บุกจับอดีตผู้สมัคร ส.ส.สุดแยบยล ฉกเงินผู้เสียหาย

2020-06-04 16:10:15

บุกจับอดีตผู้สมัคร ส.ส.สุดแยบยล ฉกเงินผู้เสียหาย

ตร.บุกจับอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภราดรภาพ ใช้อุบายสุดแยบยลแอบฉกเงินเหยื่อเกือบ 4 แสน

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.63 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลจับกุม นายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภราดรภาพ อายุ 34 ปี ได้ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลาง จ.สมุทรปราการ หลังหลอกลวงประชาชนโดยมอบรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก มูลค่ารวมหลายแสนบาท

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า พฤติการณ์ คือ นายอานนท์วัฒน์ กับพวก ได้ร่วมกันหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชน โดยทำทีไปมอบรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือให้กับผู้เสียหาย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะเอาซิมโทรศัพท์เดิมใส่โทรศัพท์ใหม่ โดยอ้างว่าเพื่อยืนยันการรับรางวัล จากนั้นจะดูด SMS OTP ก่อนนำไปโอนเงินผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ

Advertisement




ด้าน นายกษิดิศ ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ตนพร้อมครอบครัวได้เข้าพักที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง จากนั้นมีโทรศัพท์โทรเข้ามาหา แต่ตนไม่ได้รับ จากนั้นมีสายโทรศัพท์โทรเข้าเครื่องมารดาพร้อมขอสายตน โดยแจ้งว่าเป็นผู้โชคดีจากสุ่มจับรางวัลผู้เข้าพักในโรงแรม โดยได้รางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมแพคเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน

ต่อมามีคนนำโทรศัพท์มามอบให้ที่บ้าน แต่มีการแจ้งว่าต้องใช้ซิมโทรศัพท์มือถือของตัวเองเปลี่ยนใส่เข้าเครื่องที่ได้รับรางวัลเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อยืนยันสิทธิ จากนั้นไม่นานเงินในบัญชีส่วนตัวและเงินในบัญชีนิติบุคคลหายไปเกือบ 4 แสนบาท จึงเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง

Advertisement




ขณะที่ นายนิวัตร เหลืองศิริเชียร อดีตผู้ประกาศข่าว กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนทำงานด้านสื่อมวลชน แต่จากสถานการณ์โควิดทำให้ต้องหารายได้เพิ่ม จึงรับงานฟรีแลนซ์ผ่านเว็บไซต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นถูกว่าจ้างให้นำโทรศัพท์ไปมอบให้กับผู้โชคดีรวม 3 ราย โดยว่าจ้าง 5,000 บาท พร้อมจ่ายเงินล่วงหน้า 50 เปอร์เซ้นต์ เป็นเงิน 2,500 บาท ส่วนอีก 2,500 บาทจะจ่ายหน้างาน

แต่ปรากฎว่าหลังจากนำโทรศัพท์ไปให้ผู้เสียหายแล้วกลับไม่ได้เงินส่วนที่เหลือ ตนจึงยุติไม่ไปส่งโทรศัพท์อีก 2 ราย หลังจากนั้นตนพยายามติดต่อขอเงินค่าจ้างที่ตกลงไว้ แต่ก็ไม่ได้รับเงินจึงยุติการรับงานกับเคสนี้โดยสิ้นเชิง ต่อมาจึงทราบว่าผู้เสียหายที่ตนนำโทรศัพท์ไปให้นั้นถูกขโมยเงินจากบัญชีไป และมีภาพของตนส่งมอบโทรศัพท์ จึงเข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้

พร้อมยืนยันว่าไม่เคยรู้จักนายอานนท์วัฒน์ ไม่เคยเห็นหน้า หรือติดต่องานกันมาก่อน และไม่มีส่วนรู้เห็นกับหารหลอกลวงในครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมารับงานฟรีแลนซ์ไม่เคยมีปัญหา แต่เคสนี้เป็นเคสแรกที่ถูกหลอกให้ทำงาน จึงต้องยุติบทบาทการเป็นผู้ประกาศ และหยุดรับงานฟรีแลนซ์ พร้อมยืนยันความบริสุทธิใจ โดยให้ข้อมูลทุกอย่างกับตำรวจด้วยดีมาตลอด

Advertisement



ด้าน พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่านายอานนท์วัฒน์ จบการศึกษาจากประเทศเยอรมัน มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ จากการตรวจสอบประวัติพบนายอานนท์วัฒน์ มีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับหลอกหลวงขายหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ยังออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 รายเป็นผู้ร่วมขบวนการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

ส่วนกรณีที่คนร้ายรู้ประวัติของผู้เสียหายและครอบครัวนั้น เชื่อว่าคนร้ายได้ข้อมูลจากคนใกล้ชิดของผู้เสียหาย คาดว่าน่าจะเป็นคนที่เคยทำงานในบริษัทของผู้เสียหาย พร้อมเตือนว่าหากมีกรณีเช่นนี้ขึ้น ขอให้มีการล้างข้อมูลในเครื่องก่อนใช้งาน เนื่องจากอาจมีฝังโปรแกรมดูดข้อมูล ซึ่งอาจสร้างความเสียหายเหมือนดคีที่เกิดขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งมีมาตรการการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป