ข่าวดีอีกวันตัวเลขไทยลดลง รวมพลังไทยสู้สู้

2020-04-07 22:05:14

ข่าวดีอีกวันตัวเลขไทยลดลง รวมพลังไทยสู้สู้



วันนี้ (7 เม.ย.) ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทย ถือว่าดีกว่าทุกวัน มีผู้ติดเชื้อเพื่ม 38 ราย  ยอดรวม 2,258 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 27 ราย



โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน  ให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากการเคอร์ฟิว ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.  ที่เห็นได้ชัดคือ วันที่ 6 เม.ย. อัตราเพิ่ม แค่ 2.3%  และในวันนี้ 7 เม.ย.  มีผู้ป่วยเพิ่ม 38 คน ทำให้ลดเหลือเพียง  1.7%


Advertisement



หลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่  24 มี.ค. อัตราเฉลี่ยการเพิ่มของผู้ป่วย อยู่ 7.5%  ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น่าพอใจอย่างมาก  ตามที่เคยมีการประมาณการก่อนหน้านี้ว่า ภายในกลางเดือนเมษายน หากมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ 20% จะทำให้มีผู้ป่วยกว่า 22,000 คน ซึ่งมากเกินกว่าที่ระบบการแพทย์จะรับมือไหว



นอกจากนี้ยังมีกราฟ ที่ทีมแพทย์ได้ทดลองประมาณการ (กราฟด้านล่าง)  กราฟนี้บอกว่า ในช่วงแรกก่อนที่จะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  เฉลี่ยอยู่ที่ 25% หลังประกาศเคอร์ฟิว กราฟลดลงอย่างเห็นได้ชัด มีแนวโน้มลดลง เรายังมีเวลา จนถึงวันที่ 15 เม.ย. ซึ่งครบ 1 เดือน ที่ไทยมีผู้ป่วยเกิน 100 คนต่อวัน  ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทย น่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 3,000 คน หรือต่ำกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ระบบสาธารณสุขบ้านเราจะสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา เหมือนในสเปน หรืออิตาลี 


ด้านโฆษกศบค.ได้ชื่นชมจังหวัดต่างๆ ที่ทำงานอย่างหนักในการป้องกันการแพร่ระบาด  โดยจังหวัดที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ จังหวัดภูเก็ต ยอดผู้ติดเชื้อสะสมแซง จังหวัดนนทบุรีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 โดยภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อสะสม 138 รายส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา 54 ราย ปัตตานี 46 ราย และ นราธิวาส 22 ราย  เจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดพยายามกำชับเรื่องการทำละหมาด  เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด


Advertisement



สำหรับข่าวลือเรื่องการยกระดับเคอร์ฟิวเป็น 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดการกักตุนสินค้า ตุนอาหารกันอีกรอบ  การเคอร์ฟิวแบบนี้ ไม่มีประเทศไหนใช้มาตรการแบบนี้ เพราะแต่ละประเทศยังมีระยะเวลาให้คนออกมาซื้อของได้  ในเรื่องขอโควิด -19 เป็นการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่กับบ้าน แต่อาจมีการปรับระยะเวลาเพิ่มขึ้น 


ทั้งหมดอยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน 


รายการคุยเคาะเจาะข่าว ทางช่อง NEW18  ดำเนินรายการโดย คุณเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าว 






Advertisement