ชาวประจวบฯ-เพชรบุรี คัดค้านนำผีน้อยมากักดูอาการในพื้นที่

2020-03-06 15:25:39

ชาวประจวบฯ-เพชรบุรี คัดค้านนำผีน้อยมากักดูอาการในพื้นที่

ชาวประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี คัดค้านนำผีน้อยมากักดูอาการในพื้นที่ พร้อมติดแฮชแท็ก savehuahin

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลกองทัพบกจะมีการนำผีน้อยจากประเทศเกาหลีใต้มากักตัว 14 วัน ที่หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี และ บ้านพัก เขตสวนสนประดิพัทธ์ และบ้านพัก ทอ.สนามบินบ่อฝ้าย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนขณะนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเซียล ซึ่งชาวจ.ประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี ส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วยที่จะมีการนำผีน้อยจากเกาหลีมากักตัวใน 2 จังหวัดนี้ โดยเฉพาะชาวหัวหินต่างโพสต์เฟซบุ๊กข้อความคัดค้านและติด #savehuahin 

ล่าสุดวันเดียวกัน 11 องค์กรของ จ.เพชรบุรี ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี กลุ่มธุรกิจบิสคลับจังหวัดเพชรบุรี ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดเพชรบุรี สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ชมรม อบต. จังหวัดเพชรบุรี สมาคมกลุ่มคนรักเมืองเพชร สันนิบาตเทศบาลจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมออกแถลงการณ์ขอคัดค้านนำคนไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้มากักตัวดูอาการในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ข้อความระบุว่า  ตามที่มีข่าวว่ารัฐบาลมีแผนจะนำคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีไต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นประเทศที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตรายจากเชื้อไวรัสโควิด-19 มากักตัวเพื่อดูอาการในหลายพื้นที่และระบุให้โรงแรมทหารหาดจอมพลหรือสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก(หาดเจ้าสำราญ) ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลหาดเจ้าสำราญ ต.หาดเจ้าสำราญ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพไทยเป็นหนึ่งในสถานที่กักตัว ภาคส่วนต่างๆใน จ.เพชรบุรี ตามรายชื่อ ขอคัดค้านแผนการดังกล่าว ทั้งนี้มิใช่ด้วยความรังเกียจหรือกีดกันบุคคลกลุ่มดังกล่าวที่เป็นพี่น้องร่วมชาติ แต่เห็นว่าโรงแรมทหารหาดจอมพลหรือสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก (หาดเจ้าสำราญ) เป็นสถานที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้เพื่อการกักตัวดูอาการผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) เนื่องจากโรงแรมทหารแห่งนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มีหาดทรายสวยงาม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.เพชรบุรี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดปีและมิได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวปิด ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศซบเซาขณะนี้ มีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้หล่อเลี้ยงประเทศและชุมชน การนำคนที่มาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตรายมาพักอาศัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ย่อมสร้างความหวั่นวิตกทั้งแก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจนอาจไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยว และจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจให้เลวร้ายลงไปอีก


เป็นที่ทราบกันดีว่าหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ของไทยโดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่เหมาะแก่การนำกลุ่มบุคคลข้างต้นไปกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการอยู่หลายแห่งในหลายจังหวัด ภาคส่วนต่างๆในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ใคร่ขอให้รัฐบาลได้โปรดทบทวนและยกเลิกแผนการที่จะนำคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้หรือประเทศใดก็ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรค มากักตัวในสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของ จ.เพชรบุรี รวมถึงฟื้นที่ใกล้เคียงชุมชน โดยขอให้นำไปยังสถานที่ของทางราชการอื่นๆที่เป็นสถานที่ปิดและอยู่ห่างไกลชุมชน ทั้งนี้หากการร้องขอนี้ไม่ได้รับการสนองตอบที่เหมาะสม ภาคส่วนที่ร่วมกันจัดทำแถลงการณ์นี้ขออนุญาตใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญในการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป

ด้านนายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก (เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์) กล่าวว่า ในนามสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี ในความคิดเห็นในภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดไม่เห็นด้วย เพราะหาดเจ้าสำราญเป็นแหล่งท่องเที่ยว หาดทราย ชายทะเล นอกเหนือจากหาดชะอำ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ไม่ว่าใครมาก็จะมีความสุข และมันเชื่อมโยงไปกับแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองเพชรบุรีซึ่งเป็นเมืองเก่าเล่าประวัติศาสตร์ เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม เป็นเมืองที่สกุลช่างเมืองเมืองเพชรสร้างผลงานตามวัดวาอารามต่างๆ อีกทั้งในตัวเมืองก็มีพระราชวังของรัชกาลที่ 5 อยู่ ผมคิดว่าน่าจะไปแห่งใดก็ได้ที่ไม่ใช่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะทุกวันนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวเราเหนื่อยมาก เหนื่อยจากภาวะเศรษฐกิจภาวะโควิค-19 ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศสะเทือนไปหมด ถ้าวางแผนไว้ก็อยากให้เปลี่ยนแผนดีกว่า

นายทวีสิน พัฒนาภิรัส รองประธานสภา อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ที่มีกลุ่มคนไทยเดินทางกลับจากเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลต้องการให้มีการกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ ผมว่าเป็นการดีมีความเหมาะสมและคิดว่าพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศก็เห็นด้วยเพราะลดการแพร่ระบาดและเฝ้าระวังได้อย่างดีที่สุดในขณะนี้ที่ทำได้ แต่การเลือกสถานที่ที่ใช้ในครั้งนี้คือ สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน และ บ้านพักบ่อฝ้าย ทอ.หัวหิน อยากขอวิงวอนให้ผู้มีอำนาจโปรดรับฟังและโปรดช่วยพิจารณาถึงผลกระทบ เนื่องจากหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รู้จักกันไปทั่วโลก เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและธรรมชาติ ทุกวันนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด 19 อย่างหนักมากถึงมากที่สุด ถ้าหากยังมีการนำผู้มีความเสี่ยงมาเก็บตัวยังสถานที่ที่กล่าวไว้ข้างต้น จะเป็นการตอกย้ำให้สถานการณ์ในหัวหินให้ยิ่งแย่ลงไป จะทำให้หัวหินยากที่จะฟื้นตัว อยากจะให้ทางกองทัพมองหาสถานที่อื่นที่เหมาะสมกว่านี้

ขณะที่นายอุดร ออลสัน อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โพสต์ข้อความชี้แจง ระบุว่า อาจจะต้องรีบแก้ไข เปลี่ยนทิศทาง ไม่มาเมืองท่องเที่ยวอย่างประจวบคีรีขันธ์ ผมรีบประสานงานกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้ครับว่าข้อมูลข่าวเชื่อถือได้ขนาดไหน เพราะข่าวล่าสุดอาจจะให้พักดูแลอาการในพื้นที่รอบๆ กทม. สำหรับสวนสนประดิพัทธ์ อยู่ในระหว่างการส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาบริหารตามนโยบายของกองทัพบก ไม่แน่ใจว่าจะขยายเวลาส่งมอบหรือเปล่าเพื่อภารกิจเร่งด่วน ภาวนาว่าไม่ใช่สวนสนเถอะ


แท็กที่เกี่ยวข้อง