“ก้าวไกล” ซัดครูละเมิดสิทธิคุกคามเด็กไม่ควรเรียกตัวเองว่าครู

2020-07-09 18:50:10

“ก้าวไกล” ซัดครูละเมิดสิทธิคุกคามเด็กไม่ควรเรียกตัวเองว่าครู

“ก้าวไกล” ซัดครูละเมิดสิทธิ ข่มขู่คุกคามเด็กไม่ควรเรียกตัวเองว่าครู เตรียมตั้งกระทู้ถาม รมว.ศึกษา พร้อมดันเรื่องเข้า กมธ.หนุนพ่อแม่เอาเรื่องให้ถึงที่สุดปลดพ้นราชการ

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่รัฐสภา ส.ส.พรรคก้าวไกล ประกอบไปด้วย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กพรรคก้าวไกล น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม รองโฆษกพรรคก้าวไกล  นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายสุรวาท ทองบุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวจุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อกรณีประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กในโรงเรียนโดยบุคลากรครูบางกลุ่ม ที่กำลังเป็นข่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศในขณะนี้ 

น.ส.สุทธวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักเรียนทั่วประเทศ ถึงกรณีการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องทรงผมเท่านั้น แต่รวมถึงการข่มขู่คุกคามจากครู และเมื่อเด็กออกมาพูดมาแสดงออก กลับมีการคุกคามหนักขึ้นไปอีก ในเรื่องนี้ พรรคก้าวไกลจะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแม้จะออกมาระบุว่ากระทรวงฯได้มีการส่งหนังสือเวียนไปถึงโรงเรียนทั่วประเทศแล้ว แต่ก็ยังคงมีเรื่องที่เราต้องการคำชี้แจงอย่างละเอียดอยู่ในสามประเด็นด้วยกัน คือ 1) เรื่องทรงผมและการลงโทษนักเรียน 2) ค่าบำรุงการศึกษา ที่มีการนำเด็กที่ค้างค่าเทอมมาประจาน 3) การบังคับให้นักเรียนหมอบกราบ ทุกเรื่องเราต้องการคำตอบที่ชัดเจน หากโรงเรียนไม่ปฏิบัติตาม ทางกระทรวงศึกษาธิการก็จะต้องมีมาตรการที่แน่ชัดออกมา


ด้าน นายวิโรจน์ กล่าวว่า การละเมิดสิทธิและเสรีภาพเด็กที่กำลังเกิดขขึ้นในวันนี้ เราพบว่ามีอยู่ 6 มิติด้วยกัน 1.มีปรากฏการณ์ครูนำเด็กที่ค้างค่าบำรุงการศึกษามาประจาน เช่นพูดชื่อหน้าเสาธง แขวนป้ายห้อยคอ เพื่อให้นักเรียนอับอาย ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ครูควรทำ เป็นการทำประหนึ่งว่าเด็กเป็นตัวประกัน แล้วโรงเรียนก็ทำร้ายตัวประกันเพื่อให้พ่อแม่ชอกช้ำใจ ครูที่ทำอย่างนี้ควรมีโทษทางวินัย และไม่ควรถือใบประกอบวิาชีพครูอีกต่อไป 2.เรื่องของทรงผม วันนี้ลุกลามไปเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพเด็ก จับเด็กบังคับกล้อนผม ถูกตัดผมให้แหว่ง ซึ่งนักเรียนที่ถูกลงโทษทุกคนไว้ทรงผมปกติเหมือนในโลกแห่งความเป็นจริงทั้งสิ้น ไม่มีใครไว้ทรงผมแปลกประหลาดจากที่เราพบในสังคม นี่คือความเรียบร้อย แต่ครูที่เป็นแบบนี้ต่างหาก ที่เราควรต้องเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็นครู ในบางกรณีจับเด็กตัดผมไม่พอ พอพ่อแม่ผู้ปกครองหรือตัวเด็กออกมาพูด ครูยังมีการตามมาโพสต์ประจานเด็กในโซเชียลต่ออีก ครูที่เลือกจะเป็นแบบนี้ ยังอยู่ในกะลาใบเก่าๆ ควรลาออกจากการเป็นครู เรื่องนี้ไม่ใช่แค่นักเรียนเท่านั้นที่ร้องเรียนผ่านมาทางเรา แม้แต่ครูที่มีความคิดก้าวหน้า มีความรักในลูกศิษย์ก็ร้องเรียนเรื่องนี้เข้ามาเช่นกัน 3.การบังคับให้เด็กหมอบกราบ แน่นอนว่าการไหว้การกราบเป็นวัฒนธรรมไทยทีดีที่ต้องสืบสานต่อ แต่ไม่ใช่ใช้การกดขี่บังคับให้หมอบกราบแบบนี้ 4.เรื่องของสิทธิในเพศวิถี ที่ผ่านมาบางโรงเรียนมีการออกกฎระเบียบและมาตรการเลือกปฏิบัติต่างๆกับนักเรียน รวมทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเพศวิถีแตกต่างจากเพศกำเนิด มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม 5. การคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทั้งในและนอกโรงรียน รวมทั้งในโลกโซเชียล และ 6. การข่มขู่คุกคามเด็กทั้งในและนอกโรงเรียน รวมทั้งในโลกโซเชียล

