะไรให้ท่านได้ในช่วงเวลานี้เราก็ทำให้ได้มากที่สุด ผมไม่ได้ทำเฉพาะในวันพิเศษหรือ ต้องมีอะไรพิเศษเลยครับ แต่ทำเป็นประจำอยู่แล้วให้กับคุณแม่เมื่อเราได้กลับไปที่บ้าน เราได้ทำเรารู้สึกสุขใจ อุ่นใจ”




หลายคนโพสต์ในเฟซบุ๊กสถานที่ท่องเที่ยว แต่ “พี สะเดิด” โพสต์คำคมสอนใจจนคนแชร์ไปเป็นพันๆ ?

“เริ่มแรกเลยผมโพสต์ตอนแรกเพื่อเตือนใจตัวเองสอนตัวเองไว้ว่าวันหนึ่ง เผื่อเราผิดพลาดไปเรายังกลับย้อนมาดูว่าวันนั้นเราพูดอะไรไว้เราทำอะไรไว้ มันก็จะทำให้เตือนตัวเองว่าเรา ไม่ควรทำอะไรที่มันชั่วร้าย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าเราเชื่อเรื่องนี้ ผมก็เลยอยากจะทำแต่สิ่งที่ดีๆ เลยโพสต์ไป ถ้าพอจะช่วยใครได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แล้วอีกอย่างหนึ่ง ในเพจของผมจะมีแฟนเพลงมี่ทุกข์ยากลำบากมากเท่าที่ผม ได้อ่านดูเขาอยากจะได้กำลังใจ เราอาจจะ เป็นกำลังใจเล็กๆ หนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในล้านของเขาถ้าเราทำให้เขายิ้มได้สักวินาที ผมเชื่อว่ามนุษย์จะตื่นฟื้นขึ้นมาได้จะจุดประกายได้ ก็เลยมีการโพสต์ไปให้กำลังใจกันครับ”




ช่วงโควิดกลับบ้านไป คือ บ้านสวยหรูอลังการมากได้ยินมาว่าราคาหลายสิบล้าน ?

“เป็นบ้านใหม่ที่สร้างแบบคลาสสิกเป็นชิโนโปรตุกีสเป็นแบบจีน ผสมกับ โปรตุเกสครับ ที่เลือกทำแบบนี้เพราะบ้านเก่าของคุณตาจะเป็นลักษณะแบบนี้ครับ บ้านจะเป็นไม้ แล้วหลังคาจะเป็นว่าว ผมจำได้เพราะพอโตมากับบ้านหลังนั้น ก็เลยอยากจะสร้างให้เป็นนั้น แล้วโดยส่วนตัวผมชอบงานศิลปะ ชมความเก่าชอบความคลาสสิคด้วย บ้านหลังนี้ผมออกแบบเอง”

หมดไปกี่สิบล้าน ?

“หมดไม่ถึง 10 ล้านครับ”

หลังจากนี้ทิศทางการเป็นนักร้องของเราจะไปในทิศทางไหนต่อ ?

“ตอนนี้มันก็มาเกินจุดที่ผมฝันไว้แล้วครับ ได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ ได้มามอบความสุขให้กับ แต่ก็ยังอยากจะทำเพลง เขียน มอบความสุขให้ทุกคนต่อไป มอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคมครับ”




ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม : psaderd