ภาษีสรรพสามิตใหม่บังคับใช้แล้ว

2017-09-16 20:40:46

ภาษีสรรพสามิตใหม่บังคับใช้แล้ว

พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ 16 ก.ย.2560 ส่งผลให้กรมสรรพสามิต มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 2% หรือ ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ส่วนจะมีสินค้าชนิดใดบ้างที่มีการปรับขึ้นราคา ไปฟังคำตอบจาก นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต

นายสมชาย กล่าวว่า พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบกฎหมายภาษีสรรพสามิตและแนวทางการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส เป็นสากล และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้กฎหมายภาษีสรรพสามิตสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในการบริหารการจัดเก็บภาษีได้ทั้งระบบ และทำให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต

Advertisement




การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีสรรพสามิต ตามกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 สรุปการจำแนกเป็นกลุ่มสินค้าและบริการ ดังนี้

1.จัดเก็บภาษีสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในอัตราตามปริมาณเพียงอย่างเดียว 

1.1กำหนดอัตราเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ น้ำมันเบนซินและดีเซล

1.2 กำหนดอัตราใหม่ ได้แก่สินค้า ดังนี้ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น น้ำมันเตา


2.มีการปรับลดอัตราภาษีให้สอดคล้องกับราคาขายปลีกแนะนำ ได้แก่ สินค้าดังนี้ รถยนต์ แบตเตอรี่ จักรยานยนต์ ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง 

3.จัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณความหวาน 

3.1จัดเก็บอัตราตามมูลค่าและตามปริมาณความหวานของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งจัดเก็บภาษี ตามปริมาณความหวานของเครื่องดื่มผงและเครื่องดื่มเข้มข้นเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพหากบริโภคเครื่องดื่มดังกล่าว โดยในระยะแรกจะไม่เพิ่มภาระภาษีมากนัก แต่หลังจาก 2 ปี ภาระภาษีจะเพิ่มขึ้น และปรับเพิ่มภาษีทุก 2 ปีจนถึงปี 2566 

3.2ดำเนินมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีที่มีความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไปพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีความหวาน เช่น การจัดทำเครื่องหมายทางเลือกเพื่อสุขภาพ การผลิตเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยหรือไม่มีน้ำตาล การจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงง่าย การจัดทำฉลากโภชนาการแบบ GDA เป็นต้น


Advertisement



4.กำหนดอัตราศูนย์สำหรับสินค้าที่จัดเก็บรายได้น้อย เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าในการบริหารการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ได้แก่ สินค้าดังนี้ เครื่องไฟฟ้า (โคมระย้าคริสตัล)แก้วและเครื่องแก้ว พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่น ๆ

5.อัตราภาษีในหมวดบริการ

5.1 คงอัตราตามเดิม
-ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ โดยให้หมายรวมถึงสถานที่ที่จำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา จัดเก็บจากรายรับ
- สถานอาบน้ำหรืออบตัว และนวด จัดเก็บตามรายรับ
-สนามแข่งม้า จัดเก็บจากค่าผ่านประตู และรายรับ
- สลากกินแบ่ง ไม่มีการจัดเก็บภาษี (จากเดิมได้รับการยกเว้นปรับใหม่เป็นเสียภาษีในอัตราศูนย์)

5.2 กำหนดอัตราศูนย์เช่นเดิม ได้แก่ กิจการโทรคมนาคม


6.การจัดเก็บภาษีสุรา

Advertisement



- คงการจัดเก็บภาษีแบบระบบผสม ทั้งในอัตราตามมูลค่าเพื่อสะท้อนถึงความฟุ่มเฟือย และอัตราตามปริมาณเพื่อสะท้อนถึงหลักสุขภาพ ซึ่งสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีมากยิ่งขึ้น
-ปรับลดภาษีตามมูลค่าและเพิ่มอัตราภาษีตามปริมาณ (แรงแอลกอฮอล์) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยคำนึงถึงสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยอัตราภาษีใหม่จะไม่ทำให้มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นมากนัก ตามหลักรายได้คงที่ (Revenue Neutrality)
- ส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคสุราที่มีดีกรีต่ำ และลดปัญหาสุราเถื่อน
-ปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่า เนื่องจากฐานภาษีได้ปรับจากราคาขายส่งช่วงสุดท้ายเป็นราคาขายปลีกแนะนำ


7. การจัดเก็บภาษียาสูบ
-จัดเก็บภาษีแบบระบบผสม ทั้งในอัตราตามมูลค่าเพื่อสะท้อนถึงความฟุ่มเฟือย และอัตราตามปริมาณ เพื่อสะท้อนถึงหลักคุณภาพ จากเดิมที่จัดเก็บภาษีตามมูลค่าหรือตามปริมาณที่ให้ภาระภาษีสูงกว่าส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
-จัดเก็บภาษีตามมูลค่าใน 2 อัตราที่แตกต่างกัน ระหว่างบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกไม่เกิน 60 บาทต่อซอง และเกิน 60 บาทต่อซอง เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้เวลาในการปรับตัวของอุตสาหกรรมบุหรี่ หลังจากนั้นจะจัดเก็บภาษีตามมูลค่าในอัตราเท่ากัน

Advertisement



-จัดเก็บภาษีตามปริมาณในอัตราเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการบริโภคบุหรี่ราคาถูก
-ขยายฐานภาษียาสูบให้ครอบคลุมถึงยาเส้นพันธุ์พื้นเมือง
-ลดการเข้าถึงการบริโภคยาสูบ โดยยึดหลักสากลในการสร้างความเท่าเทียมในการจัดเก็บภาษีของบุหรี่


สำหรับราคาสินค้าต่าง ๆ มีดังนี้

บุหรี่ ราคาต่ำกว่าซองละ 60 บาท จัดเก็บอัตรา 20 % ราคาเพิ่มขึ้น 4-15 บาทต่อซอง บุหรี่ราคาเกิน 60 บาท จัดเก็บภาษีอัตรา 40 % ราคาเพิ่มขึ้น 2-14 บาทต่อซอง ในช่วง 2 ปี แรกจัดเก็บ 2 อัตรา จากนั้นจะใช้อัตราเท่ากันร้อยละ 40

สุรา สุราขาวปรับขึ้น 80 สตางค์ – 3.50 บาทต่อขวดตามขนาดดีกรี สุรากลั่นในประเทศขนาด 700 มิลลิลิตร 28 ดีกรี ปรับขึ้น 8 -30 บาทต่อขวด สุรากลั่นในประเทศ 40 ดีกรี ปรับขึ้น 30 บาทต่อขวด สุรานำเข้าราคาสูง ราคาปรับลดลง 2-20 บาทต่อขวด

เบียร์กระป๋อง ปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อกระป๋อง เบียร์ขวดปรับขึ้น 2 บาทต่อขวด

ไวน์นำเข้า ราคาเกิน 1,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 110 บาทต่อขวด ส่วนไวน์ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท ราคาลดลง 25-60 บาทต่อขวด

น้ำอัดลม เช่น โค้กซีโร่ เป็บซี่ แม็ก ลดลง 0.25 -0.36 บาท น้ำอัดลมที่มีความหวานปกติเพิ่มขึ้น 0.13 -0.50 บาท ส่วนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเทียมไม่เกินเกณฑ์ตาม อย. กำหนดและหญ้าหวาน ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี

เครื่องดื่มน้ำตาลสูง น้ำผัก ผลไม้ ปรับขึ้น 0.06-0.54 บาทต่อลิตร ชาเขียวเพิ่มขึ้น 1.13 -2.05 บาท กาแฟเพิ่มขึ้น 1.35 บาท เครื่องดื่มบำรุงกำลังปรับขึ้น 0.32 -0.90 บาท ยกเว้นขนาด 150 ซีซี ลดลง 0.11 บาท

"การปรับอัตราโครงสร้างภาษีใหม่ โดยภาพรวมจะไม่กระทบต่อราคาสินค้ามากนัก เช่น ชาเขียว ราคาเพิ่มขึ้น 1-2 บาทต่อขวด กาแฟ เพิ่มขึ้น 1.35 บาท เบียร์กระป๋อง เพิ่มขึ้น 50 สตางค์ เบียร์ขวด เพิ่ม 2 บาท ไวท์ต่ำกว่า 1,000 บาทราคามีแนวโน้มลดลง 25-60 บาทต่อขวด ไวน์ราคาสูงกว่า 1,000 บาท ราคาจะเพิ่ม 110 บาทต่อขวด บุหรี่ ต่ำกว่า 60 บาทต่อซอง ราคาจะเพิ่ม 4-15 บาทต่อซอง บุหรี่ราคาสูงกว่า 60 บาท ราคาจะเพิ่ม 2-10 บาทต่อซอง  ส่วนรถยนต์ดระทบไม่มากเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2% ดังนั้นการปรับโครงสร้างอัตราภาษีครั้งนี้เพิ่มราคาไม่มาก ซึ่งผู้ค้าอาจไม่ปรับราคาเพิ่มก็ได้"อธิบดีกรมสรรสามิต กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า การปรับอัตราภาษีครั้งนี้ไม่ได้ทำให้สินค้าส่วนใหญ่มีภาระภาษีเพิ่มขึ้น จึงไม่ส่งผลกระทบราคาขายปลีก และขอเตือนผู้ประกอบการอย่ากักตุนสินค้า ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตลงพื้นที่ติดตามดูสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างเข้มข้น หากพบว่ามีการกักตุนสินค้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

Advertisement




แท็กที่เกี่ยวข้อง