“ชิน” ควง “ลิลลี่” เคลียร์ข่าวเมาท์เข้าสมาคมกลัวแฟน พร้อมแง้มแพลนแต่งจะมีตอนไหน ?

2020-05-06 12:10:27

“ชิน” ควง “ลิลลี่” เคลียร์ข่าวเมาท์เข้าสมาคมกลัวแฟน พร้อมแง้มแพลนแต่งจะมีตอนไหน ?

สวีตหนักบอกรักทุกวัน “ชิน ชินวุฒิ” ควงหวานใจ “ลิลลี่ ภัณฑิลา” เปิดเส้นทางรัก 6 ปี พร้อมเคลียร์ข่าวเมาท์เข้าสมาคมกลัวแฟน แย้มเรื่องการแต่งงานไม่สำคัญเท่าการอยู่ด้วยกันในอนาคต

เผลอแป๊บเดียวก็กลายเป็นคู่รักคู่หวานที่ร่วมกันปลูกต้นรักมานานถึง 6 แล้ว สำหรับนักร้องและนักแสดงหนุ่ม “ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน” และแฟนสาว “ลิลลี่ ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ” ล่าสุด ทั้งคู่ก็ได้ควงกันมานั่งเปิดใจถึงผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ก็ยังได้แอบเมาท์ถึงเส้นทางความรักย่างสู่ปีที่ 6 ให้กับ “ซินแสเป็นหนึ่ง” และ “เป๊กกี้ ศรีธัญญา” ที่ทำหน้าเป็นพิธีกร และเคลียร์ข่าวเมาท์ที่ว่าหนุ่มชินนั้น เข้าสมาคมคนกลัวแฟน ให้ได้ฟังว่า…






คุณมีผลกระทบอะไรกับโควิดบ้างไหม ?

ชิน : “ผมมีละครที่กำลังถ่ายอยู่ 2 เรื่อง กำลังจะเปิดเรื่องที่ 3 เสร็จก็มีอีกเรื่องหนึ่งเข้ามา ทีนี้ทุกอย่างมันโดนเลื่อนๆ หมด พอสถานการณ์มันกลับมาพอจะถ่ายได้ แปลว่าผมต้องถ่าย 7 วัน ก็คือทั้งหมด 4 เรื่อง แล้วเพลงที่กำลังจะปล่อยก็เลื่อนด้วย”

คุณกักตัวกี่รอบ ?

ชิน : “คือรอบแรกผมเจอพี่แมทที่ผมไปซ้อมมวย จริงๆ สิ่งที่พี่แมททำมันเป็นสิ่งที่ดีมาก เขาเป็นแล้วเขาบอกทุกคน เพราะมันเป็นสิ่งที่เราต้องรู้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้คนที่อยู่ใกล้ตัวเขา หรือสามารถที่จะเอฟเฟกต์ได้กักตัวเอง ผมก็เลยโอเคไปตรวจ แล้วก็กักตัว 14 วัน พอกักเสร็จคิดว่าจะออกมาทำงาน ปิดเคอร์ฟิวเรียบร้อย อยู่ต่อยาวๆ กันไป”







ลิลลี่ล่ะมีผลกระทบอะไรไหม ?

ลิลลี่ : “ละครค่ะ คือที่ถ่ายอยู่ก็ต้องหยุดเลย ธุรกิจทางบ้านก็กระทบเรื่องส่งออก มันกระทบหลายด้าน แล้วพอพี่ชินกักตัวเสร็จปุ๊บ หนูกักต่อ ตอนนั้นมันมีข่าวน้องฮอร์โมน แล้วเราก็อยู่ในงานนั้นด้วย”

คุณคบกันมาทั้งหมดกี่ปีแล้ว ?

ลิลลี่ : “ปีนี้ปีที่ 6 แล้ว”

ชิน : “เจอกันในกองถ่าย ตอนนั้นลิลลี่เล่นเรื่อง ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย เล่นคู่กับพี่พุฒ ก็เจอกันในกองละคร”







เจอเขาปิ้งเขาเลยไหม ?

ชิน : “จริงๆ ครั้งแรกที่เจอ เจอกันตอนเวิร์กชอปก่อน แต่เจอกันแบบคร่าวๆ ไม่ได้คุยอะไรกันเลย ตอนนั้นผมยังมีแฟนอยู่ เว้นไปประมาณ 5 เดือน แล้วผมก็เลิกกับแฟน แล้วก็อยู่ในกองละครก็คุยกัน ผมไม่ได้มีสเปคในเชิงสเปกนะ ตอนแรกผมไม่ได้รู้สึกจะอะไรนู้นนี่นั่น แต่พอได้รู้จัก เหมือนได้คุย ได้เห็นเขา ผมรู้สึกว่าเขาค่อนข้างธรรมชาติ แล้วผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ผมชอบ”

เห็นว่าพอเขาเริ่มจีบมีไปปรึกษาคนรอบข้างแต่ไม่มีใครสนับสนุนสักคน ?

ลิลลี่ : “ใช่ค่ะ ไม่มีแม้แต่คนเดียว คือหนูไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว และด้วยความที่เพื่อนเราเยอะ เราก็ไปสืบ แล้วเพื่อนก็จะชอบบอกว่ามึงดูบุคลิกเขาสิเขาเป็นแบดบอยจะตาย เขาต้องมาหลอกยูแน่ๆ เลย อย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น เขาต้องเล่นผู้หญิงแน่ๆ เขาเจ้าชู้”

ชิน : “ซึ่งเพื่อนเขาไม่รู้จักผมสักคนเลยนะ แต่เหมือนรู้จักทุกคน ผมก็ไม่เข้าใจ”






ลิลลี่ : “แต่สุดท้ายแล้วเราก็ไม่ฟัง เรารู้สึกว่าเราจะคบใครสักคน คนรอบข้างไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนเรา เราต้องสัมผัสเอง เรียนรู้เอง ถ้ามันเสียใจก็คือเราเอง ไม่เป็นไร ก็เลยลองดู แล้วด้วยความที่เราเป็นคนชัดเจนมาก ลี่ชอบที่เขาเป็นคนสู้ ถึงแม้ลี่จะบอกเลิกคุย เขาก็บอกไม่จะจีบต่อ ลี่บอกจะเลิกคุย 2 ครั้ง ครั้งที่ 3 เขาบอกรักเลย หนูงงมาก”

ชิน : “ผมนี่ถ้าจะบอกรักเราต้องมั่นใจจริงๆ เราไม่อยากจะพูดออกไปทำให้เขารู้สึกโดยที่เราไม่รู้สึก”

บอกรักกันบ่อยไหม ?

ชิน : “หลังจากนั้นเราก็พูดกันปกติทุกวันอยู่แล้ว”




ตอนนั้นคบกันนานหรือยังที่ชินต้องไปเกณฑ์ทหาร ?

ชิน : “ปีกว่าๆ เกือบ 2 จริงๆ เราคบกันมาในระดับที่พิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง แล้วก็คิดว่าเราก็รู้จักกันแล้วเจอเรื่องนี้เข้ามาอีกมันก็เป็นบทพิสูจน์ใหญ่” 

ลิลลี่พอรู้ว่าชินจับได้ใบแดง ?

ลิลลี่ : “วันที่รู้หนูไม่ได้รู้จากปากเขาด้วยนะ หนูอยู่ในห้องเรียน แล้วเห็นข่าว ช็อกค่ะ ตอนนั้นมีเวลาอีกแค่เดือนเดียวที่จะได้อยู่ด้วยกัน”






ชิน : “เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผมทุกๆ อย่างเลย จริงๆ เราไม่ได้คุยกันจริงๆ 3 เดือน ช่วงฝึกทหารใหม่ ก็เป็นช่วงที่เราไม่ได้คุยกันเลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนัก ท้าทายเลย ถ้าเรามีโทรศัพท์ วีดิโอคอล ไลน์กันมันก็ยังดี แต่ในช่วง 10 อาทิตย์แรกก็ไม่ได้คุยกัน แต่นางก็แอบมาดู เราก็โบกมือไป ก็โดนทำโทษกันไป”

ลิลลี่ : “ตอนนั้นเราไม่ได้บอกลากัน อยู่ดีๆ เขาเข้าไปเลย มันช็อก โทรศัพท์ก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ เราก็เลยอยากรู้ความเป็นอยู่ของเขา เขาจะอยู่ยังไง จะกินยังไง คนมันไม่เคยอ่ะ”





ลิลลี่แสดงความชัดเจนยังไงว่าเราจะซื่อตรงและมั่นคงในเขา ?

ลิลลี่ : “หนูว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไง แล้วด้วยความที่โทรศัพท์เขาใช้ไม่ได้ แล้วมันก็มีผู้ชายส่งข้อความมา แล้วเราก็แคปส่งให้พี่ชินดู”

ชิน : “อันนี้พีคมากเลยนะ คือผมเพิ่งเข้าทหารไปไม่ถึงวัน ผู้ชายทักไปหา คิดดู”

ลิลลี่ : “ถ้ามีอะไรแบบนี้หนูจะแคปแล้วส่ง ถึงแม้เขาจะดูไม่ได้ แต่มันคือความสบายใจ อย่างน้อยเขาเปิดมาเธอไม่ต้องห่วงนะลี่ไม่ได้คุย ลี่อยากให้รู้ว่าคนนี้ทักมาเธอไม่ต้องกลัว”





ทราบข่าวว่าเธอไม่เก็ทกับครอบครัวของชิน ?

ลิลลี่ : “มันไม่ใช่ไม่เก็ท คือด้วยความที่มันแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าหนูจะโตอินเตอร์ ไปเมืองนอกมาก็ตาม แต่พี่ชินเขาเป็นฝรั่งเลย มันก็ปรับกันค่อนข้างเยอะพอสมควร”

ชิน : “เรื่องหนึ่งที่ปรับ ผมว่าเอาจริงๆ เลย เป็นเรื่องความเข้าใจในตัวกันและกัน เหมือนลี่เขาจะเป็นห่วงตลอดเวลา เป็นห่วงทุกเรื่อง แล้วในความเป็นห่วงมันมีความดุ แล้วเราทำอะไรมาตั้งแต่เด็ก แล้วเหมือนเราพิสูจน์อะไรมาหลายๆ อย่าง จนถึงจุดหนึ่งเราก็ประสบความสำเร็จในตัวเรา เราก็จะมีความดื้อ มันก็เลยกลายเป็นว่าเราเถียงในความเป็นห่วงของเขา แต่สุดท้ายเราก็ยอมเขา เพราะเราเข้าใจในความหวังดี”

คุณอยู่ในสมาคมกลัวแฟนไหม?

ชิน : “ใช้คำว่า Respect (เคารพ) ดีกว่าครับ ถามว่ากลัวไหม ก็มีกลัวบ้าง เวลาเขาดุ แต่ว่าอีกมุมหนึ่งคือถามว่ากลัวไหมก็ไม่ได้กลัว แต่เราเข้าใจว่าเขาเป็นห่วง ที่เขาดุ เพราะเขาเป็นห่วงเรา"





เวลาคุณสวีต คุณสวีตหนักไหม ?

ชิน : “ก็หนักอยู่นะ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับตัวลี่ เขาเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีมาก”

อยากรู้ว่าคุณจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ ?

ชิน : “เมื่อไหร่ดี คือผมกับลี่ เราไม่ได้คุยกันว่าการแต่งเป็นเป้า แต่เราคุยกันถึงการอยู่ด้วยกันเป็นเป้า เพราะฉะนั้นการแต่งเป็นเหมือนสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อจะไปตรงนั้น เราคุยกันเรื่องอนาคตที่จะอยู่ด้วยกันมากกว่าที่จะแต่งเมื่อไหร่นู่นนี่นั้น แต่ว่าถามว่าเราคุยกันเรื่องนี้ไหม เราคุย แต่อาจจะไม่ใช่ช่วงนี้เพราะว่าล่าสุดนางทำธุรกิจเพิ่มอีก 2 ตัว เพราะฉะนั้นให้นางทำงานก่อน” 






ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม : @chinchinawut , @lilyypantila , @kuizapshow