โฆษก ศบค. ห่วงคนเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว-รถสาธารณะพุ่ง

2020-05-01 13:50:22

โฆษก ศบค. ห่วงคนเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว-รถสาธารณะพุ่ง

โฆษก ศบค. เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 6 ราย ต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ห่วงคนเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เตือนยังต้อง  "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย เป็นตัวเลขลดลงต่ำสุดในรอบ 1 เดือนนี้ ผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 2,960 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 32 ราย รวมผู้ที่หายป่วยสะสมอยู่ที่ 2,719 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยังคงอยู่ที่ 54 ราย อายุเฉลี่ยของผู้ที่ป่วยคือ 39 ปี ผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 187 ราย ต่ำกว่า 200 รายเป็นครั้งแรก มีผู้ป่วยที่กลับบ้านได้เพิ่มขึ้น 32 ราย รวมผู้ที่หายป่วยกลับบ้านได้ 2,719 ราย อย่างไรก็ตาม ยังวางใจไม่ได้ ต้องมีการทำงานกันอย่างเต็มที่ ระยะของการผ่อนปรนยังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่ต้องขอความร่วมมือกับทุกคน

ผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย พบว่า 1 ราย ไปสถานที่ชุมนุมชน ตลาด เป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 64 ปี ไม่มีงานทำ มีประวัติไปตลาดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนจะมีอาการเจ็บป่วย จึงต้องเน้นย้ำ เพราะตลาดทั้งตลาดนัด ถนนคนเดิน เป็นพื้นที่หนึ่งที่ให้ผ่อนปรน ส่วนอีก 5 รายมาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชนที่บันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นกลุ่มอายุระหว่าง 21-54 ปี จากการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากการทำพิธีทางศาสนาที่มาเลเซีย ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านและเกษตรกร การกระจายตัวของผู้ป่วยที่มากกว่า 10 รายต่อแสนประชากร จะอยู่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กทม.และปริมณฑล ขณะที่ 5-10 รายต่อแสนประชากร จะอยู่ที่ภาคใต้และภาคตะวันออก การรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่าน พบมีการรายงานผู้ป่วยเกินกว่า 28 วัน มี 42 จังหวัด และไม่มีการรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมา มี 26 จังหวัด โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และหนองคาย ไม่มีการรายงานผู้ป่วยเลยมากกว่า 1 เดือน และยังคงเป็น 9 จังหวัดเดิมไม่มีการรายงานผู้ป่วยมาก่อนเลย ขอบคุณประชาชนทุกจังหวัด

โฆษก ศบค. กล่าวต่อว่า  ผอ.สถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ นักระบาดวิทยาและอยู่ในทีม Task Force ด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐได้เตือนชาวอเมริกัน ให้ระมัดระวังการแพร่ระบาดของโรคระลอกที่ 2 ที่อาจเริ่มเดือน ก.ย. 2563 ต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2564 หากสหรัฐฯ เร่งกระบวนการกลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็วและไม่ระมัดระวัง พร้อมย้ำทุกรัฐให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโรคอย่างทั่วถึง การติดตามการแพร่ระบาดของโรค และการแยกผู้ติดเชื้อออกจากสาธารณะ เช่นเดียวกันกับนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ที่เตือนถึงการเปิดพื้นที่สาธารณะต้องไม่เร็วเกินไป โดยหวั่นว่าการระบาดจะเกิดขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง

โฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า  วันนี้ เวลา 17.25 น. จะมีคนไทยเดินทางกลับมาจากสิงคโปร์ 165 คน และเวลา 19.45 น. จากเนปาล 38 คน วันที่ 2  พ.ค. เวลา 8.30 น. จะมีผู้เดินทางกลับจากคาซัคสถาน 55 คน เวลา 17.05 น. จากเนเธอร์แลนด์ จำนวน 35 คน โดยเป็นการรวบรวมคนไทยที่ตกค้างในยุโรปหลาย ๆ ประเทศ และเวลา 17.35 น. จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) 130 คน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 – 30 เม.ย. 2563 มีผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว 3,381 คน จาก 23 ประเทศ โดย ผอ.ศบค. ชื่นชมทุกหน่วยงานที่สามารถกักกันผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้พบผู้ที่ติดเชื้อ ณ สถานกักกันโรค จำนวน 81 คน ให้ได้รับการรักษาก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดออกไปเป็นหมื่นคน รายงานสถานภาพ State Quarantine ณ ปัจจุบัน มีจำนวนห้องพัก 5,595 ห้อง เข้าพัก 2,831 ห้อง คงเหลือห้องพัก 2,766 ห้อง มีจำนวนผู้กักตัวสะสม 4,218 คน อยู่ระหว่างกักตัว 2,775 คน กลับบ้านแล้ว 1,443 คน

นอกจากนี้มีผู้เดินทางกลับเข้าประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบกจากเมียนมา 34 คน มาเลเซีย 371 คน สปป.ลาว 10 คน และกัมพูชา 24 คน โดยทุกคนจะต้องเข้าสถานกักกันตัวที่รัฐจัดให้ สำหรับสถานที่ Local Quarantine ในพื้นที่ 76 จังหวัด มีจำนวนสถานกักกันตัวทั้งหมด 765 แห่ง จำนวนคนที่รองรับได้ 20,696 คน คงเหลือพร้อมใช้งาน 15,170 คน มีจำนวนผู้กักตัวสะสม 7,628 คน อยู่ในระหว่างกักกันตัว 5,922 คน กลับบ้านแล้ว 1,706 คน

ส่วนผลจากการปฏิบัติการจากการประกาศมาตรการเคอร์ฟิวประจำวันที่ 1 พ.ค. 63 โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงพบว่า มีผู้กระทำความผิดกรณีชุมนุมมั่วสุม 154 ราย เพิ่มขึ้น 87 ราย ผู้กระทำความผิดกรณีออกนอกเคหสถาน 607 ราย เพิ่มขึ้น 88 ราย โดยการพนันยังคงเป็นสาเหตุหลัก

ขณะเดียวกันมีปริมาณผู้เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว และผู้เดินทางโดยการโดยสารขนส่งสาธารณะ ต่อวันมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โดยจำนวนประชาชน ใน กทม.ที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะช่วงวันที่ 16 เม.ย. 63 มีจำนวน 800,867 คน วันที่ 23 เม.ย.63 มีผู้เดินทางจำนวน 848,028 คน และวันที่ 30 เม.ย. 63 มีจำนวน 362,398 คน อัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5

โฆษก ศบค. ได้ย้ำถึงความสำคัญ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพราะการออกจากบ้านมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ จึงฝากให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญและป้องกันตัวเองโดยการใส่หน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเหตุจำเป็นที่จะต้องออกจากบ้าน

แท็กที่เกี่ยวข้อง