รวบ! หนุ่มใหญ่ข่มขืนหลาน หนีคดีนาน 9 ปี

2020-05-10 10:25:10

รวบ! หนุ่มใหญ่ข่มขืนหลาน  หนีคดีนาน 9 ปี

กองปราบปรามรวบตัวหนุ่มใหญ่ ผู้ต้องหาคดีข่มขืนหลานสาว หลังหลบหนีคดีนาน 9 ปี เบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

วันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.๕ บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.ท.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ รอง สว.กก.5 บก.ป., ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ จันทร์ทอง, ส.ต.ท.ณัฐดนัย ภาลา และ ส.ต.ท.ภาคภูมิ อินทร์พรม ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสวาท (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีที่ 432/2554 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2554 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันสมควร และลักทรัพย์”

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2554 เวลาประมาณ 10.00 น. นางมยุรี (สงวนนามสกุล) มารดาของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ได้ออกไปทำงานตัดอ้อยที่ไร่ จึงได้ฝากให้นายสมร (สงวนนามสกุล) ปู่ของ ด.ญ.บี ช่วยดูแลแทน ต่อมา นายสวาท (ผู้ต้องหา) ซึ่งเป็นน้องเขยของนางมยุรีฯ ได้มาที่บ้านของนายสมร และเห็นว่า ด.ญ.บี มีบุคลิกหน้าตาดี จึงทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ผู้ต้องหาจึงออกอุบายล่อลวงว่าจะพา ด.ญ.บี ไปฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์ และได้ทำทีขอยืมรถจักรยานยนต์ของคนที่บ้านหลังดังกล่าว พา ด.ญ.บี ไปที่บริเวณป่าอ้อย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของ ด.ญ.บี และใช้กำลังบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้ยังข่มขู่บังคับห้ามมิให้ ด.ญ.บี บอกเรื่องดังกล่าวกับใคร หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ขโมยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่หลบหนีไป เมื่อนางมยุรีฯ กลับมาถึงบ้าน พบว่า ด.ญ.บี มีอาการซึมเศร้าผิดปกติ จึงได้สอบถาม จนทราบเรื่องดังกล่าว นางมยุรีฯ จึงพา ด.ญ.บี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุญาตศาลเพื่อหมายจับผู้ต้องหา

Advertisement




จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาประกอบอาชีพรับจ้าง และพักอาศัยอยู่ที่ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและเฝ้าสังเกตการณ์ จนเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2563 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบผู้ต้องหาอยู่ที่บริเวณกลางซอยนาจอมเทียน 25 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้ร่วมกันแสดงตนและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเข้าใจดีแล้ว และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา