“อนุทิน” ตั้ง "หมอสมชาย"สอบปม 186 รพ.รับเงินบริษัทยา

2020-06-11 14:00:33

“อนุทิน” ตั้ง "หมอสมชาย"สอบปม 186 รพ.รับเงินบริษัทยา

“อนุทิน” ตั้งคณะกรรมการสอบปมนักวิชาการเผย 186 รพ.สังกัด สธ.รับเงินบริษัทยา "หมอสมชาย” นั่งประธานสอบ คลอบคลุมเอกสารหลุด รพ.ชุมแพ

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีแหล่งข่าวระบุว่าสั่งการในไลน์กลุ่มผู้บริหาร สธ.ห้ามย้ายขาด นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง และ ห้ามย้าย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ออกจากตำแหน่ง ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี จนกว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ และจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเรียกรับเงิน และกรณีการออกคำสั่งย้ายผอ. 2 รพ.ด้วย ว่า ตนไม่ทราบว่าไลน์หลุดไปได้อย่างไร แต่ตนไม่ได้สั่งการ เพียงแต่ส่งเป็นข้อความไปในไลน์ผู้บริหารกระทรวง และได้บอกปลัด สธ.ว่าช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องการความเป็นธรรม ที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง สอบวินัยต่างๆ ก็ทำให้เสร็จสิ้นก่อน อย่าเพิ่งไปทำอะไร

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการสั่ง นพ.เกรียงศักดิ์ ไปรักษาการก็ไม่ว่าอะไร เป็นดุลพินิจ เป็นอำนาจปลัด สธ. อยู่แล้ว ตรงนี้ต้องเข้าใจว่าการทำงานด้วยกันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใครมีอำนาจอะไร เท่าไหร่ ตรงไหน ใครที่รับผิดชอบในตรงนั้นตัดสินใจแล้วกล้ารับผิดชอบ คนที่เหนือกว่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ตนสั่งไม่ได้ และไม่ได้สั่ง เพราะถ้าสั่งก็จะเท่ากับเป็นการก้าวก่าย เพราะฉะนั้น สรุปนพ.ชาญชัย ยังเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น แต่ย้ายมาปฏิบัติงานที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วน นพ.เกรียงศักดิ์ก็ยังเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี แต่ก็เป็นรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ที่ตนเขียนข้อความในไลน์กลุ่มผู้บริหารเพื่อป้องกันว่าหากมีใครจะย้ายขาดก็ขอให้อย่าทำ ให้นิ่งที่สุด

เมื่อถามว่าที่มีการทักท้วงคือการย้าย นพ.ชาญชัยออกมาทั้งที่ยังไม่ผิด นายอนุทิน กล่าวว่าตรงนี้ต้องไปถาม นพ.สุขุม การให้ออกมาเพราะมีการข่มขู่พยาน ซึ่งตนไม่ทราบ แต่ท่านปลัด สธ.บอกว่ามีแบบนี้และใช้ดุลพินิจของท่านออกมาให้เกิดความเป็นธรรมให้กับคนที่ถูกกล่าวหาและคนที่เข้าไปสอบสวน และวงศ์วานว่านเครือด้วย ส่วนที่ท่านออกมาระบุว่าการย้ายไม่ได้มาจากการข่มขู่พยานนั้น ตนไม่ได้คุยกับท่านปลัดสธ. เรื่องนี้ แต่ก็ยึดตามหนังสือเป็นหลัก การถามท่านหรือสอบถามด้วยวาจาอาจจะไตร่ตรองไม่ทัน แต่สิ่งสุดท้ายต้องไปยืนยันเอกสารที่เป็นหลักฐาน ส่วนที่ นพ.ชาญชัยร้องเรียนตนว่าคับข้องใจ และเป็นทุกข์กับคำสั่งของปลัด สธ.ที่ออกมา ตนได้ทำหนังสือรับทราบและจะให้ความเป็นธรรม แต่ก็ขอให้ นพ.ชาญชัยไปร้องที่ ก.พ.ด้วย เพราะตนรับเรื่องมาดำเนินการไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้

เมื่อถามว่ามีรายงานว่าจะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งการออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.รพ.ทั้ง 2 รพ.ด้วย อนุทิน กล่าวว่า เดิมมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์กระทรวงสาธารณสุขเขต 6 เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ รพ.ขอนแก่น พบว่ามีมูล จนมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงที่มี นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการเขต 11 เป็นประธาน ตรงนี้ขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปตามขั้นตอน ส่วนตนจะตั้งกรรมการ 1 ชุด เป็นชุดใหญ่ที่ตนมีอำนาจเพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่ามี รพ.สังกัด สธ. 186 แห่ง เรียกรับเงินจากบริษัทยา โดยจะลงนามแต่งตั้งภายในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ก็น่าจะคลอบคลุมไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบการออกคำสั่งย้าย ผอ.รพ.แต่อย่างใด  ทั้งนี้ สำหรับกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 186 รพ.ประกอบด้วย นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สธ.เป็นประธานกรรมการ นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. หัวหน้าสำนักงานกฎหมายของตน คือ พ.ต.อ.ประเวศ วงษ์ประมุข นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ตัวแทนจาก รพ. ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งกรรมการจะเป็นผู้คัดเลือก โดยมีกรอบการทำงานคือให้ทำโดยเร็ว และรายงานตรงถึงตน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการชุดนี้จะสอบไปถึงกรณีมีเอกสารใบเสร็จรับเงินจากบริษัทยา ของ รพ.ชุมแพด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการจะตรวจสอบเป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงกรณีเอกสารการรับเงินบริษัทยาของรพ.ชุมแพด้วย ตนไม่ได้เพิกเฉย แต่ก็มีวิธีการแก้ปัญหาของตนที่คงไม่เหมือนคนอื่น ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นธรรม ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่ผู้เสียหายหรือได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ ตนยึดถือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยึดถือรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ตนต้องเข้ามาแล้วเพราะมีการกล่าวหา รพ.186 แห่ง คิดเป็นหว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ของรพ.ในสังกัด สธ. เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่จริงคนกล่าวหาก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าจริง รพ.เหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก สามารถดูบัญชีธนาคาร ดูการออกใบเสร็จรับเงิน เพราะถ้ามีการบริจาคเข้ามาแบบนี้ต้องมีการเอาไปหักภาษี ถ้าไม่มีตรงนี้ แต่กลับมีเงินเข้ามาจำนวนมากอาจจะมีความผิดปกติอะไรหรือไม่ ส่วนนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยที่เรื่องลุกลามใหญ่โตหรือไม่นั้น ตนไม่อยากให้มองว่าลุกลามใหญ่โต เพราะเรื่องเกิดขึ้นแค่ตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึกที่พิสูจน์ไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง