ตร.ยันไม่เลือกปฏิบัติปมจับปรับล็อกล้อรถ"ลีน่าจัง"

2020-07-03 17:45:38

ตร.ยันไม่เลือกปฏิบัติปมจับปรับล็อกล้อรถ"ลีน่าจัง"

"รองโฆษก ตร." ยัน "จราจร" ล็อคล้อรถ "ลีน่าจัง" ปฏิบัติตามหน้าที่ แย้มอาจฟ้องกลับปมใช้วาจา-กริยาก้าวร้าว

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่โลกโซเชียลเผยแพร่คลิป "ลีน่าจัง เดือดด่าแรง ตร.หนุ่มล็อกรถฉุนโดนคันเดียว" โดยได้รับรายงานจาก สน.ปทุมวัน ว่า เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ปทุมวัน ได้ออกตรวจพื้นที่บริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. เพื่อกวดขันวินัยจราจรไม่ให้มีการจอดรถในเขตห้ามจอด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนี้มักมีการฝ่าฝืนกฎหมายโดยการจอดรถยนต์ในเขตห้ามซึ่งไปกีดขวางการจราจร ทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะรายอื่นไม่สามารถสัญจรได้โดยสะดวก

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏในคลิปวิดีโอไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 6กร-5911 กทม.จอดอยู่บนสัญลักษณ์ขอบทางที่แสดงเขตห้ามจอด หรือขาว-แดง และยังจอดในลักษณะกีดขวางการจราจรจนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่รถยนต์รายอื่นไม่สามารถเดินรถได้ตามปกติวิสัย เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องมือบังล้อเพื่อไม่ให้เคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าว พร้อมออกใบสั่ง แสดงใบสั่งไว้ที่บริเวณหน้ารถซึ่งผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้ง่ายแล้วจึงออกตรวจพื้นที่ เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป ต่อมาได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่าเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวได้ไปชําระค่าปรับที่ สน.ปทุมวัน เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่นายดังกล่าวจึงไปดําเนินการปลดล็อกเครื่องมือบังคับล้อ จึงพบกัล นางลีนา จังจรรจา หรือลีน่าจัง ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว

Advertisement




พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากคลิปจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวได้แสดงถึงความอดทนอดกลั้น และมีวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ แม้นว่าผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจะพยายามพูดจาต่อว่า เอะอะโวยวาย หรือแสดงอากัปกิริยามารยาทก้าวร้าวใส่ก็ตามที ส่วนประเด็นที่มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเลือกปฏิบัตินั้น ขอเรียนว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร หากพบเห็นการกระทำความผิด จอดรถในที่ห้ามจอด หรือเป็นการจอดรถกีดขวางทางจราจร ตลอดจนการกระทำความผิดในข้อหากฎหมายอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทันทีทุกราย โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้เลือกปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติตามที่กล่าวหาอย่างแน่นอน โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าว ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมปรึกษาหารือกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป