สธ. แจงผลตรวจ "ผีน้อย"ไม่พบโควิด-19

2020-03-04 14:55:45

สธ. แจงผลตรวจ "ผีน้อย"ไม่พบโควิด-19

สธ. เผย "ผีน้อย" กลับจากเกาหลีใต้มีไข้ 19 คน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 ต่อต้องติดตามต่อจนครบ 14 วัน แจงสต็อกหน้ากากในสถานพยาบาล 8 ล้านชิ้น มอบ ผอ.-สสจ.-ผู้ตรวจ" เกลี่ยให้เพียงพอ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ยังสะสมอยู่ที่ 43 ราย รักษาหาย 31 ราย ยังรักษาอยู่รพ. 11 วัน เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 43 ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวังสะสมตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.– 3 มี.ค. 3,680 ราย ให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 2,435 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาใน รพ. 1,545 ราย สำหรับแรงงานไทยที่กลับเข้ามาเมืองไทยเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค.พบว่ามีไข้ 17 ราย และก่อนหน้านี้อีก 2 รายนั้น ผลตรวจออกมาทั้ง 19 ราย ไม่มีเชื้อโควิด-19  ทั้งนี้จะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดทุกรายจนครบ 14 วัน ในส่วนของแรงงานที่มาจากเกาหลีใต้นั้นเป็นคนไทยเหมือนกัน ย่อมได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกัน ดังนั้นขออย่ารังเกียจ เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงด้วยด้วย คนที่เดินทางกลับมาจากประเทศระบาดนั้นขอความร่วมมือหากเมื่อพบมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย อย่างใดอย่างหนึ่งให้ประสานสถานพยาบาลเพื่อนำสู่ระบบการตรวจรักษาที่เหมาะสมต่อไป หากไม่พบอาการต้องสงสัย ให้กักตัวเองในที่พัก 14 วัน งดการร่วมกิจกรรมต่างๆ แยกห้องนอน แยกสำรับอาหาร สวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างคนในบ้านอย่างน้อย 2 เมตร

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สำหรับรายงานตัวเลขหน้ากากอนามัยสำหรับใช้ในสถานพยาบาล ตัวเลขรายงานสะสมวันที่ 26 ก.พ. จากทั้ง 12 เขตสุขภาพ พบว่าต่ำสุดมี 1.7 แสนชิ้นต่อเขตสุขภาพ มากสุดอยู่ที่ 1.5 ล้านชิ้นต่อเขต รวมแล้วประมาณ 8 ล้านชิ้น ส่วนจะใช้ได้นานแค่ไหน พอหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ ผอ.รพ. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ต้องบริหารสต็อกให้เกิดประโยชน์ที่สุด ให้เกลี่ยกันได้ ส่วนที่จะได้เพิ่มมาเติมมา จากข้อมูลจากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ตั้งแต่ 10 ก.พ.-3 มี.ค. ได้รับหน้ากากอนามัยเฉลี่ยต่ำสุดได้รับอยู่ที่ 5 หมื่นชิ้นต่อวัน สูงสุดเฉลี่ย 5 แสนชิ้นต่อวัน เฉพาะวันที่ 3 มี.ค.ได้รับหน้ากากอนามัย 1.9 แสนชิ้น

“อาจจะมีบางที่บอกว่าขาด ต้องร้องขอ และมีการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียนั้น ซึ่งรับฟังทุกเสียง แต่ก็มอบ สสจ. ผู้ตรวจฯ ไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด บางแห่งบอกอาจจะปิดให้บริการ ซึ่งอย่าเพิ่งทำ เพรามีระบบการบริหารจัดการอยู่ เพราะถ้าระดับผอ.อาจจะมองทรัพยากรเฉพาะในรพ. แต่ สสจ.จะมองข้ามรพ.กันได้ หากจังหวัดยังไม่พอ จะมีผู้ตรวจราชการเขตที่มองข้ามจังหวัดไปอีก จะมีระดับการบริหารเป็นชั้นๆ ไปเอาของมาเกลี่ยกัน ตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรี คือเสียเท่าไหร่ไม่ว่าบุคลากรต้องมาก่อน จึงรับเป็นแนวปฏิบัติเพื่อความมั่นใจ หากไม่พอก็ขอให้แจ้งมา เรารับฟังทุกเสียง” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรมการค้าภายในเคยชี้แจงว่ามีการจัดสรรโควตาหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์ราวๆ 3.5 แสนชิ้นต่อวัน แต่ตัวเลขที่รายงานไม่ถึง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่รายงานตัวเลขดังกล่าวคือตัวเลขสรุปจากองค์การเภสัชกรรมที่ได้รับมา ส่วนความต้องการใช้หน้ากากอนามัยนั้น บุคลากรในสังกัดกระทรวงมีประมาณ 4 แสนคน ถามว่าจำนวน 3.5 แสนชิ้นจะพอหรือไม่ก็ตอบว่าพอ เพราะมีบางส่วนที่ปฏิบัติงานในออฟฟิศ อย่างไรก็ตามที่ปฏิบัติงานในรพ.จริง ก็ต้องยอมรับว่ามีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น เช่นเจ้าหน้าที่เวรเปล เจ้าหน้าที่การเงิน เดิมอาจจะใส่หน้ากากอนามัยบ้าง ไม่ใส่บ้าง แต่วันนี้ทุกคนต้องใส่ เพราะมีการสัมผัสกับผู้ป่วยเช่นกัน

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการประกาศเขตติดโรคติดต่อนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข จะมีการหารือกันอีกครั้ง ซึ่งหากประกาศออกมาแล้วจะมีมาตรการรับมือคนที่เดินทางกลับมาจากประเทศระบาดนั้นหากเป็นคนไทยมีภูมิลำเนาในประเทศไทยขอให้เฝ้าระวังตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน งดการร่วมกิจกรรมต่างๆ แยกห้องนอน แยกสำรับอาหาร สวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างคนในบ้านอย่างน้อย 1-2 เมตร ส่วนชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยจะต้องแจ้งที่อยู่เป็นหลักแหล่งให้กระทรวงทราบ หากไม่สามารถแสดงที่พักที่ชัดเจนได้จะถูกผลักดันกลับประเทศต้นทาง ทั้งนี้หากป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบภายใน 3 ชั่วโมง และผู้เดินทางต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง อย่างไรก็ตามมาตรการนี้ต้องรอประกาศเขตติดโรคติดต่อก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง