แพงหูฉี่ !! “กัน - มารี” อวดของขวัญวาเลนไทน์ปีแรก โอ้วว้าว ! เหยียบๆ แสน

2020-03-01 15:20:29

แพงหูฉี่ !! “กัน - มารี” อวดของขวัญวาเลนไทน์ปีแรก โอ้วว้าว ! เหยียบๆ แสน

เปย์หนักมากแม่ "กัน นภัทร" จัดเต็มของขวัญวาเลนไทน์ปีแรก "มารี" ถึงกับอึ้ง ทำไมแพงจุง ?



เป็นหนึ่งคู่รักที่หวานกันมากจนได้ฉายาว่า “คู่หวานน้ำตาลท่วมช่อง” อย่าง "กัน นภัทร" และ "มารี เบิร์นเนอร์" ซึ่งได้ออกมาเผยโมเมนต์สุดโรแมนติกในวาเลนไทน์ปีแรกของทั้งคู่ พร้อมจัดหนักของขวัญเซอร์ไพรส์ราคาเฉียดแสน !! เผยหลังคบกันนิสัยเปลี่ยนกันทั้งคู่ !! เปรยเคยคุยเรื่องสร้างครอบครัวในอนาคตด้วยกันแล้ว !!

Advertisement




ถูกยกให้เป็นคู่ที่หวานคู่ใหม่ของวงการ หวานยังไง ?
กัน : น่าจะเป็นเพราะว่าเราแตกต่างกันมาก เป็นศิลปินดาราทั้งคู่ พอมาคบกันคนอาจจะมองว่าเป็นไปได้หรอ อีกคนหนุ่มสุพรรณฯ ไทยจ๋า อีกคนสาวลูกครึ่งเยอรมัน แต่พอได้มาคุยมาคบกัน เค้าคงเห็นเคมีบางอย่างที่มันน่ารัก

Advertisement





หนุ่มสุพรรณฯ เดินหน้าจีบสาวเยอรมันยังไง ?
มารี : พื้นๆ เลยค่ะ ไดเรกแมสเสจ

กัน : เล่นละครลูกกรุงเป็นพระเอกนางเอกด้วยกัน เล่นไปประมาณค่อนๆ เรื่องแล้ว ก็เริ่มทักไปในไอจี

Advertisement



ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนเมื่อไหร่ ?
กัน : ไม่ได้มีสเปกไม่ได้คิดว่าจะไปเอื้อมจีบสาวลูกครึ่งขนาดนั้น จะคุยกันรู้เรื่องมั้ย แต่พอช่วงหลังๆ ที่เค้าโสดแล้ว เราก็ยังถ่ายละครอยู่ด้วยกัน

โสดนานเท่าไหร่ ?
มารี : ก็ซักพัก หลายเดือนอยู่ ก็ไม่ได้บอกใคร


Advertisement




รู้ได้ไงว่าเค้าโสด ?
กัน : ในกองคุยกัน พอรู้ว่าโสดก็กล้าคุยมากว่าเดิม กล้าส่งไดเรกแมสเสจมากขึ้น

ส่ง DM ไปหาเค้าว่าอะไรบ้าง ?
กัน : ก็ทักเค้าบ้าง บางทีเค้าฟิตเนสต่อยมวยอยู่ก็ถามว่าเหนื่อยมั้ย

ส่งแมสเสจไปเรื่อยๆ จนได้มาคุยกันจริงๆ แล้วจับมือกันครั้งแรกวันไหน ?

