ปชช.แห่หนุน"บุ๋ม ปนัดดา"เป็น ส.ส.น้ำดี

2020-06-07 13:00:50

ปชช.แห่หนุน"บุ๋ม ปนัดดา"เป็น ส.ส.น้ำดี

ซูเปอร์โพล เผยประชาชนแห่หนุน "บุ๋ม ปนัดดา" เป็น ส.ส.-รมต.น้ำดี ชี้รัฐบาลหนาวแน่เหตุคนเคยเลือกพรรคร่วมรัฐบาลปันใจย้ายขั้ว


เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.63 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สำรวจเสียงประชาชน ต่อ บุ๋ม ปนัดดา กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 1,479 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความพอใจต่อผลงานของ บุ๋ม ปนัดดา ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.9 พอใจเรื่องการรณรงค์ความปลอดภัยให้กับเด็กและสตรี รองลงมาร้อยละ 94.1 พอใจเรื่องการรณรงค์เรื่องให้ประหารชีวิตในคดีข่มขืน ร้อยละ 93.5 พอใจที่ร่วมเป็นจิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ ร้อยละ 88.8 พอใจเรื่องจัดตั้งองค์กรทำดี ร่วมกับคนบันเทิง และร้อยละ 85.3 พอใจเรื่องทูตวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ตามลำดับ

Advertisement



ที่น่าพิจารณา คือ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 88.0 ระบุถึงความพอใจต่อ ส.ส.หญิงที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม ว่า ยังไม่มี ขณะเดียวกันประชาชนร้อยละ 98.4 ระบุถึงความใสซื่อเป็นผู้หญิงน้ำดี ทำประโยชน์เพื่อสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา ขณะที่ร้อยละ 1.6 ระบุว่า ไม่ใช่ ร้อยละ 59.9 อยากสนับสนุนให้ บุ๋ม ปนัดดา เป็น ส.ส. รองลงมา คือ อยากให้เป็นคนคอยอบรม ส.ส.หญิงให้เป็น ส.ส.น้ำดี ร้อยละ 28.8 เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม ร้อยละ 17.3 เป็นรัฐมนตรีร้อยละ 14.9 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง ร้อยละ 7.2

ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง คือ จุดยืนการเมืองของประชาชนคนออนไลน์ พบว่า กลุ่มคนเคยเลือกพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เหลือสนับสนุนรัฐบาลเกินครึ่งเพียงเล็กน้อย คือ เหลืออยู่ร้อยละ 54.9 และไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 25.5 เป็นพลังเงียบร้อยละ 19.6 ส่วนคนเคยเลือกพรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เหลือสนับสนุนรัฐบาลอยู่ร้อยละ 4.7 แต่ไปอยู่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 58.7 และพลังเงียบร้อยละ 36.6

Advertisement



ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า กรณีของ ดร.บุ๋ม ปนัดดา ถ้าลงเลือกตั้งน่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส. หากขึ้นเป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อในอันดับแรก แต่ถ้าจะให้พรรคนั้นชนะจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะอยู่ในอันดับที่ 9 ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้ส่งผลทำให้คนในโลกออนไลน์มีจุดยืนทางการเมืองที่น่าจะทั้งหนาวและหวาดเสียว เพราะคนเคยเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ กระจายตัวออกไปอยู่ในกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลและพลังเงียบ

ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ หรือจะรอให้สถานการณ์สุกงอมเหมือนที่เคยปล่อยกันมา แต่ครั้งนี้ถ้าไม่ใช้นวัตกรรมทางการเมืองและคนรุ่นใหม่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ คงยากที่จะผ่านพ้นอารมณ์ของประชาชนที่เคลือบแคลงสงสัย และกำลังขุ่นมัวกับความชอบธรรมของรัฐบาล