“ฝ่ายค้าน”พึ่งสภาฯดึง ส.ส.-ส.ว.ลงชื่อเปิดวิสามัญฯ (คลิป)

2020-05-08 15:15:13

“ฝ่ายค้าน”พึ่งสภาฯดึง ส.ส.-ส.ว.ลงชื่อเปิดวิสามัญฯ (คลิป)

ฝ่ายค้านยื่น 209 รายชื่อสภาฯ เป็นตัวกลางประสาน ส.ส.-ส.ว.ลงชื่อให้ครบ 245 คนเปิดวิสามัญฯ ถกแก้ปัญหาโควิด-19 

เมื่อวัน 8 พ.ค.  ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ได้ยื่นหนังสือต่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแสดงความจำนงในการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน จำนวน 209 คน เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญในการหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 123 กำหนดให้การเปิดประชุมสมัยวิสามัญสามารถทำได้ 2 ทาง คือ 1. การให้ ครม. นำความขึ้นกราบบังคมทูลหรือ 2. ส.ส. และส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เข้าชื่อกันเพื่อขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ไปแสดงความจำนงต่อรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปิดประชุมวิสามัญแต่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล มีความเห็นว่าการเปิดประชุมสมัยวิสามัญยังไม่มีความจำเป็น ดังนั้นฝ่ายค้านที่มีรายชื่ออยู่ในมือ 209 คน จึงต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการรัฐสภา เพื่อขอให้สำนักงานเลขาสภาผู้แทนฯเป็นตัวกลาง ในการให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หรือ ส.ว. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ มาลงชื่อร่วมกับฝ่ายค้าน

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายที่ว่าหากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญฯ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เพราะส.ส.บางส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น ส่วนตัวคิดว่าในภาพรวมสภามีความพร้อมในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งสภาก็ได้มีการจัดที่นั่งให้ ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว รวมทั้งจะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดจึงคิดว่า จากการดำเนินการของสภาทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สำหรับความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เป็นการเร่งด่วน เพราะ 1. รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นจำนวนเงินสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการพิจารณาใช้เงินกู้นั้น มีแต่เพียงคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐสภาต้องเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรา พ.ร.ก.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่อาจจะมีการกำหนดให้รัฐบาลใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้การใช้เงินกลายเป็นเบี้ยหัวแตก รวมไปถึงการตรา พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมีความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะมีการเลือกปฏิบัติจนทำให้ไม่ได้มีการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีกรณีของ พ.ร.ก.โอนงบประมาณ ที่ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณ กำหนดให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระภายในวันเดียว ในเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ทำไมถึงไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เพื่อให้รัฐสภาช่วยกันให้ความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลกำลังกลัวการถูกตรวจสอบมากกว่า

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากจำนวน ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อนั้น ทราบว่ามีไม่ครบจำนวนที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 123 กำหนดที่ให้ใช้เสียงสมาชิกรัฐสภา ลงชื่อ 1 ใน 3 เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ทั้งนี้จำนวน ส.ส.ที่มีทั้งหมดปัจจุบัน คือ 287 เสียง ส.ว. มีจำนวน 249 เสียง รวมเป็นสมาชิกทั้งหมดของรัฐสภา 736 เสียง หากจะใช้ 1 ใน 3 เท่ากับ 245 เสียง แต่รายชื่อที่ยื่นมานั้นมีจำนวน 209 เสียง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้นตนจึงไม่สามารถเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ให้พิจารณาได้ หรือหากจะทำรายงานเสนอ อาจทำให้เรื่องดังกล่าวนั้นไม่ครบองค์ประกอบและต้องตกไป สำหรับกรณีของพรรคฝ่ายค้านที่เพียงแค่ยื่นให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นฝ่ายประสานงานให้ ส.ส. หรือ ส.ว. คนอื่น ร่วมลงชื่อให้ครบองค์ประกอบนั้น ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

นายสรศักดิ์ กล่าวว่า หากฝ่ายค้านต้องการให้ประสาน ตนพร้อมจะตั้งโต๊ะให้สมาชิกรัฐสภาที่เห็นด้วยร่วมลงชื่อให้ แต่ในวิธีปฏิบัติแล้ว ตนต้องตรวจสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ ของรายมือชื่อ อย่างไรก็ตามอีก 2 สัปดาห์ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเปิดสมัยสามัญแล้ว





แท็กที่เกี่ยวข้อง