โซเชียลเดือด! ล่าตัว 3 หนุ่มใหญ่ ทุบหัวสุนัขรุมชำแหละย่างกิน

2020-06-07 10:20:09

โซเชียลเดือด! ล่าตัว 3 หนุ่มใหญ่ ทุบหัวสุนัขรุมชำแหละย่างกิน

วอน จนท.เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ หลังมีชาวบ้านพบเห็น 3 หนุ่มใหญ่ กำลังช่วยกันชำแหละสุนัขนำเนื้อออกมาย่างกิน และมีการถ่ายภาพคลิปขณะเกิดเหตุไว้ได้ และมีการแจ้งไปยังมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบ ล่าสุด จนท.ในพื้นที่ไปติดตามควบคุมตัว 3 หนุ่มใหญ่ในภาพที่มีการนำมาแชร์ว่อนไปทั่วโลกโซเชียลในขณะนี้มาสอบสวนแล้ว เบื้องต้นยอมรับว่านำสุนัขดังกล่าวมาประกอบอาหารย่างกินจริง แต่ไม่ได้เป็นคนฆ่าสุนัข

วันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีจากกรณีเพจ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้โพสต์เรื่องราวระบุว่า #จับสามคนฆ่ากินหมา บ้านหนองแขม อ.เนินสง่า ชัยภูมิ #สุดสลดหดหู่กับภาพและคลิปวิดีโอสามคนจับน้องหมาใส่กระสอบ #ทุบหัวแล้วชำแหละกินเหลือแค่เศษเนื้อชิ้นเล็กๆ บ้านหนองแขม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ

WDT รับทราบเรื่องจากประชาชน พบเห็นเหตุทารุณกรรมสุดสลดแล้วแจ้งตำรวจ สภ.เนินสง่า จึงเร่งประสาน พ.ต.อ.เรวัฒน์ ยวงอักษร ผกก.สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ ดูแลกำกับคดีฆ่ากินน้องหมา ที่บ้านหนองแขม อ.เนินสง่า ชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบ พบเพียงเศษเนื้อย่างชิ้นเล็กๆ ของน้องหมา เหลือคนอยู่แค่คนเดียว จากสามคนในคลิปวิดิโอ

Advertisement




WDT ทราบรายชื่อหมดแล้ว ส่งมอบให้ ร.ต.อ.สง่า ภิรมย์จิต รอง สว.(สอบสวน) สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ พนักงานสอบสวน ร้อยเวรเจ้าของคดีประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุมตัวต่อไป #WDT ขอวิงวอนประชาชนผู้รับทราบเหตุการณ์ว่า การกิน ฆ่า ค้าสุนัขเป็นการทารุณกรรมสัตว์ และเป็นคดีอาญาแผ่นดิน หากพบเห็นซึ่งหน้าแบบนี้ ขอให้ช่วยเหลือชีวิตน้องหมาไว้ก่อน ขอให้มีความกล้าหาญ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ช่วยชีวิตน้องหมาให้ได้ก่อน #คนฆ่าหมาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดล้วนเป็นคนขี้ขลาด ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลกระทบใดๆเพราะกฎหมายจะคุ้มครองท่านเสมอ

#ดีกว่าเห็นแต่ภาพถุงใส่น้องหมา ที่ยังมีชีวิตแล้วต้องมาพบเหลือแค่เศษชิ้นเนื้อ ! ติดตามผลการจับกุม จาก สภ.เนินสง่าครับ ขอบคุณ นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ นางศรีสมัย โชติวณิช ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พ.ต.อ.เรวัฒน์ ยวงอักษร ผกก.สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ พ.ต.ท. ชัยณรงค์ น้อยวัน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ ร.ต.อ.สง่า ภิรมย์จิต รอง สว.(สอบสวน) สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ สำนักงานกฎหมาย ทนายคลายทุกข์ คุณเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่ปรึกษากฎหมาย WATCHDOG THAILAND ประชาชนผู้ร้องเรียนเหตุทารุณกรรม อาสาประชาชนเครือข่าย Watchdog Thailand

Advertisement




ซึ่งล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อช่วงเวลา 16.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.63 วันเดียวกันที่เกิดเหตุที่ผ่านมา ที่สภ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ พบกับ ร.ต.อ.สง่า ภิรมย์กิจ รอง สว.(สอบสวน)สภ.อำเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ หลังทราบเรื่องด้าน พ.ต.อ.เรวัฒน์ ยวงอักษร ผกก.สภ.เนินสง่า ชัยภูมิ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.สง่า ภิรมย์กิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.อำเภอเนินสง่า จ.ชัยภูมิ ได้ไปเชิญตัวชายในภาพทั้ง 3 คนมาสอบสวนในเบื้องต้นแล้ว ประกอบด้วย 1) นายเสกสรร อายุ 34 ปี อาศัยอยู่ที่ หมู่ 6 บ้านหนองแขม ต.ตาเนิน อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ 2) นายบุญเลิศ อายุ 65 ปี บ้านอยู่ หมู่ที่ 7 บ้านโนนม่วง ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และ 3) นายมงคล อายุ 41 ปี อาศัยอยู่หมู่ที่ 6 บ้านหนองแขม ต.ตาเนิน อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ

โดย 1 ใน 3 ชายในภาพ ซึ่งเป็นคนแร่เนื้อสุนัข เล่าว่า ตนพร้อมเพื่อนพวกอีก 2 คนไปเก็บสุนัขมาจากข้างทางในละแวกบ้าน ซึ่งเป็นสุนัขที่ถูกรถชนตายแล้วมีคนนำมาทิ้งไว้ ก่อนที่พวกของตนจะไปพบเข้า และเก็บใส่ถุงปุ๋ยมาจำนวน 2 ถุง หรือ 2 ตัว

ก่อนที่จะเป็นคนแล่เนื้อ หลังจากนั้นได้ปรุงเป็นอาหารกินกัน ก่อนที่จะมีผู้ไม่ประสงค์ออกนามมาถ่ายคลิปจนทำให้เป็นเรื่องดังกล่าวขึ้น ซึ่งยอมรับว่า นำสุนัขที่ถูกรถชนตายแล้วมาทำประกอบอาหารย่างกินครั้งนี้เท่านั้น ไม่ได้เป็นคนฆ่าหรือทารุณกรรมสุนัขครั้งนี้ให้ตาย ซึ่งเป็นความชอบของกลุ่มตนที่ชอบบริโภคเนื้อสุนัขอยู่แล้ว ซึ่งก็รู้ว่าหากินยาก และในปัจจุบันก็มีกฎหมายคุ้มครองสุนัขไม่มีใครไปกล้าฆ่าสุนัขกินแน่ แต่เมื่อพบว่ามีสุนัขตายจึงพากันเสียดายนานๆจะได้กินจึงนำสุนัข 2 ตัวที่ถูกรถชนตายแล้ว นำมาประกอบอาหารครั้งนี้เท่านั้น

Advertisement



ด้าน ร.ต.อ.สง่า ภิรมย์กิจ รอง สว.(สอบสวน)สภ.เนินสง่า หลังได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ได้พบกับเนื้อและเครื่องในของสุนัขอยู่ในถุงเหลือบางส่วน พร้อมหลักฐานเป็นจอบ และถุงปุ๋ยในที่เกิดเหตุมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป