แกนนำ นปช. ขึ้นศาลคดีชุมนุมขับไล่ "อภิสิทธิ์"ปี 52

2020-06-04 21:00:06

แกนนำ นปช. ขึ้นศาลคดีชุมนุมขับไล่ "อภิสิทธิ์"ปี 52

แกนนำ นปช. มาครบศาลนัดตรวจพยานคดีชุมนุมขับไล่ "อภิสิทธิ์"เมื่อปี 2552  

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางมาตามที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่ นปช. จัดชุมนุมไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งแรกเมื่อปี 2552 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.  นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กับพวกรวม 13 คน โดยเเกนนำ นปช.มาศาลพร้อมหน้า ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง ให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่ห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ

นพ.เหวง กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวเนื่องหลังจากคดีพัทยา ที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกบางส่วนไปแล้ว ยืนยันว่า แกนนำ นปช.ไม่มีความกังวลอะไร พร้อมน้อมรับคำตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ สำหรับคดีที่ฝ่ายแกนนำ นปช. และประชาชน เป็นโจทก์หรือผู้เสียหายเมื่อปี 2553 นั้น แกนนำ นปช.กำลังพิจารณาอีกแนวทางหนึ่งตามที่นางสมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาระบุว่า การรื้อคดีสลายการชุมนุมปี 2553 อาจใช้กระบวนการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ตามมาตรา 275 ในรัฐธรรมนูญ 2550 โดยผู้เสียหายยื่นไปที่ศาลฎีกา เมื่อได้ข้อเท็จจริง จะนำสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. อธิบายถึงคดีนี้มาจากกรณีชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ส่วนคดีที่พัทยาหลังมีการตัดสินจำคุก 4 ปี 8 เดือน มีผู้หวังดีอยากให้แกนนำส่วนกลางจะต้องมีส่วนรับแบบเดียวกับคดีที่พัทยา จึงเกิดทั้งคดีที่พัทยาและคดีที่กรุงเทพฯ เป็นเหตุการณ์ปี 2552 เหมือนกันทั้งหมด และคดีที่พัทยา คำฟ้องเอาหลักฐานที่กรุงเทพฯ ไปใส่ทั้งหมด แกนนำ นปช. ก็เลยร้องให้มีการนำคดีที่พัทยามารวมกับคดีที่กรุงเทพฯ ยังไม่รู้จะได้หรือไม่ ปัจจุบันจึงมี 2 คดี หรืออาจจะรวมเป็นคดีเดียวต่อไปก็ได้ พร้อมยอมรับว่าการที่ แกนนำ นปช. ถูกรื้อคดีหรือฟ้องเพิ่มระยะหลัง ขณะที่คดีที่ตกเป็นเหยื่อในปี 2553 ไม่คืบหน้า ส่งผลต่อการเรียกร้องความเป็นธรรมในกรณีปี 2553 และสะท้อนความเป็นจริงของความยุติธรรมในสังคมไทยที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตย

“สำหรับความยุติธรรมในสังคมขึ้นกับระบอบการเมือง ดังนั้น ความยุติธรรมของฝ่ายที่ต้องการให้อำนาจการปกครองเป็นของประชาชน จึงต่างและตรงข้ามกับของชนชั้นนำที่ไม่ต้องการให้อำนาจเป็นของประชาชน เหมือนกับในสมัยโบราณ ที่ขุนนางและนายทาส ลงโทษไพร่ทาสด้วยความทารุณ ก็ถือเป็นความยุติธรรม แต่ในประชาธิปไตยความยุติธรรมก็จะเป็นอีกแบบนึง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสังคมไทยรอความยุติธรรมจากสังคมที่เป็นประชาธิปไตยได้ แม้ใช้เวลายาวนาน อย่างในต่างประเทศกว่าจะนำผู้ที่สั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษได้ใช้เวลาหลายสิบปี” นางธิดา กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง