ผลสำรวจชี้ สถานการณ์เด็กและสตรีในไทย ดีขึ้น

2017-03-27 17:45:11

ผลสำรวจชี้ สถานการณ์เด็กและสตรีในไทย ดีขึ้น

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรี ปี58-59 พบความเป็นอยู่เด็กและสตรีไทย ก้าวหน้าขึ้นหลายด้าน
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และนางนวลนภา ธนศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมนำเสนอผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติการสนับสนุนจากยูนิเซฟ โดยเก็บข้อมูลเด็กและสตรีในครัวเรือนกว่า 28,000 แห่งทั่วประเทศระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558 - มีนาคม 2559 ซึ่งได้สำรวจความเป็นอยู่ของเด็กและสตรีในด้านต่าง ๆ อาทิการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และโภชนาการของเด็ก ,การพัฒนาเด็กปฐมวัย , อัตราการเข้าเรียน ,การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ,ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเอชไอวี-เอดส์ การเลี้ยงดูและการอบรมเด็กๆที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่  

นายพิเชษ กล่าวว่าผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ความเป็นอยู่ของเด็กและสตรีในไทยจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการที่เด็กมีอัตราการจดทะเบียนเกิดถึงร้อยละ 99,ร้อยละ 98 เด็กเเละสตรีได้ใช้น้ำดื่มจากเเหล่งน้ำที่สะอาด ,ร้อยละ 95  เข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ,ร้อยละ 42 ทารกอายุต่ำว่า 6 เดือนได้กินนมแม่  ส่งผลต่อโภชนาการที่ดี เป็นต้น แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำด้านต่างๆเกิดขึ้น  เช่น เด็กที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ครอบครัวยากจน พ่อเเม่ขาดการศึกษา ส่งผลให้เด็กมีปัญหาด้านสุขภาพเเละพัฒนาการ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีภาวะเตี้ยเเคระเกร็น ในอัตรา 1:10 คน, เด็กผู้ชายเเละเด็กในภาคใต้มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเเละมีภาวะโภชนาการเฉียบพลันสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น ,ร้อยละ 41 ของเด็กอายุต่ำกว่า5ปีมีหนังสือเด็กอย่างน้อย 3 เล่มอ่านที่บ้านทั้งที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการ , ร้อยละ 24 ของเด็กที่เเม่ไม่มีการศึกษาไม่ได้เข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษา,ไทยมีคุณแม่วัยใสมากที่สุดอันดับ 4 ในอาเซียนโดยวัยรุ่นช่วง 15-19ปี ที่จบเพียงชั้นประถมศึกษาให้กำเนิดบุตรสูงสุด 104:1,000 คน, เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี 3 ล้านคนไม่ได้อยู่กับพ่อเเม่ทั้งๆที่พ่อเเม่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กตัดสินใจศึกษาต่อในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษาร้อยละ 71เเละสตรีขาดการเข้าถึงข้อมูลเเละบริการที่จำเป็นต่อการพัฒนาตนเอง เป็นต้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องช่วยกันทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตโดยในส่วนตนได้ประสาน งานกับ สธ. นำเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับการบริการด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

Advertisement



ด้านนายโธมัส ดาวิน ผู้เเทนองค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า ผลสำรวจตอกย้ำว่าความเป็นอยู่ที่เเตกต่างกันของเด็กกลุ่มต่างๆ ขึ้นอยู่กับพื้นที่อยู่อาศัย ชาติพันธุ์ รายได้ของครอบครัวเเละระดับการศึกษาของเเม่ โดย เฉพาะเด็กเเละสตรีที่ยากจนเเละอยู่ในชนบท ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวกับควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสถานการณ์เด็กและสตรีให้ดียิ่งขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง