เสรีภาพจอมปลอม คนผิวดำในสหรัฐยังถูกมองเหมือนทาส

2020-06-07 20:05:41

เสรีภาพจอมปลอม คนผิวดำในสหรัฐยังถูกมองเหมือนทาส

ฤดูร้อน ปี พ.ศ.2537 การเสียชีวิตของชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ที่ไม่มีอาวุธ 2 คน คือเอริค การ์เนอร์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ในเกาะสแตเทน รัฐนิวยอร์ก และไมเคิล บราวน์ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ในเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี โดยฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาว จุดชนวนให้มีการถกเถียงกันทั่วประเทศเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันทางเชื้อชาติในสหรัฐ ที่บอกว่าตัวเองเป็นประเทศศิวิไลซ์เบอร์ 1 ของโลก ที่อ้างเสมอว่าตัวเองเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแสดงออกได้อย่างเต็มที่

ในทั้ง 2 คดี คณะลูกขุนปฏิเสธที่จะดำเนินคดีกับตำรวจที่เกี่ยวข้อง คำตัดสินดังกล่าวยั่วยุให้เกิดคลื่นการเดินขบวน, การชุมนุม และการปิดถนนประท้วงทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ประท้วงใช้สีดำทาผิวตัวเองให้ดำ พร้อมป่าวประกาศ “Black Lives Matter” หรือ “ชีวิตคนผิวดำก็มีความสำคัญ” ให้ประชาชนในชาติและทั่วโลกได้รับรู้

แน่นอนประวัติศาสตร์ความไม่เท่าเทีียมทางเชื้อชาติของสหรัฐ คือปัจจัยปูทางไปสู่ความป่าเถื่อนโหดร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจในยุคสมัยใหม่ ที่ยังมองคนผิวดำด้วยสายตาชิงชัง ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คนผิวดำเข้าสู่สหรัฐในฐานะทาสเท่านั้น

Advertisement




คลื่นการประท้วงในสหรัฐ กรณีการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟรอยด์ จากฝีมือของตำรวจผิวขาว คือการพรั่งพรูความโกรธแค้นครั้งล่าสุดที่ปะทุขึ้นหลังการเสียชีวิตของชาวอเมริกันผิวสีหลายต่อหลายครั้ง แต่ตำรวจผิวขาวที่กระทำผิด ลอยนวลแทบจะทุกครั้ง

การชุมนุมกันอย่างสงบครั้งใหม่เกิดขึ้นทั่วสหรัฐเพื่อแสดงพลังต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ หรือสีผิว และความป่าเถื่อนโหดร้ายของตำรวจผิวขาว ติดต่อกันเป็นคืนที่ 12 หลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีประชาชนหลายหมื่นคนเดินขบวนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดของเมืองจนถึงขณะนี้ กองกำลังรักษาความมั่นคงปิดถนนป้องกันผู้ประท้วงเข้าใกล้ทำเนียบขาว นอกจากนี้ ยังมีฝูงชนประท้วงในนิวยอร์ก, ชิคาโกและซานฟรานซิสโก

Advertisement




ฟลอยด์ ชายผิวดำไร้อาวุธวัย 46 ปี เสียชีวิตระหว่างตำรวจเข้าจับกุมตัวในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งในคลิปวิดีโอเป็นภาพเหตุการณ์ที่เดเรค เชาวิน ตำรวจผิวขาว ใช้เข่ากดทับลำคอของเขาแนบกับพื้นถนนนานเกือบ 9 นาที ก่อนขาดดใจตาย เชาวินถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม ส่วนตำรวจอีก 3 นายที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ถูกปลดและถูกตั้งข้อหาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน

การประท้วงต่อต้านเชื้อชาติครั้งใหม่ ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ในสหราชอาณาจักร บริเวณจัตุรัสรัฐสภา กลางกรุงลอนดอน เต็มไปด้วยฝูงชนแม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากทางรัฐบาลให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมที่มีผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากเกรงการระบาดของไวรัสโควิด-19

ในออสเตรเลีย มีการประท้วงครั้งใหญ่ในหลายเมืองใหญ่ทั้งในซิดนีย์, เมลเบิร์นและบริสเบน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติต่อชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเท่าเทียมเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีการประท้วงในฝรั่งเศส, เยอรมนีและสเปน

Advertisement



แต่การประท้วงที่ใหญ่ที่สุด ดูเหมือนจะอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงสหรัฐ ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วง ที่ส่วนใหญ่ถือแผ่นป้ายที่มีข้อความเขียนว่า “Black Lives Matter” หรือชีวิตของคนผิวดำก็มีความสำคัญ ชุมนุมกันอย่างสงบใกล้อาคารรัฐสภา, อนุสาวรีย์ลอนคอล์น และนอกสวนสาธารณะ ลาฟาแยต ใกล้ทำเนียบขาว ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงเปลี่ยนชื่อสวนสาธารณะแห่งนี้ใหม่เป็น Black Lives Matter Plaza

การประกาศใช้เคอร์ฟิวในหลายเมืองหลังมีการประท้วงรุนแรงในตอนแรก ขณะนี้ ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มต่าง ๆ และการจับกุมตัวก็ลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงดึกวันเสาร์ ตำรวจในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ประกาศ ให้การชุมนุมผิดกฎหมาย และเป็นการสร้างความวุ่นวายในสังคม หลังจากผู้ประท้วงขว้างปาวัสดุสิ่งของต่าง ๆ เข้าใส่เจ้าหน้าที่ใกล้ศูนย์ยุติธรรม ตำรวจในเมืองซีแอตเทิล ก็กล่าวด้วยว่า ถูกขว้างปาด้วยวัสดุสิ่งของต่าง ๆ เช่นกัน มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนายจากระเบิดแสวงเครื่อง

ส่วนในนิวยอร์ก ฝูงชนชุมนุมกันบนสะพานบรุกลิน ขณะที่ในซานฟรานซิสโก กลุ่มผู้ประท้วงปิดสะพาน โกลเดน เกต ในช่วงสั้น ๆ และในชิคาโก ประชาชนประมาณ 30,000 คน ชุมนุมกันในยูเนียน พาร์ค และผู้ประท้วงปิดสี่แยกฮอลลีวูดในลอสแอนเจลีสด้วย

ในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย รูปปั้นผู้นำสมัยสมาพันธรัฐถูกโค่นลงจากฐาน และยังมีการประท้วในเมืองแอตแลนตาและฟิลาเดลเฟีย ซึ่งฝูงชนตระโกนคำว่า “พวกเราต้องการความยุติธรรม พวกเราต้องการความรัก”

Advertisement




ทั้งสื่อโซเชียล มีเดียและบนท้องถนน กลุ่มผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวประท้วง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งช่วยกันแก้ปัญหาเหยียดเชื้อชาติและความไม่เท่าเทียมที่ฝังรากลึกมานาน อีกทั้งปัญหาตำรวจโหด, การจับกุมคุมขังหมู่ ไปจนถึงด้านสาธารณสุข

จากข้อมูลของสมาคมแห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าของประชาชนผิวสี (National Association for the Advancement of Colored People : NAACP) ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่สำคัญอย่างยิ่งในการรณรงค์ต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว พบว่า มีชาวอเมริกันผิวดำถูกคุมขังสูงกว่าชาวอเมริกันผิวขาวถึง 5 เท่า และถูกลงโทษในข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสูงกว่า 6 เท่า ทั้ง ๆ ที่มีอัตราการใช้ยาเสพติดพอ ๆ กันทั้งคนดำคนขาว นอกจากนี้ จากข้อมูลด้านสาธารณสุขแห่งชาติ พบว่า แม่ผิวดำเสียชีวิตจากคลอดบุตรสูงกว่าแม่ผิวขาว 2 เท่า

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ มีการพบเห็นความไม่เท่าเทียมในการแบ่งแยกเชื้อชาติ, ศาสนาและวัฒนธรรมในระบบโรงเรียน, ที่อยู่อาศัยและสถานที่สาธารณะต่าง ๆ มากมาย

ผลการศึกษาของศูนย์วิจัย พิว ในปี 2562 พบว่า ผู้ใหญ่ผิวดำมากกว่า 8 ใน 10 คน กล่าวว่า มรดกทาสยังส่งผลกระทบต่อตำแหน่งฐานะของคนผิวดำจนถึงทุกวันนี้ ครึ่งหนึ่งบอกว่า ดูเหมือนว่า อเมริกกาจะไม่เคยเห็นความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติที่แท้จริง

Advertisement




ประชาชนหลายร้อยคนร่วมพิธีศพของฟลอยด์ ในเมืองเรฟอร์ด รัฐนอร์ท แคโรไลนา วางดอกไม้ในโบสถ์แห่งหนึ่งใกล้กับสถานที่ี่เขาเกิด พิธีศพส่วนตัวถูกจัดขึ้นเพื่อสมาชิกในครอบครัว นายรอย คูเปอร์ ผู้ว่าการรัฐนอร์ท แคโรไลนา สั่งลดธงลงครึ่งเสา ตั้งแต่ดวงอาทติย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตกในวันเสาร์เพื่อรำลึกถึงฟลอยด์

พิธีศพของฟลอยด์มีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารนี้ ในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ที่ซึ่งเขาเคยอาศัยก่อนย้ายไปยังเมืองมินนีแอโพลิส