Advertisement



กัน : จับมือที่เป็นตัวผมกับตัวเค้าจริงๆ คือดูหนังรอบสอง

มารีคือสายรุกหรอ คืออะไร ?
กัน : คือถ้าเราเข้าไปจีบเค้าฝ่ายเดียว แล้วอีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบก็คงไม่กล้าที่จะสานต่อ สมมติเราไป 5 เค้ามา 10 เราไป 15 เค้ามา 20



แสดงว่ามารีก็เริ่มมีใจ ?
มารี : ก็ดูรู้ว่าเหมือนเค้ามาทางจีบแล้วก็เลยเปิดโอกาสเต็มที่

อย่างงี้ถือว่าเป็นสเปกมั้ย ?
มารี : ไม่ได้มีสเปกอยู่แล้ว ชอบคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

เปิดโอกาสเต็มที่คือยังไง ?
มารี : ก็คือดูหนังเรื่องแรกจบเราก็กลับไปคุยโทรศัพท์กัน ช่วงหวานๆ ก็คุยโทรศัพท์ก่อนนอนทุกคืน เค้าก็บอกว่าดูหนังดูเกร็งๆ นะ ไม่คุยอะไรกันเลย ไม่มองหน้ากัน ก็เลยบอกว่า “ก็รอให้จับมืออยู่นะ”

กัน : ผู้หญิงที่ไหนจะบอกว่าก็รอให้จับมืออยู่นะ (หัวเราะ)



มาเป็นแฟนกันปีที่แล้ว วันที่ 3 เดือนมีนาคม ทำไมถึงเลือกวันนั้น ?
มารี : คือเค้าพูดขึ้นมาแบบผ่านๆ ว่าเราน่าจะเป็นแฟนกันเลยเนอะ นั่งกันอยู่ในรถกำลังจะกลับบ้านแล้วเราเห็นนาฬิกามันเป็นวันที่ 3 เดือน 3 พอดี

จะครบรอบ 1 ปีแล้ว วางแผนไว้แล้วหรือยัง ?
กัน : ทำงานทั้งวันเลย ก็คาดหวังว่ากลับบ้านไปจะเจอลูกโป่งลอยเต็ม

วาเลนไทน์ปีแรกที่ผ่านมาเป็นยังไง ให้อะไรกัน ?
มารี : เรามีนัดกันก่อนวันวาเลนไทน์ เพราะเราถ่าย Vlog กัน เราจะปล่อย Vlog ในวันวาเลนไทน์ ก็เลยบอกว่างั้นวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ของเรานะ

กัน : ก็ไปทำกิจกรรมกันวันนึง ไปเดินช้อปปิ้ง ไปเดินซื้อของ

มารี : เราก็ไปซื้อกระถางต้นไม้ให้เค้า เพราะเค้าชอบกระบองเพชรมาก ก็เลยซื้อกระถางสวยๆ หลายๆ ใบให้



ตอนเค้าได้กระถางจากเราเค้าทำหน้ายังไง ?

มารี : เค้าดีใจมา

นั่นคือสิ่งที่อยากได้จริงๆ ?
กัน : อยากได้ อะไรที่เค้าให้ก็ชอบหมด แต่ตอนนั้นเค้ารู้ใจว่าเราชอบปลูกกระบองเพชรอยู่ แล้วก็มีบางต้นต้องการกระถางไปอยู่ใหม่ เค้าก็เลยเลือกกระถางสวยๆ มาให้เราใส่

ฝ่ายชายซื้ออะไรให้เค้าในวันวาเลนไทน์ ?
กัน : ซื้อกำไลให้เกือบๆ แสน



ผู้ชายซื้อกำไลเกือบแสน ผู้หญิงซื้อกระถาง 400 ?
กัน : เค้าแก้ตัวในวันจริง

พอวันจริงเราแก้ตัวเป็นอะไร ?
มารี : พาเค้าไปซื้อกระบองเพชร

กัน :
เค้าเรียกว่ายิมโน ยิมโนจะมีพันธุ์ที่มีสีสวยๆ ถ้าเกิดว่ามันด่างทุกพูมันจะราคาแพงมาก ส่วนมากประกวดได้ได้รางวัลแน่ๆ เค้าก็รู้ว่าเราชอบส่องกระบองเพชร รู้ว่าเราชอบต้นไหน เค้าก็เลยพาไปซื้อที่ร้านๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่สวยที่สุดในการปลูกพันธุ์นี้

