โพลชี้"จริตใหม่"ชูพลังงานสะอาดช่วยชาติพ้นวิกฤต

2020-05-10 16:50:20

โพลชี้"จริตใหม่"ชูพลังงานสะอาดช่วยชาติพ้นวิกฤต

โพลชี้ประชาชนมั่นใจพ้นภัยจากโควิด-19 ภายใน 6 เดือน เชื่อใช้พลังงานสะอาด ช่วยชาติพ้นวิกฤต

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.63 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความคาดหวังว่าไวรัสโควิด-19 จะะหมดไป กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 6-9 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า

ประชาชน 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.9 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลา 3-6 เดือน รองลงมาร้อยละ 32.2 คาดว่าจะพ้นภัยจากไวรัสโควิด-19 ในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 21.0 คาดว่ามากกว่า 9 เดือนขึ้นไป และร้อยละ 12.9 คาดว่าอยู่ระหว่าง 6-9 เดือน ตามลำดับ

Advertisement




เมื่อสอบถามถึงมาตรการที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 77.5 ระบุถึงมาตรการห้ามขายเหล้าขายเบียร์ ซึ่งช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 22.5 ช่วยได้ค่อนข้างน้อยถึงไม่ช่วยเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลผ่อนปรนให้ขายเหล้าขายเบียร์ได้ มาตรการเสริมในทรรศนะของประชาชน คือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 83.4 เห็นด้วยกับมาตรการห้ามดื่มในที่สาธารณะ รองลงมาร้อยละ 82.5 เห็นด้วยกับการฝึกอบรมคนทำผิดให้รับผิดชอบต่อสังคม ร้อยละ 80.5 เห็นด้วยกับกรณีที่ให้คนทำผิดดูแลผู้พิการเหยื่อเมาแล้วขับ และผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่ม

Advertisement




ขณะที่ประชาชนร้อยละ 80.3 เห็นด้วยกับหารจำกัดเวลาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เหลือน้อยลง ร้อยละ 77.4 เห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 73.0 เห็นด้วยกับการจำกัดจำนวนซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 65.1เห็นด้วยกับมาตรการห้ามดื่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

ร้อยละ 59.6 เห็นด้วยกับกรณีที่คนขายหรือบริษัทฯ ต้องร่วมรับผิดชอบถ้าคนดื่มทำความผิด ร้อยละ 58.0 คนขายและบริษัทฯ ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าขายเหล้า เบียร์ ไวน์ให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และร้อยละ 49.0 ระบุ ขึ้นภาษี เหล้า เบียร์ ไวน์ ขึ้นไปอีก

ที่น่าสนใจ คือ จริตใหม่ หรือ New Normal ของประชาชนหลังผ่านพ้นวิกฤตไวรัสโควิด-19 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 86.2 สั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาร้อยละ 83.7 พูดคุยฝนโลกโซเชียลมากขึ้น ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสารมากขึ้น ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยกับการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ

Advertisement



ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาพส่วนรวมมากขึ้น ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่นมากขึ้น ร้อยละ 56.6 พบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home มากขึ้น

ส่วนความต้องการของประชาชนที่จะให้พัฒนาประเทศไปในทิศทางใดหลังพ้นภัยวิกฤตโควิด-19 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 93.6 อยากให้ส่งเสริมพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดมลภาวะจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 รองลงมาร้อยละ 90.0 อยากให้เพิ่มความปลอดภัย และปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี

ร้อยละ 86.5 อยากให้รัฐบาลใช้นโยบาย "ฟรีสร้างอาชีพ" ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งภาคเกษตรและอื่นๆ ร้อยละ 83.7 อยากให้เพิ่มความปลอดภัยเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ร้อยละ 83.2 อบากให้เพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ลดรายจ่ายเพื่อให้คนทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home

ร้อยละ 81.2 อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพื่อทำให้คนอยู่ชุมชน เดินทาง เคลื่อนย้ายน้อยลง ร้อยละ 79.1 ระบุส่งเสริมให้คนใช้เทคโนโลยี ระบบออนไลน์มากขึ้น และร้อยละ 72.9 ระบุส่งเสริมธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ตามลำดับ

Advertisement