"มงคลกิตติ์" บริจาคเงินเดือน ส.ส.เข้ากองทุนสู้โควิด – 19 (คลิป)

2020-04-09 11:30:39

"มงคลกิตติ์" บริจาคเงินเดือน ส.ส.เข้ากองทุนสู้โควิด – 19 (คลิป)

"มงคลกิตติ์"ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรบริจาคเงินเดือน ส.ส.ตลอดวาระกว่า 4 ล้านเข้ากองทุนป้องกันโควิด – 19 ของรัฐบาล ชี้ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวง หาก 6 เดือนแก้ไม่ได้อาจต้องขายทรัพย์ในประเทศ เหตุรัฐกู้เงินเกินเพดานแล้ว เรียกร้อง “เจ้าสัว –นายทุน” ยื่นมือช่วย

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอบริจาคเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ส.ส. เข้ากองทุนป้องกันโควิด- 19 ของรัฐบาล ตั้งแต่งวดวันที่ 30 เม.ย. 2563 - 31 มี.ค. 2566 หรือจนกว่ายุบสภาหรือหมดวาระสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรวมแล้วจะเป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า วิกฤตนี้ร้ายแรงไปทั่วโลก และไม่มีใครทราบได้ว่าวิกฤตนี้จะจบสิ้นลงเมื่อใด และล่าสุดรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน กว่า 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกู้ครั้งสุดท้ายและจะกู้ไม่ได้อีก เนื่องจากเกินลิมิต ร้อยละ 60 ของหนี้สาธารณะต่อ GDP จึงกู้ไม่ได้อีก และหากแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ภายใน 6 เดือน ทางสุดท้ายเหลือแค่ขายทรัพย์สินภายในประเทศ ซึ่งปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงนักมากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 ถึงประมาณ 3 เท่า มากกว่าการเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 3 ดังนั้นคนไทยทุกคนต้องช่วยกันฝ่าฟัน และยอมเสียสละ และในฐานะนักการเมือง ส.ส. ไม่สามารถทนเห็นความเดือดร้อนของประชาชนตาดำๆได้ และไม่สามารถที่จะทนรับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ที่เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนได้อีก ส่วน ส.ส.หรือ ส.ว.ท่านอื่นจะดำเนินการตามหรือไม่ ขอให้เป็นดุลพินิจส่วนบุคคล พร้อมทั้งขอขอบคุณนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่จุดประกายเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องไปยังนายทุนและเจ้าสัว ออกมาช่วยกันแก้ปัญหาในครั้งนี้

นายมงคลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า ขอให้เป็นดุลพินิจส่วนบุคคล แต่สถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ ทุกคนเดือดร้อนกันหมด เราจะเอาตัวรอดเฉพาะครอบครัวเรา เราอาจเอาตัวรอด แต่ประชาชนไม่รอด ตัว ส.ส. ส.ว.รัฐบาล เจ้าสัว นายทุน ก็ไม่รอดเหมือนกัน เพราะสุดท้ายหากเราแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ภายใน 6 เดือน เราไม่มีเงินให้เขาแล้ว คนพวกนี้ก็จะไม่มีอันจะกิน เขาก็จะใช้วิธีปล้นสะดมกัน เพราะฉะนั้นแล้วอยากให้ ต้องทุบหม้อข้าว เพราะการกู้เงินครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว และเราไม่สามารถกู้ได้อีกแล้ว เพราะมันชนเพดานแล้วมันคล้ายๆกับการเสียกรุงครั้งที่ 2 เปล่าแค่เป็นสงครามที่มีศัตรูเป็นไวรัส เท่านั้นเอง ซึ่งมันร้ายกาจกว่าศัตรูที่เป็นมนุษย์หลายเท่า ก็อยากให้สมัครสมานสามัคคีและร่วมกันเสียสละถึงที่สุด สุดท้ายถ้าสถานการณ์ไปต่อไม่ได้ กู้ไม่ได้ พวกเราเองในฐานะที่เป็น ส.ส มีทรัพย์สินเท่าไหร่ก็คงต้องขายทั้งหมด เพื่อนำมาช่วยเหลือให้ประเทศไทย ให้ผ่านจุดนี้ไปได้



แท็กที่เกี่ยวข้อง