ก.แรงงาน ไขข้อข้องใจปม"โควิด"ส่งผลกระทบ

2020-04-01 11:25:26

ก.แรงงาน ไขข้อข้องใจปม"โควิด"ส่งผลกระทบ

รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่นายจ้างปิดกิจการด้วยเหตุผลอื่น หรือสืบเนื่องจากไวรัสโควิด-19 ว่า ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย นายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามมาตรตรา 75 คือ นายจ้างต้องแจ้งลูกจ้างและกรมสวัสดิการแรงงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างร้อยละ 75 ของค่าจ้างจนกว่าจะเปิดกิจการ ซึ่งนายจ้างไม่มีสิทธิกำหนดอัตราจ้างได้เอง แต่ถ้าหากนายจ้างจะลดค่าจ้าง ต้องไม่ลดต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่นั้นๆ ขณะเดียวกันลูกจ้างจะไม่มีสิทธิรับเงินทดแทนจากประกันสังคม เพราะถือว่าลูกจ้างยังไม่ได้ออกจากงาน

ส่วนกรณีลูกจ้างขอลาออกเองในช่วงวิกฤติโควิด-19 จะได้รับเงินทดแทนการว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมร้อยละ 40 ของเงินเดือนเป็นเวลา 90 วัน มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี แต่หากนายจ้างปิดกิจการ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ร้อยละ 70 ของเงินเดือนเป็นเวลา 200 วัน มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี




รศ.ดร.จักษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สถานประกอบการของภาครัฐที่ถูกสั่งให้หยุดกิจการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัย ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคมได้

แต่เมื่อลูกจ้างเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 นายจ้างจึงขอกักตัว 14 วัน หรือลูกจ้างขอกักตัวเอง 14 วัน กรณีนี้ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ตามกฎกระทรวง นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้าง แต่ให้ลูกจ้างมาขอรับเงินทดแทนได้จากประกันสังคม



ส่วนกรณีลูกจ้างหรือนายจ้าง ยินยอมให้ใช้วันลาพักร้อน ลากิจ หรือลาป่วย ในช่วงระยะเวลา 14 วันของการกักตัว นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างตามปกติ เพราะถือว่าเป็นการใช้สิทธิวันลาตามกฎหมาย และไม่มีสิทธิรับเงินทดแทนจากประกันสังคม

แท็กที่เกี่ยวข้อง