จับลอตใหญ่! ยาบ้า 17.8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 1,800 ล้าน

2020-06-01 14:45:57

จับลอตใหญ่! ยาบ้า 17.8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า  1,800 ล้าน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงจับกุมยาบ้าลอตใหญ่ 17.8 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 1,800 ล้าน ใน 3 เครือข่ายรายสำคัญในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 1 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.กกล.ผาเมือง นายมานิต โกเมศ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ได้ร่วมกันแถลงผลงานการกวาดล้างยาเสพติดในห้วง 2 วันที่ผ่านมาสามารถจับกุมเครือข่ายรายสำคัญในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ได้ 3 คดีของกลางยาบ้า 17,826,000 เม็ด มูลค่ามากกว่า 1,800 ล้านบาท

คดีแรกเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 29 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฝาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมืองได้ทำการจับกุมตัวนางสุรีย์ แซ่ลี อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 ม.4 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งกระทำวิสามัญฆาตกรรม นายปกรณ์ ธานีจิรัฐิติกาล อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.9 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว พร้อมของกลางยาบ้า 1,700,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ยง 4270 เชียงใหม่รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน นง 8934 เชียงใหม่ อาวุธปืนลูกโม้ 1 กระบอก โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้ามายังพื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้นำกำลังไปสกัดบริเวณถนนสายบ้านหาดสำราญ-ดอยอ่างขาง ก่อนถึงตู้ยามตำรวจแม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ต่อมาพบผู้ต้องหาทั้งสองขับรถตามกันมา ทางเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณให้หยุด แต่นายปกรณ์ ที่ขับรถนำ ก็ชักอาวุธปืนลูกโม้ มายิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่หวังเปิดทางเพื่อหลบหนีทางเจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ใส่เป็นเหตุให้นายปกรณ์ เสียชีวิต ในที่สุดก่อนเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นรถที่นางสุนีย์ ขับมาคือ รถอีซูซุสีบรอนซ์ ซึ่งข้างในบรรจุยาบ้ามาเต็มคันรถจึงจับกุมตัวไว้




คดีที่สองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงแหง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครองได้จัดชุดลาดตระเวนบริเวณบ้านหินแตว หมู่ 6 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ห่างจากแนวชายแดน 1 กม.ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 8-10 คน แบกเป้สะพายสีดำเดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ ในช่วงเวลา 03.30 น. วันที่ 29 พ.ค. เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งเป้สะพายหลัง และอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบพื้นที่ในเบื้องต้นตรวจพบยาบ้า จำนวน 2,100,000 เม็ด ซุกซ่อนในเป้ดังกล่าว ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาอาศัยความมืดชิงหลบหนีออกนอกประเทศไปได้

คดีที่สาม เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 30 พ.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง ได้ทำการจับกุมตัวนายสุทัศน์ โนนทอง อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 235 ม.5 ต.เสอเพลอ อ.กุมภาวาปี จ.อุดรธานี นายยอดรัก กลางา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 77 ม.5 ต.บะยาว อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี น.ส.ณิศมน สมัครณรงค์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 506 ถ.หนองกะจะ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาพร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 77 กระสอบ 14 ล้านเม็ดรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ยต 628 นครราชสีมา โดยนำตัวดำเนินคดีข้อหา"ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย"การจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีรถกระบะบรรทุกติดโครงหลังคาตู้ทึบ ป้ายทะเบียนต่างจังหวัด เข้ามาในพื้นที่ อ.ฝาง เพื่อมาขนยาเสพติดลงไปในพื้นที่ตอนล่างจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมก็พบว่ารถดังกล่าวเข้าไปจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังบุกเข้าตรวจสอบก็พบว่าผู้ต้องหามีการเปิดห้องนอนจำนวน 3 ห้องนอน จึงเข้าไปขอตรวจสอบก็พบผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจากการตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าซุกซ่อนในหลังกระบะรถดังกล่าว



พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่าการจับกุมครั้งเป็นการจับกุมคดีรายใหญ่ในรอบ 2 วันจับได้ 3 คดีของกลางจำนวนมหาศาล ซึ่งตอนนี้จากการทำงานเราก็ทราบว่ามียาบ้าจำนวนมหาศาล ที่รอจังหวะจะเข้ามาส่งจำหน่ายที่ประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจ ทหาร ปกครอง ก็ได้มีการประชุมวางแผนการทำงานร่วมกันเป็นทีมงานเพื่อสกัดกั้นจับกุมให้ได้ ไม่ให้ทะลักเข้ามาในประเทศไทยในทุกๆ ช่องทาง สำหรับการจับกุมทั้ง 3 โดยคดีจับกุม 1.7 ล้านเม็ด เราทราบว่าผู้ต้องหาทำมาแล้วหลายครั้งจนมีฐานะร่ำรวย ไม่ใช่แค่คนขน และลำเลียงยา สั่งซื้อ และจัดจำหน่ายเอง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังสืบหาขบวนการเพื่อขยายผลการจับกุมเพราะเครือข่ายนี้จะลำเลียงยาปนกับพืชผักผลไม้ และส่งในระบบโลจิสติกส์ไปพื้นที่ภาคใต้ สำหรับคดีจับกุม 17 ล้านเม็ดนั้นกลุ่มผู้ต้องหารับจ้างในราคา 7 แสนบาทให้ลำเลียงไปส่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาทำมาแล้ว 2 ครั้ง ตอนนี้เราก็พอทราบแล้วว่านายทุนที่สั่งยา 14 ล้านเม็ดเข้ากรุง เป็นใคร โดยจะได้ขยายผลกวาดล้างเครือข่ายต่อไป