พท.เรียกร้องนายกฯรับฟัง 3 ข้อเสนอ

2020-06-02 16:35:24

พท.เรียกร้องนายกฯรับฟัง 3 ข้อเสนอ

พท.เรียกร้องนายกฯ รับฟัง 3 ข้อเสนอ ขอฝ่ายค้านร่วมตรวจสอบการใช้งบเยียวยาฟื้นฟูประเทศ เปรียบเงินกู้จำนวนมหาศาลเหมือน“น้ำมันถังสุดท้าย" หากใช้ผิดวัตถุประสงค์บ้านเมืองหายนะ

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  ยอมรับกับสื่อต่างประเทศ ว่า ไม่เก่งเรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ มีความจริงใจในการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบโควิด-19 จริง พล.อ.ประยุทธ์ต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณมหาศาลในการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศมูลค่าหลายล้านล้านบาท เพราะเงินก้อนนี้ คือ น้ำมันถังสุดท้าย ในการติดเครื่องยนต์ประเทศไทย ก่อนประเทศจะเกิดหายนะ โดยพรรคเพื่อไทยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. รัฐบาลต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมา 6 ปี รัฐบาลกู้เงินไปแล้วกว่า 2.6 ล้านล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งก่อนและหลังโควิด แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด เพราะไม่มีวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ 2. การใช้เงินต้องตรวจสอบได้ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก. 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ติดตามตรวจสอบ การใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก.1.9 ล้านล้านบาท รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศ 3. การใช้งบประมาณต้องปราศจากการทุจริต เพราะเริ่มมีกระแสข่าวแล้วว่า มีการแจกโควต้างบประมาณให้นักการเมืองรายละ 80 ล้านบาท


นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย ยังข้องใจด้วยว่า เหตุใด ในการเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯในสัปดาห์นี้ ทำไมเสนอให้โอนงบประมาณปี 2563 จำนวน 88,452,597,900 บาท ไปไว้ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรูปของ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า งบกลาง ซึ่งจะทำให้นายกรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจใช้จ่ายเงินเกือบ 9 หมื่นล้านบาท ทำไมจึงไม่โอนงบส่วนนี้ ไปไว้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุข เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ทำไมจึงโอนเงินเกือบ 9 หมื่นล้านบาทไปให้นายกฯ ใช้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจว่าจะมีการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเห็นจากความล้มเหลวในการใช้เงินของรัฐบาลที่ผ่านมา ตลอด 6 ปี หากครั้งนี้ รัฐบาลไม่สามารถแก้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ บ้านเมืองอาจเกิดหายนะ ตัวเลขคนตกงานอาจพุ่งสูงถึง 9-10 ล้านคน ไม่ใช่แค่ 7 ล้านคน อย่างที่คาดการณ์ไว้ เพราะรัฐบาลประยุทธ์ กู้เงินมหาศาลจนเกือบเต็มเพดานของกรอบวินัยการเงินการคลังแล้ว โดยในปีหน้า สัดส่วนของเงินกู้ จะอยู่ที่ 58 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ประเทศ หากใช้เงินผิดพลาด ก็จะกู้ไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นการใช้งบประมาณตาม พ.ร.ก. 1.9 ล้านล้านบาท ทั้ง 3 ฉบับ จึงสำคัญมาก เพราะนี่คือน้ำมันถังสุดท้าย ในการติดเครื่องยนต์ประเทศไทยหากใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ บ้านเมืองจะเกิดหายนะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง