อยากจะไปๆ ให้พ้นวงการ "ดวงจันทร์ สุวรรณี" โอด อยู่วงการมานานไม่มีใครจำหน้าได้ !! (คลิป)

2020-05-01 08:15:34

อยากจะไปๆ ให้พ้นวงการ "ดวงจันทร์ สุวรรณี" โอด อยู่วงการมานานไม่มีใครจำหน้าได้ !! (คลิป)

ดวงจันทร์ สุวรรณี ราชินีเพลงใต้ เผยเส้นทางกว่าจะเป็นนักร้องชื่อดัง !! เผยเหตุผลที่อยากอำลาวงการ !



“ดวงจันทร์ สุวรรณี” ราชินีลูกทุ่งแดนใต้ ออกมาเผยเรื่องราวเส้นทางชีวิตจากช่างเสริมสวย สู่การเป็นนักร้องชื่อดัง!!! ในรายการคุยแซ่บShow พร้อมเผยเรื่องราวสุดหวานหนุ่มต่างชาติมาจีบถึงขั้นโดนขอแต่งงานมาแล้ว เคลียร์ประเด็นจะลาวงการวางไมค์เพราะน้อยใจทำเพลงเองไม่รุ่ง ไปไหนคนจำหน้าไม่เคยได้




ตอนนี้โควิด 19 กระทบยังไงบ้าง ?
หญิง : ทุกอาชีพตอนนี้กระทบหมด ทุกคอนเสิร์ตโดนยกเลิก โดนเลื่อน อยู่บ้านก็กินแล้วนอน ไม่ได้ใช้เสียงพอเสียงไม่ได้ใช้ ก็เหมือนรถไม่ได้ขับ ไม่ได้เหยียบคันเร่ง เสียงมันไม่ขึ้น ไม่พุ่ง



ก่อนจะเป็นนักร้องเป็นช่างเสริมสวยมาก่อน ?
หญิง : ใช่ค่ะ แม่เป็นช่างเสริมสวยมาก่อน แล้วแม่มีลูกสาวหลายคน แม่ก็ให้เลือกว่าถ้าไม่เรียนแล้วรับราชการก็ให้เป็นช่างเสริมสวยหรือช่างเย็บผ้า อะไรก็ได้ที่เป็นงานฝีมือ เราก็บอกแม่ว่าเลือกเสริมสวยดีกว่า พอเรียนเสริมสวยจบก็ทำเสริมสวยเลย ไม่คิดว่าจะมาเป็นนักร้อง



พอเป็นช่างเสริมสวยได้ซักระยะนึงเห็นว่าไปประกวดร้องเพลง ?
หญิง : ใช่ค่ะ ตอนนั้นพี่ผึ้งเสียพอดี ทางกรุงเทพฯ เค้าก็ประกาศว่าใครก็ได้อายุประมาณ 15-30 ปี ถ้าจำไม่ผิด ร้องเพลงประกวดถ้าเข้ารอบ 30 คน อาจจะได้เป็นศิลปิน เราก็คิดว่าเราก็ร้องเพลงได้อยู่ก็ลองส่งเล่นๆ ตอนนั้นก็อายุไม่ถึง 20 ส่งเสียงใส่เทปคาสเซ็ตไป



แล้วผลเป็นยังไง ?
หญิง : เข้ารอบ 30 คนทั่วประเทศ แล้วก็ได้มาเจอนักจัดรายการ 2 ท่านเป็นสามี ภรรยา เค้าก็บอกว่าถ้าประกวดแล้วลองทำซิงเกิลเล่นๆ ดู แล้วก็เอาไปฝากกับวงพี่ยิ่งยง ตอนนั้นพี่ยิ่งยงดังเพลงสมศรี 1992 แล้วก็ได้มีโอกาสไปอยู่กับวงพี่ยิ่งยง

ตอนนั้นก็เลยเลิกอาชีพช่างเสริมสวยไปเลย ?
หญิง : เลิกไปเลย แต่ตอนนั้นแม่บอกว่าอย่าเพิ่งขายอุปกรณ์นะ เพราะอาชีพนักร้องไม่แน่นอน



เห็นว่าช่วงนั้นพี่ยิ่งยงเอ็นดูพี่หญิงมากเลยใช่มั้ย ?
หญิง : ใช่ค่ะ เอ็นดูเหมือนน้องเลย พูดง่ายๆ ว่าภรรยาของพี่ยิ่งยงตอนนี้พี่เป็นแม่สื่อให้เอง เพราะเวลาพี่ยิ่งยงซื้อน้ำหอม ผลไม้จากตลาดกิมหยงพี่เป็นคนส่งเอง ได้ทิปจากพี่ยิ่งยงครั้งละ 500 ครั้งละ 1,000 ดีใจใหญ่เลย



แล้วอยู่กับเค้านานมั้ย ?
หญิง : อยู่กับพี่ยิ่งยงจนเค้ารับเป็นน้องเลยค่ะ ไปบ้านพี่ยิ่งยงก็รู้จักพ่อแม่พี่ยิ่งยง พี่ยิ่งยงมาบ้านก็รู้จักพ่อ แม่ ยาย หมด



ตอนนั้นไปอยู่ ไปทำอะไร ?
หญิง : ไปเป็นนักร้องในวงพี่ยิ่งยงค่ะ

ยังไม่มีเพลงของตัวเอง ?
หญิง : อัดเพลงแก้พี่ยิ่งยง เพลงขอเพียงแค่มอง อยู่กับพี่ยิ่งยงที่วงเลย ร้องเพลงวันละ 3 เพลง พออยู่ได้ 3 เดือน พี่ยิ่งยงทัวร์คอนเสิร์ตภาคใต้แล้วกลับกรุงเทพฯ เป็นความโชคดีของพี่ปีนั้นพี่เอกชัย ศรีวิชัย ไปทัวร์คอนเสิร์ตภาคใต้ ตอนนั้นพี่เอกได้ยินเสียงจากทางวิทยุ แล้วพี่เอกเค้าก็ตามหาว่าเด็กคนนี้แก้วเสียงดี ซึ่งตอนนั้นไม่มีนักร้องลูกทุ่งหญิงภาคใต้เลย พี่เอกก็เลยตามหาเสียง โชคดีที่พี่เอกให้มาร้องเพลงประจำในวง ร้องอยู่ 1 ปี ก็เป็นความโชคดีอีก พี่เอกมาดังเพลงหมากัด พี่ก็เป็นนักร้องผู้หญิงที่ร้องแก้ พูดง่ายๆว่าชีวิตช่วงนั้นเจอแต่สิ่งดีๆ แต่ก็อย่างที่หลายคนทราบว่าชีวิตพี่มีแบบดีสุดกับตกสุด



พอตอนนั้นร้องเพลงแก้พี่เอกชัยเลยดังมาก คนรู้จัก ดวงจันทร์ สุวรรณี ขึ้นมาเลย ?
หญิง : ใช่ค่ะ ทั่วประเทศ ในระยะเวลาแค่ 2 อาทิตย์ กับเพลงหมาไม่กัด

แล้วตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?
หญิง : เปลี่ยนค่ะ มีงานเยอะมาก เป็นนักร้องผู้หญิงที่ร้องแก้พี่เอกชัย ศรีวิชัย คนแรก แล้วก็ทัวร์คอนเสิร์ตกับพี่เอกตลอดเลย แล้วช่วงสองอาทิตย์นั้นได้ออกรายการทีวีเยอะมาก อาศัยดวงพี่เอก

เห็นว่าตอนอยู่กับพี่เอกนอกจากเพลงที่ดังแล้ว ชื่อเสียงก็มีแล้ว เห็นว่าความโก๊ะของเราก็เยอะด้วย ?
หญิง : เยอะค่ะ เยอะจนทำให้พี่เอกอายคนเลย คือตอนนั้นไปเล่นคอนเสิร์ตที่สมุย ปกติทั้งวงก็จะพักโรงแรมเดียวเดียวกันทั้งนักดนตรี แด๊นเซอร์ ผู้จัดการ ผู้ติดตาม ก็นอนที่นั่นหมด แล้วแม่พี่เอกเค้าไปด้วยพี่เอกเค้าก็ให้เรานอนกับแม่เค้าเพื่อที่ว่าจะฝากดูแลแม่ด้วย พี่ก็ดีใจมาก แล้ววันนั้นที่ไปเล่นที่เกาะสมุยต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ 2 ชั่วโมงทั้งขาไป-ขากลับ แล้วเรือก็จะออกเป็นเวลา ตัวเราก็เป็นคนปวดฉี่บ่อยมาก แล้วก็เป็นช่วงเวลาที่เค้าเรียกขึ้นรถพอดีเพราะเดี๋ยวจะไปแสดงจังหวัดอื่นไม่ทัน พี่ก็เลยรีบวิ่งไปฉี่ แล้วชักโครกที่รีสอร์ทเค้าเป็นแบบไม่ก่อปูนเป็นวงไว้เฉยๆ พี่เลยเอาขาขึ้นเหยียบเลยข้างนึงแล้วมันก็พลิกแตกเลย ทั้งฉี่ทั้งอะไรก็พร้อมกับชักโครกแตกเลย เละเป็นชิ้นเลย พี่ก็ไม่กล้าบอกพี่เอก ก็รีบขึ้นรถเพราะต้องไปพร้อมทีมงาน ทีนี้พอไปถึงท่าเรืออเจ้าของโรงแรมเค้าให้คนตามไปว่าขอคุยกับพี่เอกชัย เค้าก็บอกว่าลูกน้องของคุณเอกชัยไปทุบส้วมผมแตกกระจาย ต้องคิดตค่าเสียหาย พี่เอกเค้าก็บอกว่าลูกน้องผมไม่ใช่คนแบบนั้น พี่เอกเค้าก็หาคนนั้น คนนี้ เราก็นั่งข้างพี่เอกไม่กล้าบอก เค้าก็ให้เช็คว่าห้องอะไรที่ส้วมแตก เค้าก็บอกว่าห้อง 203 เอ๊ะ นี่มันห้องแม่ผมนอนกับหญิงนี่ พี่เอกเค้าก็หันมามอง เราก็บอกว่าเราไม่กล้าบอกเพราะว่าเมื่อกี๊รถรีบออก เราเป็นคนติดนั่งยอง นั่งแบบนั้นไม่เป็นพอไปเหยียบมันก็พลิกแตก พอพี่เอกรู้ว่าเป็นพี่เค้าก็บอกให้คิดค่าเสียหายมาเลย พอเจ้าของโรงแรมกลับพี่เอกก็ด่าใส่พี่ยับเลย หลังจากนั้นก็มีฉายาเลย ดวงจันทร์ทำส้วมแตก



อันนั้นฉายาอำกันในวง แต่เค้ามีฉายาของเค้าจริงๆ คือ เจ้าหญิงแห่งวงการเพลงลูกทุ่งเมืองใต้ ?
หญิง : เจ้าหญิงเพลงใต้ คือมีพี่ๆ ตั้งให้เพราะพี่อยู่กับพี่เอกตั้งแต่ทีแรกเค้าจะดูแลเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม ชุดไม่เคยโป๊เลยตั้งแต่ร้องเพลงมา ไม่เคยร้องเพลงทะลึ่งลามก เพราะพี่เอกหรือผู้จัดการจะเป็นคนคัดเลือกเพลงที่รักษาภาพลักษณ์ให้เราด้วย พี่เอกจะตัดชุดให้จะเป็นเจ้าหญิงตลอด จะต้องเป็นชุดราตรียาว แขนยาว ปัก ใส่มงกุฎ จนพี่ๆสื่อมวลชนตั้งให้ว่าเป็นเจ้าหญิงเมืองใต้กับขุนพลเพลงพื้นบ้านภาคใต้

แล้วพี่หญิงได้มาอยู่แกรมมี่ตอนไหน ?
หญิง : หลังจากที่เพลงประสบความสำเร็จแล้ว หลังจากร้องเพลงกับพี่เอก ผู้จัดการโดนยิงเสียชีวิต พี่เป็นนักร้องลูกทุ่งผู้หญิงคนเดียวที่มีวง ต้องยุบวง ตอนนั้นพี่ก็คิดว่าไม่มีโอกาสได้เป็นนักร้องแล้วเพราะเราไม่มีผู้จัดการ ผู้จัดการวง ผู้จัดการส่วนตัวคือคนเดียวกัน แต่ก็เป็นความโชคดีพออยู่ไปปีครึ่งได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่บริษัทแกรมมี่โกล์ดติดต่อมาว่าจะให้ลองมาทำงานกับแกรมมี่โกล์ดดูได้มั้ย ในความรู้สึกพี่คือ โอ้โหแกรมมี่เลยหรอ ใยช่วงจังหวะชีวิตที่เราแย่สุดๆ คือช่วงที่ผู้จัดการเสียคือบ้านไม่มี รถไม่มี คอนโดไม่มี พี่มีเงินอยู่แค่ไม่ถึงพันตอนเข้ากรุงเทพฯ เป็นช่วงแย่สุดๆ ฟ้าหลังฝนจริงๆ พอแกรมมี่มาติดต่อให้ไปทำเพลงเหมือนถูกรางวัลที่ 1 อยู่แล้ว แต่ว่าความทุกข์ก็มาอีก เพราะว่าผู้ใหญ่ก็คาดหวังว่าถ้าหากเทปของดวงจันทร์ไม่ถึง 1 แสนตลับของแท้นะคะ แต่เรารู้สึกว่าเราเป็นนักร้องภาคใต้ตอนเดียว เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงสำเนียงใต้คนเดียวของแกรมมี่ที่เป็นลูกทุ่ง ตอนนั้นกดดันมากเลย ตอนนั้นน้องต่าย อรทัย ก็ดัง พี่นาง ศิริพร พี่ไมค์ ภิรมย์พร มันเป็นความกดดัน ทำงานอยู่ 5 เดือน กว่าเพลงจะออก อัดรองูเข้าฝัน น้ำตาโนราห์ หลายเพลงแล้ว โชว์เบอร์ไม่โชว์ใจเป็นเพลงชี้ชะตาชีวิตเลย เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม



ในที่สุดเพลงดังหลายเพลงเลย สบายใจมั้ยพอได้รู้ผล ?
หญิง : สบายใจมาก จากในบัญชีมีเงินไม่ถึงพัน ระยะเวลาเพลงดังจากแกรมมี่ 2 เดือนพี่มีเงินเข้าบัญชีเป็นล้าน ดีใจมากค่ะ

ตอนนั้นได้กี่ตลับ ?
หญิง : เกือบล้านตลับ แต่ของปลอมซะครึ่งต่อครึ่งนะคะ ของปลอมเค้าเยอะมากช่วงนั้น ปี47-48

ตอนนั้นพี่ดังที่สุดในค่ายเลยมั้ย ?
หญิง : นักร้องแกรมมี่ตอนนั้นดังทุกคน ดังจนเป็นกดดันตัวเอง

ช่วงนั้นงานเยอะถึงขนาดไหน ?
หญิง : เยอะถึงขนาด ต่างประเทศติดต่อมาแต่ไม่มีคิวไป คือระยะเวลาที่เพลงดังในเมืองไทย 3 เดือนพี่มีวันหยุดอยู่แค่ 2 วัน ตั้งใจว่าหยุดจริงๆ เพราะว่าเหนื่อยเต็มที่แล้ว



บางงานเจ้าของงานยอมเลื่อนเพื่อให้พี่หญิงไปร้องเพลงในวันนั้น ?
หญิง : ใช่ค่ะ เป็นงานเลี้ยงพนักงานบริษัท กำหนดวันแล้วว่าจะเลี้ยงพนักงานในบริษัท แต่บังเอิญว่าทั้งเดือนนั้นหญิงไม่ว่างเลย เค้าก็เลยต้องเลื่อนคิวเพื่อที่จะให้คิวดวงจันทร์ไป

เห็นว่ามีแฟนคลับแปลกๆ เข้ามาด้วยหรอ ?
หญิง : ใช่ค่ะ ด้วยความที่เบอร์โทรเราไม่ใช้เบอร์ตัวเองอยู่แล้ว มีเบอร์พี่เลี้ยงบ้าง น้องสาวบ้าง ก็โทรมาจะจ้างคุณดวงจันทร์ไปร้องเพลง ชอบมาก คิดค่าตัวเท่าไหร่ น้องสาวก็บอกค่าตัวไปเท่านี้ๆ วันรุ่งขึ้นก็โทรมาอีก เค้าก็ไม่สรุปซักที น้องสาวก็บอกว่าถ้าติดต่อโอเคแล้วเค้าจะได้แจ้งคนดูแลคิวที่บริษัทจะได้โอนมัดจำ ซักพักก็โทรมาอีกแล้วถามว่าถ้าผมให้คุณดวงจันทร์ไปร้องเพลงกับผม 1 วันแล้วอยู่ต่อกับผม 2 วัน คุณดวงจันทร์จะคิดค่าตัวเท่าไหร่ น้องสาวพี่ก็ตกใจ อึ้งไปเลย แล้วเค้าก็โทรมาอีก เค้าบอกว่าเค้ามีทุกอย่างเลย พี่จะเอาอะไรก็ได้ บ้าน รถ ราคาเท่าไหร่ก็ได้เค้าอยู่ทางภาคเหนืออยากให้พี่ไปให้ได้ ทีนี้ซักพักเค้าก็ทำเสียงกระเส่า แล้วเค้าก็พูดกับน้องสาวว่าคุณดวงจันทร์ใหญ่มั้ย น้องสาวนึกได้ตอบกลับมาว่าเท่าจานกินข้าวบ้านคุณแหละค่ะ น้องสาวโกรธ ก็เลยคิดว่าเจอโรคจิตก็เลยวางหู หลังจากนั้นโทรมา 3 เดือนเปลี่ยนเบอร์เดือนละ 30 เบอร์ จนน้องสาวเค้าไม่ให้เอาเบอร์เค้ารับงานแล้ว



แล้วเรื่องความรักเป็นยังไงบ้าง ?
หญิง : พี่ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองนะ หลายคนก็มองว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานหรือมีแฟนแล้วไม่บอก แต่พี่เป็นคนบ้างานมาก แล้วเราก็ไม่คิดว่าเราจะมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ถ้าเกิดเรามีแฟนเรากลัวว่าจะขาดอิสรภาพ พี่ไม่ชอบให้ใครมาเป็นเจ้าของชีวิต เพราะอาชีพนักร้องเราไปงานเราต้องถ่ายรูปกับแฟนเพลง เราไม่รู้เวลาว่าเราจะได้กินข้าวตอนไหน ตื่นตอนไหน คือถ้ามีคนมาจีบเค้าก็อยากรู้ความเคลื่อนไหวของเรา พี่เคยเปิดใจคุยโทรศัพท์นะ รู้สึกว่าเราพอใจคนนี้แล้ว ถึงขั้นจะแต่งงาน คุยไปคุยมา ปีที่ 1,2 โอเค แต่พอปีที่ 3 เหมือนงานเราเยอะขึ้น เวลาที่จะรายงานว่าวันนี้เราลงจากเวทีแล้วนะ เราถึงที่พักแล้วนะ เราไม่มีแรงที่จะพิมพ์บอกเลย เค้าก็มาใส่อารมณ์ประมาณว่าทำไมลงจากเวทีวันนี้ไม่บอก หลังจากวันนั้นพี่ชวนเป็นพี่เป็นน้องกันเลย พี่ขอเลือกแฟนเพลง ถ้าเรามีความสุขบนเวทีทำให้คนดูมีความสุข แล้วเราต้องมาเครียดกับคนรักของตัวเองที่ไม่เข้าในอาชีพของเราไม่เอาดีกว่า



แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูใจกับใครเลย ?
หญิง : หลังจากนั้นก็ไม่มี แต่ปีที่แล้วมีค่ะ เป็นหนุ่มต่างชาติ อยู่ฝรั่งเศสเค้าทักแชทมา พี่ก็มีแฟนเพลงทักแชททุกวันอยู่แล้ววันนึงเป็นร้อยๆเราก็เลื่อนอ่านไม่ไหว แต่ก็แปลกว่าทำไมแชทนี้จะเข้ามาทุกวันเลย ก็เลยเปิดดูแต่มันเป็นภาษาอังกฤษ เราก็อ่านไม่ออกก็ไม่คุยดีกว่า วันนึงเค้าก็ไปศึกษาไปแปลเป็นภาษาไทยมาให้เลยว่าผมชอบคุณมาก ผมแอบชอบคุณมานานแล้ว ดูความเคลื่อนไหวของคุณมาหลายเดือนมาก ผมอยากขอคุณเป็นเจ้าสาวของผมได้มั้ย ผมอายุ 39 ปี พี่บอกที่ทำงาน พี่ก็พิมพ์เป็นภาษาไทยเลยว่าคุณรู้หรือเปล่าว่าฉันทำงานอะไร ฉันไม่อยากคุยกับคนที่ไม่รู้จัก และฉันพูดภาษาอื่นไม่ได้นอกจากภาษาไทย เค้าก็เลยแปลกลับมาว่า ผมรู้จักคุณดีแล้ว คุณเป็นซูเปอร์สตาร์เมืองไทย ถ้าผมมาเมืองไทยผมจะเจอคุณได้ยังไง คุณจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่ ที่เราไม่อยากศึกษาเรารู้สึกว่าถ้าเรามีแฟนเราอยากได้คนไทยมากกว่าที่คุยกันรู้เรื่อง

เคยน้อยใจจนอยากจะอำลาวงการหรอ ?
หญิง : อันนี้เป็นความรู้สึกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราคิดว่าเราต้องหยุดร้องเพลงแล้วแหละ อาจจะน้อยใจตรงที่ว่าเราเกิดมาจากเพลงลูกทุ่งแล้วทำเพลงลูกทุ่งตลอด คือตั้งแต่ออกจากแกรมมี่ไปถึงวันนี้ 12 ปี พี่ก็พยายามทำเพลงที่เป็นตัวเองที่สุด แต่เหมือนพอเราไม่มีค่าย เราเคยอยู่ค่ายมา เคยมีพีอาร์ดูแล มีคนหางานให้ พอเราออกมาทำเพลงเองเหมือนศักยภาพเราหายไปหมด ต่อให้เราทำเพลงดีแค่ไหน ดนตรีดีแค่ไหน ร้องดีแค่ไหน แต่เราไม่มีความสามารถทำให้คนมาฟังเพลงเราได้ แล้ว 2-3 ปีนี้ เด็กใช้เพลงพี่ประกวดทุกรายการ แต่ตัวพี่คนไม่รู้จักเลย สมมุติพี่ไปเดินในตลาดนัดมีคนอยู่ร้อยคน แต่มีคนจำหน้าพี่ได้แค่ 2 คนแล้วมาขอถ่ายรูป คนอื่นก็ถามว่าใครหรอๆ เราก็เลยรู้สึกเขิน พอบอกว่าคนที่ร้องเพลงโชว์เบอร์ไม่โชว์ใจไง ทีนี้คนมากันทั้งตลาดเลย พอพูดถึงผลงานคนมาขอถ่ายรูปกันเต็มเลย ก็คือไปตรงไหนคนแทบไม่รู้จักพี่เลย เราก็เลยรู้สึกว่า เราทำงานมานานหลายปีมาก เพลงดังก็เยอะ เราหายไปขนาดนั้นเลยหรอ มันรู้สึกนอยด์ว่าทุกวันนี้ทำเพลงหรือไม่ทำ มันก็ค่าเท่ากัน เลิกร้องเพลงเลยดีกว่า

รู้สึกว่าพี่ท้อและน้อยใจกับชื่อเสียงตัวเองเหมือนกัน ?
หญิง : ชีวิตพี่มันก็น่าอิจฉานะ ตั้งแต่ทีแรกได้เจอพี่ยิ่งยง พี่เอกชัย แต่เหมือนจังหวะชีวิตที่ดังเร็วมาก ไม่ได้มาสายประกวด แต่มาพีคสุดวันที่พี่ตัดสินใจผิดไม่ต่อสัญญากับที่แกรมมี่ คือในตอนนั้นตัดสินใจผิดมาก ในขณะที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ในความคิดของพี่ที่พี่ไม่ต่อสัญญาเพราะโปรดิวเซอร์พี่ออก พี่ไม่อยากเป็นภาระครูสลา เพราะว่าครูสลาดูแลน้องต่าย ดูแลพี่นาง ดูแลพี่ไมค์ พี่เป็นคนขี้เกรงใจ พี่คิดว่าถ้าเราไม่ต่อสัญญาไปทำเพลงพื้นบ้านที่ใต้ มีชื่อเสียงความเป็นดวงจันทร์อยู่แล้วน่าจะพอมีงาน พี่ลืมคิดไปว่าถ้าเราหลุดจากค่ายปุ๊ปสื่อต่างๆ รายการทีวีต่างๆ เราหลุดหมด แล้วทุกอย่างที่เรามีมันค่อยๆหมด มันก็เป็นเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังไม่เข้าวงการ



แล้วพี่ให้กำลังใจตัวเองยังไง ?
หญิง : ตั้งแต่มีโควิดทุกคนอยู่บ้านเฉยๆ พี่ก็เลยคิดว่าไม่ว่าคนจะรวยหรือจะจนตอนนี้ต้องอยู่บ้านเหมือนกัน ต้องหยุดเหมือนกัน ก็เลยทำให้ตัวเองคิดได้ว่าชีวิตพี่ไม่ยึดติดใช้ชีวิตปกติ ไม่รู้สึกเหงานะ เพราะ 2-3 ปีมานี้เรามีงานน้อยมาก ก็ไม่เป็นไร

อยากบอกอะไรกับคนที่จำเราได้ ?
หญิง : ดีใจค่ะ ขอบคุณมากๆเลย บางคนจำหน้าไม่ได้ แต่จำเพลงได้ พอรู้ว่าเป็นเราเค้าก็บอกว่าชอบมากเลย เมื่อก่อนดูคอนเสิร์ตประจำเลย ไม่คิดว่าตัวจริงยังดูดี เราก็มีกำลังใจอีก เรารู้สึกว่าเราต้องเงียบไปในขณะที่อายุยังไม่ถึง 50 ก็เลยรู้สึกนอยด์



คลิปสัมภาษณ์ "ดวงจันทร์ สุวรรณี"