ทำนาบนหลังคน "เอ็ดเวิร์ด คอลสตัน" พ่อค้าทาสผู้มั่งคั่ง (คลิป)

2020-06-08 15:55:27

ทำนาบนหลังคน "เอ็ดเวิร์ด คอลสตัน" พ่อค้าทาสผู้มั่งคั่ง (คลิป)

สุดสัปดาห์ที่ 2 ของการประท้วง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกที่อยู่ลึกลงไปในก้นบึ้นของใจคนทั่วโลกกรณีการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากตำรวจผิวขาวเข้าจับกุมตัวเขาด้วยการใช้เข่ากดลงไปบนลำคอเขาจนขาดใจตาย และยังมีการจัดการประท้วงทั่วสหรัฐด้วย

กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่่นคน เข้าร่วมประท้วงตามท้องถนนในกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่น เป็นการชุมนุมในวันที่ 2 ต่อเนื่อง เพื่อประณามความโหดร้ายป่าเถื่อนของตำรวจ หลังการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันผิวดำ วัย 46 ปี จากฝีมือของตำรวจผิวขาว ซึ่งบางส่วนก็สวมหน้ากากอนามัย ที่มีข้อความเขียนว่า "การเหยียดเชื้อชาติคือไวรัสชนิดหนึ่ง" (Racism is a virus.)

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา มีประชาชนหลายพันคนมาชุมนุมกันในพื้นที่ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งก็เป็นไปอย่างสงบ แต่ก่อนสิ้นสุดการประท้วง มีผู้ประท้วงกลุ่มเล็ก ๆ ปะทะกับตำรวจใกล้บ้านพักของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ถนนดาวนิ่ง สตรีท

Advertisement




เครสซิดา ดิค ผู้บัญชาการตำรวจกรุงลอนดอน กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 27 นาย ได้รับบาดเจ็บ ในการโจมตีที่สร้างความตื่นตระหนกและยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ระหว่างการประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งรวมทั้งตำรวจ 14 นายที่บาดเจ็บในวันเสาร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ 2 นายบาดเจ็บสาหัส และยังมีอีกหนึ่งนายถูกผู้ประท้วงกระชากตกจากหลังม้า บาดเจ็บสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัด

เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้กลุ่มผู้ประท้วงอย่ารวมตัวกันในกรุงลอนดอนอีกในวันอาทิตย์ พร้อมเตือนว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงยิ่งขึ้น แต่กลุ่มผู้ประท้วงไม่สนใจยังคงรวมตัวประท้วงบนถนนนอกสถานทูตสหรัฐ ริมฝั่งทางตอนใต้ของแม่น้ำเทมส์

Advertisement




จากนั้น ผู้ประท้วงก็เดินขบวนไปตามริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ มุ่งหน้าสู่รัฐสภา และถนนดาวนิง สตรีท หยุดบนสะพานแล้วพากันคุกเข่า และตะโกนคำว่า "ขอความยุติธรรม ในขณะนี้" ส่วนในบริเวณจัตุรัสรัฐสภา ก็มีผู้ประท้วงจำนวนมากถือแผ่นป้ายรวมตัวกันอยู่ด้านนอกอาคารรัฐสภา

การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา จุดชนวนให้เกิดการประท้วงทั่วโลก กรณีการกระทำของตำรวจที่กระทำต่อชนกลุ่มน้อย ตำรวจผิวขาว เดเรค เชาวิน ควบคุมตัวเขาด้วยการใช้เข่ากดลงที่ลำคอฟลอยด์นานเกือบ 9 นาที

ผู้ประท้วงในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ชูกำปั้นขึ้นอากาศและตะโกนคำว่า "ไม่มีความยุติธรรม ก็ไม่มีสันติภาพ" (No Justice! No Peace!) เมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ ในเบลเยียม ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงสลายผู้ประท้วงหลายร้อยคน ในใจกลางกรุงบรัสเซลส์ ที่มีร้านอาหารชาวแอฟริกามากมาย มีผู้ประท้วงบางคนถูกจับกุมด้วย การประท้วงเป็นส่วนหนึ่งของผู้ประท้วงประมาณ 10,000 คน ที่มารวมตัวกันที่ "วังแห่งความยุติธรรม" (Palace of Justice) ผู้ประท้วงจำนวนมาก สวมหน้ากากอนามัยและถือแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "ชีวิตคนผิวดำก็สำคัญ (Black Lives Matter) - เบลเยียมถึงมินนีแอนาโพลิส", "ผมหายใจไม่ออก" (I can't breathe.) และ "หยุดเข่นฆ่าคนผิวดำ"

Advertisement



แต่ที่สะใจที่สุด น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองบริสตอล ทาางตะวันตกของอังกฤษ เมื่อกลุ่มประท้วง พากันใช้เชือกผูกลำคอรูปปั้นของ "เอ็ดเวิร์ด คอลสตัน" พ่อค้าทาสคนสำคัญในช่วงศตวรรษที่ 17 โค่นลงจากฐาน หล่นร่วงลงกระแทกพื้นเบื้องล่าง ผู้ประท้วงเฮโลกันกระโดดกระทืบรูปปั้นอยู่ 2-3 นาที ก่อนกลิ้งมันทิ้งลงไปในน้ำที่ท่าเรือที่อยู่ใกล้ที่ประท้วง ท่ามกลางเสียงเชียร์และโห่ร้องด้วยความสะใจสุด ๆ

ก่อนทิ้งรูปปั้นคอลสตันลงน้ำ ผู้ประท้วงยังได้ใช้สีแดงละเลงลงบนใบหน้ารูปปั้น และผู้ประท้วงคนหนึ่งทำท่าใช้เข่ากดลงที่ลำคอของรูปปั้นเลียนแบบกรณีของฟลอยด์ ที่ขาดอากาศหายใจจากการที่ตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดทับลงบนลำคอของในเมืองมินนีแอโพลิส

ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในอังกฤษจะดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มผู้ประท้วง ที่ทำลายรูปปั้นและทรัพย์สินต่าง ๆ ครั้งนี้ ก็ว่ากันไป เพราะคอลสตัน ถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญคนหนึ่งของเมืองบริสตอล


Advertisement



แล้วเอ็ดเวิร์ด คอลสตัน คือใคร เราไปตามดูกัน

คอลสตัน เติบโตในครอบครัวพ่อค้าวาณิชผู้มั่งคั่ง และเข้าร่วมก่อตั้งบริษัทหนึ่งในปี พ.ศ.2223 ซึ่งเป็นบริษัทผูกขาดในการค้าทาสจากประเทศแอฟริกาตะวันตก หรือจะเรียกว่า เป็นการซื้อขายมนุษย์ด้วยเงินตราก็ไม่ผิด บริษัทที่ว่านี้ คือ เดอะ รอยัล แอฟริกัน คัมพะนี (Royal African Company) หรืออาร์เอซี ประธานบริษัทอย่างเป็นทางการคือ พระอนุชาของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น พระเจ้าเจมส์ที่ 2 และพระองค์ก็เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ด้วย ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการค้าทาส รวมทั้งผู้หญิงและเด็ก ด้วยการประทับตราสัญลักษณ์อักษรย่อ "RAC" ไว้บนหน้าอกของพวกทาส

เชื่อกันว่ามีการซื้อขายทาสชาวแอฟริกาตะวันตกประมาณ 100,000 คน ในประเทศแถบแคลิบเบียน และอเมริการะหว่างปี พ.ศ.2215 ถึง พ.ศ. 2232

นักประวัติศาสตร์ ประเมินว่า คอลสตัน เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทาสประมาณ 20,000 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงและเด็กประมาณ 4,000 คน บนเรือทาสในช่วงศตวรรษที่ 17 

คอลสตัน ไม่ใช่เป็นพ่อค้าชาวอังกฤษเท่านั้น ยังเป็นสมาชิกรัฐสภา, ผู้บริจาครายใหญ่ และพ่อค้าทาส แต่ความมั่งคั่งร่ำรวยของเขาได้มาจากการค้าและการทำนาบนหลังคน คือใช้ประโยชน์จากทาส เขาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองมากขึ้น ด้วยภาพของคนใจบุญสุนทาน ใช้เงินที่ได้จากการค้าทาสสนับสนุนและบริจาคเงินให้โรงเรียน, โรงพยาบาล, บ้านสงเคราะห์คนยากจน และโบสถ์ต่าง ๆ ในเมืองบริสตอล, กรุงลอนดอน และสถานที่อื่น ๆ ซึ่งเพื่อเป็นการรำลึกถึง และให้เกียรติเขา ชื่อของเขาจะปรากฎอยู่ตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในเมืองบริสตอล ทั้งตั้งเป็นชื่อถนนหลายสาย, โรงเรียน 3 แห่งและแม้แต่ขนมปังยี่ห้อคอลสตัน

Advertisement



ไม่แปลกที่จะมีรูปปั้นสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 18 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่บนถนนคอลสตัน เมืองบริสตอล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2438

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน รายงานว่า มีประชาชนในท้องถิ่น เข้าชื่อกันกว่า 11,000 คนร้องเรียนให้รื้อถอนรูปปั้นของเขาออกไปในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ คลีฟ ลูว์อิส ส.ส.พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษ แสดงความยินดีที่ฝูงชนโค่นรูปปั้นของคอลสตัน ซึ่งเขาทวิตข้อความคำเดียวสั้น ๆ ว่า "Good"

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงบทบาทในการค้าทาสของคอลสตันมากขึ้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการสร้างอนุสรณ์ของคอลสตันในเมืองบริสตันหนาหูด้วย

ในที่สุดแล้ว รูปปั้นของคอลสตัน ผู้มั่งคั่งจากการค้าทาส ก็ถูกประชาชนรุมโค่นทำลายและโยนทิ้งน้ำ แต่ก็คงยากที่จะลบรอยแผลเป็นในใจของคนผิวดำ