เท่าไหร่ ?
มารี : 1 แสนบาทค่ะ

กัน : ชอบต้นนี้มากเพราะมีความสีชมพูอยู่ เหมาะกับวันที่เลือกวันวาเลนไทน์ ไม้พวกนี้มันจะไม่มีชื่อเราสามารถตั้งชื่อเองได้ ผมตั้งชื่อว่าวาเลนไทน์ เพราะมันเป็นต้นที่ได้วันวาเลนไทน์ด้วยแล้วก็มีสีชมพูด้วย



แต่ถ้าดูแลไม่ดีก็มีโอกาสตายถูกมั้ย ?
มารี : คือสิ่งที่เราซื้อให้เค้ามันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่เค้าซื้อให้เรามันไม่มีวันตาย แล้วตอนนี้กระบองเพชรวาเลนไทน์ของคุณเป็นยังไงบ้างลองเล่าซิ

กัน : ใจผมก็อยากเอามาโชว์ แต่ว่าเอามาไม่ได้เพราะว่ามันเกือบตายแล้ว

เกิดอะไรขึ้น ?
กัน : คือก็เอาต้นที่ได้ไปใส่ที่โรงเรือน ซึ่งก็จะมีโรงเรือนเล็กๆ เอาไว้ที่บ้านมารีอีกหลังหนึ่ง ผ่านไปอาทิตย์นึงก็บอกมารีรดน้ำให้หน่อย คือต้นอื่นๆ เราเพิ่งรดไปแต่ว่าต้นนี้เราไม่รู้ว่าผ่านการรดมานานรึยัง

มารี : เพราะว่าเราเพิ่งซื้อมา เราไม่รู้ว่าคนเลี้ยงเค้ารดมารึยัง

กัน : แล้วก็แปลกสถานที่จากที่อยู่อีกที่นึงมาแล้วมาอยู่ที่ใหม่กลับไปอาทิตย์นึงไปเจอ ฝั่งนึงที่โดนแดดจัดๆไหม้แบบคนละสีกันเลย ไหม้เหมือนตายเลย นั่งน้ำตาซึม แต่คนนี้น่ารักมาก เค้าช่วยเอาดินใส่กระถาง เค้าก็ไม่ชอบทำอะไรแบบนี้



คบกันมาได้เกือบปีชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมั้ย ?
มารี : จริงๆ เยอะ คนจับตามองเยอะ ทุกคนก็จะแซว ทุกคนก็จะถามถึงตลอด

กัน :
เปลี่ยนเยอะ รู้สึกว่าเราได้เรียนรู้กันมากขึ้น ด้วยขนบต่างๆ ที่แตกต่างกัน เราก็ไทยจ๋าสุพรรณฯ มาเลย เค้าก็ฝรั่ง ขนบบางอย่างมันจะไม่เหมือนกัน แต่พอมาเจอตรงกลางเราได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากเค้ามาเรื่องความมั่นใจต่างๆ ในชีวิตเรา คือเมื่อก่อนเราจะไม่มั่นใจในบางเรื่อง

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลย ต่างคนต่างทำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว พร้อมที่จะสร้างครอบครัวด้วยกันแล้วจริงมั้ย ?
กัน :
ก็ต้องสะสมไปเรื่อยๆ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง บางทีเราอาจะต้องฉุกเฉินเรื่องเจ็บป่วยในอนาคตอาจจะเป็นเราหรือเป็นคนในครอบครัวก็ตามต้องพร้อมดูแลเค้า เรื่องอนาคตของเราสองคนก็มีคิดๆ ไว้เหมือนกัน



เคยคุยกันมั้ย ?
กัน : เคยคุยกันแรกๆ แต่หลังๆ พอทะเลาะกันบ่อยๆ ไม่ค่อยคุยแล้ว (ยิ้ม)

ทะเลาะกันบ่อยหรือ ทะเลาะกันเรื่องอะไร ?
มารี : ก็มีบ้าง แรกๆ มันจะเป็นเหมือนฮันนีมูนเฟสมากกว่า หลังๆ ก็คุยกันด้วยเหตุผลมากขึ้น ดูเรื่องสถานการณ์ว่าทุกวันนี้เราคบกันเป็นยังไงบ้าง เหมือนตอนนี้ไม่ได้รีบร้อนอะไร เรื่องของความพร้อมยังไม่ได้พร้อมด้วยกันทั้งคู่ด้วย

ครั้งแรกตอนเจอพ่อของมารีประหม่ามั้ยเพราะว่าเค้ามาอังกฤษเลย ?
กัน : ประหม่ามาก เพราะเค้าเป็นคนต่างชาติด้วย แล้วจะคุยกันยังไงให้รู้เรื่อง มารีบอกว่าเค้าสปีคไทยพอได้ ผมก็อุ่นใจ

ตอนเจอครั้งแรก ?
กัน : เค้าน่ารักมาก เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกับผมเลย หลายคนคิดว่าคุยกับพ่อแล้วผมจะเก่งอังกฤษมากขึ้น เปล่า !! พ่อเก่งไทยขึ้น

พ่อพยายามจะปรับเข้าหา ?
มารี : ใช่ คือเค้าน่ารักกันมากเลยตรงที่ว่าแฟนเราพูดภาษาไทย พ่อเราพูดภาษาอังกฤษกับเยอรมัน มันกลับกลายเป็นว่า 2 คนนี้เค้าคุยกันเยอะมาก แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง คุยกันคนละภาษา แต่เค้าพยายาม

กัน : เวลาเจอท่าน ท่านจะน่ารักอยู่ด้วยแล้วเย็น สบาย เค้าชอบดูละคร เค้าก็จะชอบข้าวนอกนาเป็นหนังที่เค้าชอบ แล้วเค้าก็ชอบเที่ยวต่างจังหวัดเคยพาไปสุพรรณฯ ครั้งนึง ไปทานข้าวกัน



พี่เค้าพาเราไปสุพรรณฯ บ่อยมั้ย ?
มารี : รวมๆ ก็บ่อยค่ะ กับที่บ้านก็สนิทขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ เป็นคนไม่ค่อยคุยอะไรมากเท่าไหร่อยู่แล้วแต่พอเจอเรื่อยๆ ก็เหมือนกับสบายใจ

กัน : หลังๆ เริ่มหายไปคุยกับแม่สองคน

พ่อแม่พูดอะไรถึงน้องบ้าง ?
กัน : เค้าก็บอกว่าเป็นคนน่ารักดีนะ คือรู้ว่ารักลูกเราจริงๆ ดูแล้วส่งเสริมกันดี เป็นห่วงแค่เรื่องแบบว่าไม่อยากให้ทะเลาะกันบ่อย

ทะเลาะอะไรกันบ่อย ทะเลาะใหญ่หรือทะเลาะเล็ก ?
มารี : มีทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เรื่องเล็กก็เหมือนแบบเค้าเล่นมือถือตลอดเวลา ถามอะไรก็ไม่ตอบ เพราะเล่นมือถือ อยู่ตรงหน้ากันควรจะใช้เวลาด้วยกัน



แล้วเรื่องใหญ่ ?
กัน : หึงหวง

สมัยก่อนคุณหวงน้องมั้ย ?
กัน : หวงครับ แรกๆ พอเค้าถ่ายละครมีฉากเลิฟซีนกับคนนั้น คนนี้ก็จะมีแบบ ที่รักมันต้องขนาดนี้เลยหรอ ก็มีบ้าง แต่หลังๆ มานี่เข้าใจละ รู้ว่ายังไงเค้าก็ไม่มีทางนอกจากเรา

ตอนนี้กันไม่หึงหวงกันแล้ว แต่มารีกลับมาหึงหวงกันแทน ?
มารี : มีบ้าง ตอนนี้ก็เชื่อใจ ถ้าไม่ทำอะไรให้สงสัย