เมื่อ"ถ่อยตม"เจอ"หยวนๆ" ล้มเหลวแบบอเมซซิ่งไทยแลนด์

2020-04-05 06:00:11

เมื่อ"ถ่อยตม"เจอ"หยวนๆ"  ล้มเหลวแบบอเมซซิ่งไทยแลนด์



สมัยเป็นเด็ก ผมใฝ่ฝันอยากเรียนสูงๆ เพราะเชื่อว่า ยิ่งเรียนมาก รู้มาก ยิ่งจะทำให้เราฉลาด มีอนาคตที่ดี เพื่อทำหน้าที่เป็นคนไทยที่ดี สร้างสังคมและประเทศชาติที่ดีมีคุณภาพ


เมื่อมีโอกาสศึกษาเล่าเรียน จึงพยายามดิ้นรนแสวงหา ทั้งความรู้ ทักษะ พรแสวง เท่าที่กำลังและ ศักยภาพพอจะหาได้


แต่ไม่ว่าเติมเต็มได้มากน้อยแค่ไหน แต่ข้อสรุปสำคัญประการหนึ่งที่ได้และถูกกำชับจากครูบาอาจารย์และผู้รู้มาตลอด คืออย่าเห็นแก่ตัว อย่าดันทุรัง และอย่าคิดว่าเก่งเหนือใคร


Advertisement



ท่ามกลางสถานการณ์สุดเลวร้าย จากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส 2019 หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าโควิด 19 ได้สะท้อนความจริงหลายอย่างของผู้คนออกมาให้เห็น จนอดไม่ได้ที่จะหวลนึกไปถึงคำสั่งสอนของครูอาจารย์ที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่ไม่ได้


ผู้คนจำนวนหนึ่งสร้างบรรทัดฐานสันดาน"กูคัมเฟริสต์"เข้าไปกว้านซื้อกักตุนสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คนจนเชลฟ์ในร้านแทบจะว่างเปล่า บะหมี่ ปลากระป๋อง ไข่ไก่ อาหารแห้งอื่นๆ ไม่รู้ทำไมต้องขนไปไว้ที่บ้านกันมากขนาดนั้น


คนกลุ่มแรกกักตุน คนกลุ่มต่อๆมาก็ไร้จิตสำนึก แห่ทำตาม ยังไม่หนำใจ โพสต์และแชร์ภาพประนามการกระทำของตนเองให้คนอื่นๆได้รู้ รวมทั้งมีอีกไม่น้อย ที่โพสต์และแชร์ข้อความอันเป็นเท็จ จนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว ทั้งที่มีภูมิปัญญามีเพียงน้อยนิด แต่ดันมโนไปเรื่อยเปื่อย


คนที่ได้เต็มๆ โดยเฉพาะเงินสดที่เพิ่มขึ้นทันที คือบรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย อิ่มหมีพีมันอ้วนกลมขึ้นทันใด


Advertisement



การรับมือโควิด 19 มหันตภัยร้ายของโลกที่เรามองไม่เห็น จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้สติปัญญา เข้าใจเข้าถึงข้อมูลสาระอันเป็นจริง ไม่ตื่นตระหนก รวมทั้งกฎระเบียบกติกาที่เข้มข้นจริงจัง อย่างที่รัฐบาลพยายามทำอยู่ในปัจจุบัน


ทั้งให้อำนาจผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดสามารถออกคำสั่งปิดสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ คำสั่งล็อคดาวน์ปิดเมืองในบางพื้นที่ การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความเข้มข้นว่าด้วยการเดินทางเข้าออกประเทศ กระทั่ง คำสั่งประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร


เป้าหมายหลักสำคัญ คือสะกัดและยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด 19 ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศต่างตระหนัก พร้อมให้ความร่วมมือ และมีจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่ยอมอยู่กับบ้าน ไม่ออกไปไหน


แต่ความร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่ง หวังจะเห็นประทศไทยฝ่าวิกฤติสำคัญนี้ไปให้ได้ แทบจะหมดโอกาสต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เมื่อคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางกลับจากสหรัฐและญี่ปุ่น มาถึงไทยในคืนแรกที่รัฐบาลประกาศใช้เคอร์ฟิว กลับเล่นบท"กูใหญ่กว่าใคร" ปฏิเสธที่จะโดนกักตัว 14 วันตามกติกาสากลทั่วโลกที่เขาใช้กัน เมื่อมีการเดินทางเข้าประเทศในตอนนี้


ด้วยข้ออ้างที่เหลือเชื่อสำหรับคนที่มีสถานะทางสังคมในระดับบินไปต่างประทศ หรือทำงานและพักอาศัยในประเทศอย่างสหรัฐและญี่ปุ่นได้ นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่เป็นนักศึกษาไทย ซึ่งย่อมต้องมีวุฒิภาวะและการศึกษาสูงกว่าผู้คนปกติธรรมสามัญทั่วไป


นอกจากอ้างยืนยันได้รับหนังสืออนุญาตจากสถานทูตไทยก่อนเดินทาง และยังอ้างใบรับรองแพทย์ไม่เกิน 72 ชั่วโมงยืนยันแล้ว ยังอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งว่ากลับถึงประเทศไทยแล้ว ต้องถูกกักตัว 14 วัน ทั้งที่เป็นกฎระเบียบสากลที่ใช้กันทั่วโลกอย่างที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น


คำถามสำคัญ คือการสะท้อนวุฒิภาวะไม่รู้จริงๆ หรือเป็นเพียงยกข้ออ้างข้างๆคูๆ ในเมื่อข้อพึงรู้พึงปฏิบัติเหล่านี้ ทุกคนซึ่งต่างมีสมาร์ทโฟนในมืออยู่แล้ว สามารถเซิร์ซหาได้ตลอด ไม่ว่าจะประทศใดใช้มาตรการนี้ทั้งหมด


Advertisement



กระทรวงการต่างประเทศก็อ้ำอึ้งๆ ชี้แจงแบบเอาสีข้างเข้าถูจนแดงเถือก อ้างว่าไม่ได้ฝ่าฝืนประกาศและคำสั่งรัฐบาล แต่เป็นช่วงรอยต่อ และคนกลุ่มนี้ได้รับหนังสืออนุญาตก่อนเดินทางจริง


คำถามสำหรับข้ออ้างข้างๆคูๆนี้ คือเหตุใดไม่รีบแจ้งคำสั่งและกติกาที่ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องปฏิบัติทันทีที่มีคำสั่งออกมา ทั้งที่การสื่อสารในยุคนี้ ไม่ต้องรอใช้เทเล็กซ์เหมือนสมัยก่อน


เช่นเดียวกับคำถามไปถึงคนในเครื่องแบบ ที่ทำหน้าที่เจรจากับกลุ่มผู้เดินทางกลับมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสุดท้ายยอมปล่อยตัวให้กลับบ้านราวมีปาฏิหาริย์ ไม่ต้องส่งตัวไปกักตรวจโรค 14 วัน


มีเหตุผลและคำอธิบายอย่างไร นอกจากข้ออ้างได้รับหนังสืออนุญาตเดินทางเข้าประเทศได้ และมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน ทั้งที่เรื่องใบรับรองแพทย์ เพิ่งมีกรณีชาวปัตตานีเสียชีวิตบนรถไฟขณะดินทางกลับภูมิลำเนา หลังเดินทางกลับจากประเทศปากีสถานพร้อมใบรับรองจากแพทย์เช่นกัน


การปล่อยให้กลับไปกักตัวอยู่ที่บ้าน ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าจะทำได้จริง และมั่นใจได้อย่างไร ว่าจะไม่มีสมาชิกในบ้านติดเชื้อตามไปด้วย หากมีโควิด 19 อยู่ในตัว แต่ยังไม่ได้แสดงอาการ


ไม่เห็นแก่คนไทยอีกหลายล้านคน ที่ทำได้เพียงส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังว่าประเทศไทยจะรอดพ้นจากหายนะโควิด 19 เลยหรือ


ท่านจะต้องรับโทษรับผิดชอบหรือไม่ อย่างไร และที่สำคัญ ท่านจะตอบตัวเองว่าอย่างไร ทำไมปล่อย ทั้งที่รู้ความอันตรายร้ายแรงของเชื้อร้ายตัวนี้ดี


Advertisement



หรือเพียงแค่ "หยวนๆน่า" ทั้งที่เรื่องนี้ หยวนๆไม่ได้ครับ