รองโฆษก ตร. แจงกรณีผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติดให้โทษ พยายามฆ่าตัวตายในห้องควบคุม สน.สายไหม อาการปลอดภัยแล้ว ชี้สาเหตุเกิดจากความเครียดที่ญาติจะไม่ยอมทำเรื่องขอประกันตัวให้
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว ผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติดให้โทษ พยายามฆ่าตัวตายในห้องควบคุม ของ สน.สายไหม ว่า ได้รับรายงานจาก สน.สายไหม ว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 01.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ปฎิบัติหน้าที่สิบเวร ตรวจพบผู้ต้องหาในข้อหาความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” พยายามผูกคอตายด้วยเชือกกางเกงขาสั้น แต่ผู้ต้องหาในห้องขังคนอื่นเห็นก่อน จึงได้ช่วยกันแก้เชือกที่ผูกคอออก แต่ผู้ต้องรายดังกล่าว มีอาการชักเกร็ง จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยาม รีบทำการปฐมพยาบาลเบี้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อทำการรักษาอาการต่อไป
รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ต้องหารายดังกล่าวอาการปลอดภัยและได้นำตัวกลับมาที่ สน.สายไหมแล้ว โดยจากการสอบถามสาเหตุที่พยายามฆ่าตัวตายเบื้องต้น ทราบว่าเกิดจากความเครียดที่ญาติจะไม่ยอมทำเรื่องขอประกันตัวให้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม ได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับ กองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการจังหวัด ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี ที่มีห้องควบคุมผู้ต้องหา เข้มงวด กวดขัน การปฏิบัติต่อผู้ต้องหา ผู้ถูกควบคุม โดยเฉพาะในการตรวจค้นตัวก่อนเข้าห้องควบคุม ต้องทำด้วยความละเอียด ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมาย สิ่งของต้องห้าม เช่น วัสดุที่พอจะใช้ผูกคอตายได้ หรือ หากการค้นตัวถ้าผู้ถูกควบคุมเป็นหญิงต้องให้ผู้หญิงค้นแทน แล้วนำเข้าห้องควบคุม โดยแยกชาย หญิง และ เด็ก ตลอดจนสังเกตุพฤติการณ์ผู้ถูกควบคุมอย่างสม่ำเสมอ หรือ หากมีพฤติการณ์ผิดปกติ หรือ พฤติการณ์อันควรสืบสวนสังเกตการณ์ต่อไปประการใด ให้รีบรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบทันที รวมทั้ง การตรวจห้องควบคุมทุกห้อง ไม่ให้ซุกซ่อนอาวุธ สิ่งของผิดกฎหมาย สิ่งของต้องห้าม และ สภาพห้องควบคุมมีมั่งคงแข็งแรงประการใด ซึ่งการควบคุมนั้นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง