พรบ.งบ 63 จบแล้ว แต่ "เสียบบัตรแทนกัน" ยังไม่เริ่ม

2020-02-14 17:30:40

พรบ.งบ 63 จบแล้ว แต่ "เสียบบัตรแทนกัน" ยังไม่เริ่ม

เรียบร้อยโรงเรียนสภาผู้แทนฯและวุฒิสภาไปแล้ว กับการโหวตใหม่ในวาระ 2 และ 3 ของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 63

แม้จะทุลักทุเล โดยเฉพาะในขั้นตอนประชุมสภาผู้แทนฯ อันเป็นผลจากเสียงฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำ ทั้งที่ได้เสียง ส.ส. งูเห่าทั้งชุดเก่าชุดใหม่มาช่วยก็ตาม ทำให้ต้องกลับไปโหวตใหม่อีกรอบ

จากนี้เป็นขั้นตอนนำเสนอทูลเกล้าฯร่างกฎหมายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย -ประกาศในราชกิจจาฯ และบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป อันจะส่งผลให้ บรรดาโครงการลุงทุนทั้งหลายตามนโยบายรัฐบาล และการขับเคลื่อนประเทศจะได้ไม่สะดุด ผู้ได้สัมปทานจะสามารถเบิกเงินงบประมาณจากรัฐได้เสียที

แต่ขณะที่ร่างกฎหมายไปถึงขั้นจะขอเบิกจ่ายงบได้แล้ว แต่ต้นเหตุที่นำไปสู่ปัญหาจนต้องส่งเรื่องไปให้ศาล รธน. วินิจฉัย คือการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กลับยังไม่ได้เริ่มต้น แม้กระทั่งใครจะเป็นคนสอบ ทั้งที่เป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้ ส.ส. มี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากัน จะไปทำแทนหรือทำเพิ่มอีก 1 เสียงไม่ได้


แรกเริ่มเดิมที มีส่งเรื่องเสียบบัตรแทนกันให้เลขาธิการสภาผู้แทนฯ เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งก็ได้คำตอบเบื้องต้นว่าผิดกฎหมายแน่นอน แต่ขั้นตอนที่ต้องไปต่อ คือพิจารณาบทลงโทษจะเป็นอย่างไร เพื่อเป็นบรรทัดฐานไว้ กลับยังหาเจ้าภาพไม่ได้

เลขาธิการสภาฯปฎิเสธที่จะสอบต่อ ทั้งเสนอให้กรรมาธิการกิจการสภา ของสภาผู้แทนฯเป็นฝ่ายสอบแทน หรือไม่ก็ให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาเป็นคนสอบ ซึ่งเหตุผลในเชิงลึก คงไม่อยากสอบหรือไม่อยากมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับ ส.ส. เพราะไม่ใช่เรื่องเป็นคุณ แต่จะเป็นโทษแทน

แต่ข้อเสนอนี้ ถูกปฏิเสธโดย กมธ.กิจการสภา โดยให้เหตุผลเป็นเรื่องการเมือง ขณะเดียวกัน กมธ. ชุดดังกล่าว บทบาทภาระหน้าที่จะเน้นไปที่การดูแลสวัสดิการ ส.ส. เสียมากกว่า ส่วนคณะกรรมการจริยธรรมของสภาก็ยังไม่มีแต่งตั้ง

ครั้น ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ยื่นเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ส่อเค้าจะล่าช้าไม่ทันใจ เพราะต้องรอต่อคิวบรรจุในวาระการประชุมสภาฯ ซึ่งจะปิดสมัยประชุมภายในสิ้นเดือนนี้ จึงไม่มีทางเป็นไปได้ หาดหวังจะทันการพิจารณาในสมัยประชุมนี้

ความล่าช้าเรื่องมาตรการจัดการกับ ส.ส. ที่เสียบบัตรแทนกัน ความจริงไม่ใช่ล่าช้าเฉพาะครั้งนี้เท่านั้น เพราะในอดีต เมื่อครั้งมีเสียบบัตรแทนกัน กรณีร่างกฎหมายให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว. ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จวบจนกระทั่งถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีมาตรการลงโทษสรุปชี้ชัดออกมาแต่อย่างใด ขณะนี้ ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง


ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้านกฎหมายของรัฐบาล ได้กล่าวย้ำชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนฯต้องดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้จนได้ความกระจ่าง เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งย้ำด้วยว่าคนทำผิด(เสียบบัตรแทนกัน)ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ลอยนวล

ทั้งหมดคือเรื่องราวและความเห็นที่ยังวนเวียนอยู่ในอ่าง วนไปวนมา ไม่ก้าวไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ท่ามกลางข่าววงใน มี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในข่ายทำผิดเกือบสิบคน

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการทำผิดของคนตัวเล็กตัวน้อยธรรมดาสามัญชนทั่วไป ซึ่งจะไม่มียืดยาดหรือดึงเรื่องไปยาวๆอย่างนี้

สรุปสั้นๆ พูดมากไม่ดี เจ็บคอครับ



Advertisement





แท็กที่เกี่ยวข้อง