“สิ่งเหล่านี้คนเป็นครูทำไม่ได้ ถ้าอยากทำแบบนี้ให้ลาออกจากการเป็นครู และควรจะเรียกตัวเองเป็นอาชญากร วันนี้พรรคก้าวไกลได้ยื่นข้อร้องเรียนนี้ต่อคณะกรรมาธิการการศึกษา ซึ่งได้บรรจุเป็นวาระ และจะเชิญปลัดกระทรวงศึกษา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อทำงานร่วมกันในการป้องปรามและสกัดไม่ให้การคุกคามเสรีภาพของเด็กลุกลามไปมากกว่านี้ และต้องหามติที่ชัดเจนว่าครูที่กระทำการมิใช่ครูเหล่านี้ควรมีโทษอย่างไร และเราจะสนับสนุนให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง เด็ก สมาคมสมาพันธ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง แจ้งความดำเนินคดีครูที่กระทำการดังกล่าว ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และให้มีการลงโษขั้นร้ายแรงกับครูเหล่านี้ให้ถึงขั้นไล่ออกจากราชการให้ได้ ผมรักครูมากๆและมีครูหลายคนที่ยืนยู่ข้างเรา และบอกพวกเราว่าปกป้องลูกศิษย์ของพวกเราที” นายวิโรจน์ กล่าาว

ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การละเมิดต่อเด็กในรูปแบบต่างๆมิใช่เพิ่งเกิดขึ้นในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่าว่าระบบการดูแลช่วยเหลือในระดับโรงเรียน ในระบบเบื้องต้นของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนหน่วยงานทบวงกรมต่างๆที่เกี่ยวข้องมีปัญหา การทำร้ายหรือการละเมิดต่อเด็กหนึ่งคนในวันนี้ หากปล่อยไปอาจนำไปสู่การละเมิดในกรณีอื่นๆได้อีกในวันข้างหน้าได้ ดังนั้น พรรคก้าวไกลจะนำทุกข้อร้องเรียนทั้งที่ผ่าน ส.ส.มาโดยตรงและที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียล มาใช้ทุกช่องทางในคณะกรรมาธิการ เพื่อนำคืนการปกป้องคุ้มครองเด็กรายบุคคลและผู้ปกครอง และการผลักดันให้เกิดการเคารพสิทธิของเด็ก ในฐานะส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชนต่อไป

ขณะที่  นายสุรวาท กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นบุคลากรครูและเคยทำหน้าที่ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ได้เห็นข่าวคราวจากสื่อแล้วไม่สบายใจ แม้ครูเหล่านั้นจะทำไปด้วยความหวังดี แต่ครูก็ควรต้องยอมรับว่าสถานการณ์ต่างๆโลกของเราเปลี่ยนไปมากแล้ว ทุกอย่างต้องเปลี่ยน ความคิดความเชื่อในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีการพัฒนาขึ้นมามาก และหลักสูตรการผลิตครู มาตรฐานวิชาชีพครู จรรยาบรรณวิชาชีพครู หรือกระทั่งกฎหมายอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบวินัยครูท้ังหลาย ก็ไม่ได้อนุญาตให้ครูทำอะไรที่ไม่เหมาะสมตามที่เป็นข่าวออกมา ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่าบุคคลที่กระทำการดังกล่าวเป็นครูส่วนน้อย ตนก็ต้องขอให้กำลังใจเพื่อนครูทั้งประเทศที่ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องแล้ว ที่ผ่านมาเราร่วมกันเปลี่ยนแปลงหลายอย่างได้สำเร็จ ตั้งแต่เรื่องไม้เรียว ที่ทีแรกเราก็มีการถกถียงกัน แต่สุดท้ายทุกวันนี้ก็เห็นแล้วว่าด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ความรู้ หลักวิชาชีพ พวกเราก็สามารถปกครองควบคุมนักเรียนได้ ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของพวกเราได้

“ขอฝากถึงครูและผู้บริหารทุกท่าน ขอให้ได้พึงตระหนักถึงมาตรฐานวิชาชีพ จรรยาบรรณ หลักวิชาชีพครูที่เราเรียนมา จงใช้วิธีการที่ถูกต้องเพื่อการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดคือต้องยึดกฎหมาย ตั้งแต่กฎหมายสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อนุญาตให้ครูทำอะไรอย่างที่เป็นข่าวได้” นายสุรวาท กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง