นักวิจัยเตือน กทม.อย่าประมาทธรณีพิโรธ

2017-09-20 23:10:12

นักวิจัยเตือน กทม.อย่าประมาทธรณีพิโรธ

นักวิจัยโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหว ออกโรงเตือน กทม.อย่าประมาท แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมความแข็งแรงโครงสร้างอาคารสำคัญรับมือ พร้อมให้ความรู้แก่ประชาชน เหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงชั้นดินอ่อนเช่นเดียวกับเม็กซิโกซิตี้


ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นักวิจัยชุดโครงการลดภัยพิบัติแผ่นดินไหว สกว. และเลขาธิการสภาวิศวกร เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่กรุงเม็กซิโกซิตี้เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าแม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะมีพลังงานน้อยกว่าแผ่นดินไหวขนาด 8.1 ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถึง 32 เท่า แต่กลับสร้างความรุนแรงมากกว่าจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญคือ 1. ระยะทางที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากกรุงเม็กซิโก้ซิติ้ เพียงประมาณ 120 กม. ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ใกล้มาก 2. สภาพชั้นดินอ่อนของกรุงเม็กซิโกซิตี้ทำให้ขยายความรุนแรงของคลื่นแผ่นดินไหวได้หลายเท่า 3. อาคารหลายหลังอ่อนแอ ไม่ได้ออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว จึงทำให้อาคารถล่มลงมาเป็นจำนวนหลายสิบหลัง ซึ่งอาคารที่ถล่มไปส่วนหนึ่งเป็นอาคารเก่าที่มีความเสี่ยง และมีความสูงปานกลาง ช่วงความสูงพอเหมาะที่ทำให้เกิดปราฏการณ์การสั่นพ้องกับพื้นดิน จึงยิ่งทวีความรุนแรงของการเกิดการสั่นไหวของตัวอาคารมากขึ้น


ศ.ดร.อมร กล่าวต่อว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจเป็นอาฟเตอร์ช็อก เนื่องจากอยู่ในบริเวณเดียวกันคือรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกโคโคส และแผ่นอเมริการเหนือ ซึ่งต้องรอผลการพิสูจน์ในขั้นต่อไป พร้อมกันนี้ยังชี้ให้เห็นว่าในปี 2528 ได้เคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8 ซึ่งมีระยะห่างออกไปจากกรุงเม็กซิโกซิติ้ถึง 350-400 กม. สร้างความเสียหายรุนแรง อาคารถล่มและมีคนตายจำนวนมาก ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสองครั้งล่าสุดนี้จึงไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด


“แม้ว่าเม็กซิโกได้ซ้อมหนีภัยก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหว แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากปัจจัยที่สำคัญกว่าคือ ความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่จะต้องต้านแรงแผ่นดินไหวให้ได้ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือต้องเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างอาคารให้พร้อมรับมือแผ่นดินไหว ทั้งนี้ กทม.มีลักษณะเป็นชั้นดินอ่อนเช่นกัน แม้ว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวจะไม่เท่ากับที่เม็กซิโกแต่ก็ไม่ควรประมาท เนื่องจากยังมีรอยเลื่อนมีพลังในเมียนมา ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผนดินไหวคล้ายกับที่เกิดขึ้นที่กรุงเม็กซิโกซิติ้ และอยากแนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ความรู้แก่ประชาชน ตลอดจนเสริมความมั่นคงอาคารที่สำคัญ ๆ เช่น โรงพยาบาล เพื่อให้รองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคต”ศ.ดร.อมร กล่าว


อนึ่ง สภาวิศวกรจะจัดการสัมมนาเรื่อง “แนวทางการออกแบบและก่อสร้างอาคารให้ปลอดภัยจากลมพายุและการตรวจสอบอาคารเก่า” ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค โดยมีประเด็นสำคัญคือ การวิบัติของโครงสร้างภายใต้แรงลม กรณีศึกษาจากการถล่มของสนามแบดมินตันที่จังหวัดนนทบุรี รวมถึงการคำนวณและออกแบบอาคารรับแรงลม การตรวจสอบสภาพโครงสร้างอาคารเก่า และแนวทางการซ่อมแซมเสริมสภาพอาคารเก่า

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง