เคอร์ฟิววันแรกหลัง 22.00 น.ยังพบรถ ปชช.เดินทางกลับบ้าน

2020-04-03 23:45:00

 เคอร์ฟิววันแรกหลัง 22.00 น.ยังพบรถ ปชช.เดินทางกลับบ้าน

ผบ.ทสส.พร้อม ผบ.ตร.  ผบช.น. ลงตรวจด่านความมั่นคงแยกวัดสีกัน ดอนเมือง เคอร์ฟิววันแรก หลัง 22.00 น.ยังพบรถของประชาชนเดินทางกลับบ้าน กำชับเจ้าหน้าที่ป้องกันตนเอง ใช้ดุลยพินิจในการดำเนินคดี

เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)  และพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงพื้นที่มายังจุดตรวจด่านความมั่นคง แยกวัดพุทธสยาม(สีกัน) ถ.สรงประภา (ขาเข้า) ในการประกาศเคอร์ฟิววันแรก

โดยพล.อ.พรพิพัฒน์ ได้มอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ว่า การตรวจค้นวันนี้เป็นการตรวจค้นเพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด-19  ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องป้องกันตัวเองเป็นอย่างดีด้วย และสิ่งสำคัญคือจะต้องแยกคนดีออกจากคนร้ายให้ได้ โดยให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ และวันแรกให้ใช้ความอะลุ่มอล่วยจากเบาไปหาหนัก และจะต้องไม่เพิ่มความกดดันให้ประชาชน


ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า เป็นวันแรกตามประกาศห้ามบุคคลออกตาเคหะสถานในเวลากลางคืนช่วง 22.00-ตี4 ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ปฏิบัติงานร่วมกับทหาร ตั้งจุดตรวจ 88 สน. เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และเพื่อให้บุคคลปฏิบัติตามประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลากลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความพร้อมอยู่แล้ว จากการตั้งด่านปกติ และในช่วงสถานการณ์มีการซักซ้อมและกำหนดแผนไว้ล่วงหน้า และการตั้งด่านเป็นการตั้งเหลื่อมเวลาครอบคลุมทุกพื้นที่ และช่วง 22.00-เที่ยงคืนจะตั้งจุดตรวจ 31ด่านของกองบัญชาการจำรวจนครบาลและเพิ่มรถสายตรวจ ของ บช.น.และได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว กองบังคับการมหาดเล็กราชวัลภลรักษาพระองค์ กองทัพภาคที่1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ซึ่งจะเน้นย้ำตามประกาศ บุคคลที่จะยกเว้น จะต้องเป็นบุคคลตามประกาศและตามความจำเป็นเท่านั้น ส่วนประชาชนที่ยังต้องใช้เส้นทางกลับหลัง 22.00น.นั้นจะต้องดูความจำเป็นก่อน โดยใช้ดุลยพินิจของทางเข้าหน้าที่ หากมีความจำเป็นก็จะทำการผ่อนผันให้ ยังไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีกับบุคคลที่ตั้งใจฝ่าฝืนและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และกรณีการแพร่เชื้อโรคไปถึงบุคคลอื่น

ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาตามประกาศเคอร์ฟิว หลัง 22.00น. ยังพบรถของประชาชนเดินทางกลับบ้านอยู่บ้าง เจ้าหน้าที่ได้ขยายช่องทางการตรวจมาอยู่ถนนเลนกลาง และได้ทำการเรียกรถทุกคันเพื่อสอบถามการเดินทาง และทำการตรวจวัดอุณหภูมิไข้ รวมถึงให้เจลล้างมือกับประชาชด้วย ซึ่งจะทำการสุ่มตรวจรถ เพื่อนำมาตรวจสอบประวัติ และทำบันทึกการเดินทาง โดยจะใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ จากลักษณะบุคคล ลักษณะรถ และจุดหมายปลางทางของการเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิว

แท็กที่เกี่ยวข้อง