ชาวสวนครวญภัยแล้ง หวั่น“ทุเรียนคลองลอย” ยืนต้นตาย

2020-05-09 22:35:55

ชาวสวนครวญภัยแล้ง  หวั่น“ทุเรียนคลองลอย” ยืนต้นตาย

ชาวสวนครวญเจอวิกฤตภัยแล้ง หวั่น “ทุเรียนคลองลอย” ยืนต้นตายหมด

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายสมมิตร คงสังข์ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน บ้านคลองลอย หมู่ 8 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประสบปัญหาจากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี หลังจากเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองลอยแห้ง ส่งผลทำให้พืชผลทางการเกษตรในพื้นที่เสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะทุเรียนคลองลอยยืนต้นตายจำนวนมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่ปลูกที่มีการขึ้นทะเบียนกว่า 3,000 ไร่ คาดว่าปีนี้ผลผลิตทุเรียนโดยภาพรวมจะลดลง ขณะที่เกษตรกรบางรายช่วยเหลือตัวเองด้วยการซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำเพื่อนำไปรดต้นทุเรียนเพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น 


นายชนิด ยอดแก้ว สมาชิกสภาเกษตรกร จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทุเรียนคลองลอยเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพดี สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด ปีที่ผ่านมาได้ผลผลิตมากกว่า 3,000 ตัน โดยส่งออกตลาดต่างประเทศและจำหน่ายในประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรเกือบพันล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะลดลงจากปัญหาภัยแล้งรุนแรง ขณะที่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนพยายามช่วยเหลือตนเองเพื่อหาแหล่งน้ำ แต่ติดขัดเนื่องจากที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนไม่สามารถขุดสระน้ำได้ ทำให้ทุเรียนคลองลอยอาจสิ้นสุดตำนานเพราะยืนต้นตายหมด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะการขุดลอกอ่างเก็บน้ำคลองลอยเพื่อให้กักเก็บได้อย่างเพียงพอ


ด้าน นายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางรวม 8 แห่งในจังหวัด พบว่ามีปริมาณน้ำรวมกัน 174 ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของปริมาณกักเก็บทั้งหมด ซึ่งเพียงพอต่อการแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในเขตชลประทานตลอดช่วงหน้าแล้งปีนี้ แต่สำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทานพบว่าขณะนี้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ล่าสุดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยแล้งในอำเภอเมือง 2 ตำบลมี ต.อ่าวน้อย ต.เกาะหลัก อ.ทับสะแก 6 ตำบลได้แก่ ต.อ่างทอง ต.ห้วยยาง ต.นาหูกวาง ต.ทับสะแก ต.เขาล้าน ต.แสงอรุณ และ อ.บางสะพาน 4 ตำบลได้แก่ ต.ชัยเกษม ต.แม่รำพึง ต.ร่อนทอง และ ต.พงศ์ประศาสน์ ที่ผ่านมาได้มีการระดมรถบรรทุกน้ำจากหน่วยงานต่างๆทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โครงการชลประทานจังหวัดฯ หน่วยทหารในพื้นที่ แจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชนแล้วรวมกว่า 15 ล้านลิตร และจะให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดช่วงฤดูแล้ง คาดว่าจะถึงช่วงปลายเดือน พ.ค.นี้

“ขณะนี้ได้มีการประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขึ้นบินปฏิบัติการทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ และสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่เกษตรกรรม หลังจากได้รับรายงานว่าพื้นที่การเกษตรบางแห่งได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งแล้ว หากเป็นความเสียหายโดยสิ้นเชิง เช่น พืชผลแห้งเฉาตายทั้งต้น สามารถใช้เงินทดรองราชการช่วยเหลือเยียวยาได้ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ได้แก่ นาข้าวได้รับอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ได้รับอัตราไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวนและอื่นๆได้รับอัตราไร่ละ 1,690 บาท” นายเดชา กล่าว




แท็กที่เกี่ยวข้อง