ฝ่ายค้านลั่นไม่ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบใหม่

2020-02-12 17:25:59

ฝ่ายค้านลั่นไม่ร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบใหม่

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่ร่วมประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ชี้เลยกรอบ 105 วันในการพิจารณาหวั่นทำผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่รัฐสภา 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระ 2-3

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ที่ประชุม 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติสำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมารณว่า ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทุกคนจะมาปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่การดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ และในส่วนของการเสียบบัตรแทนกันนั้น ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่สุจริตและส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่อยู่ในที่ประชุมจริงและมีการเสียบบัตรแทนกันจึงถือว่าเป็นการออกเสียงที่ไม่สุจริตดังนั้นเรารอความรับผิดชอบส่วนบุคคลและรัฐบาล ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบสูงสุดคือลาออก เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นักการเมืองต้องมี

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เพื่อให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณเกิดความรวดเร็ว ตามความต้องการของประชาชน เพราะหากฝ่ายค้านร่วมประชุมด้วยในวันที่ 13 ก.พ. เราได้สงวนคำแปรญัตติไว้จำนวนมากจะต้องใช้สิทธิในการอภิปรายใช้เวลานาน 2-3 วัน เรื่องนี้หากย้อนไปที่มูลเหตุของการเกิดปัญหา ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม แต่ฝ่ายค้านก็อยู่ร่วมประชุมด้วย แต่กลับเกิดเหตุการมีคนเสียบบัตรแทนกันทำให้พ.ร.บ.ฉบับนี้สะดุดรัฐบาลทำเสียของเอง ดังนั้นครั้งนี้เราจะให้ความร่วมมือเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่สามารถร่วมประชุมด้วยได้ โดยจะเปิดทางให้รัฐบาลพิจารณางบประมาณ ได้โดยสะดวก อย่างไรก็ตามส.ส.ฝ่ายค้านมีความกังวลว่า เนื่องจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 143 กำหนดให้การพิจารณากฎหมายของสภาฯ และวุฒิสภาฯเสร็จภายใน 105 วัน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดเรื่องนี้ และการพิจารณาในวันที่ 13 ก.พ.จะเกินเวลา ดังนั้นส.ส.จึงกังวลในว่าหากร่วมประชุมในวันที่ 13 ก.พ.จะเป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นการร่วมทำงานตามมารยาทที่พองามพอดีเป็นวิถีทางที่เราทำได้เพียงเท่านี้

ต่อข้อถามว่า การที่ฝ่ายค้านไม่ร่วมในการพิจารณาพ.ร.บ.งบฯ ในวาระ 2-3 จะทำให้การดำเนินการไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้พิจารณาทั้ง 2 วาระใหม่หรือ นายสุทิน กล่าวว่า เราไม่มีความเห็น เอาเป็นว่าเรายกให้รัฐบาลได้ทำโดยสะดวก ซึ่งทางรัฐบาลก็มีนักกฎหมายและวุฒิภาวะพอ ส่วนจะไม่เป็นเหตุให้นำไปร้องศาลรัฐธรรมตามหลังใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เหตุยังไม่เกิดเราจึงยังไม่รู้ ถึงวันนั้นเราจะมาหารือกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร

ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สำหรับคำร้องที่ฝ่ายค้านได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามมาตรา 148 วรรค 3 นั้น มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการตราไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำได้อย่างเดียวคือการวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายนั้นตกไปทั้งฉบับ แต่หากวินิจฉัยว่าชอบก็เดินหน้าต่อ แต่กรณีที่ออกมานั้นจะงงในตัวเอง เพราะท่อนแรกบอกว่า การเสียบบัตรแทนกัน ย่อมมีผลในการออกเสียงลงะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมิร่างพ.ร.บ.งบประมาณไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงตอนท้ายกลับบอกว่าร่างนี้ไม่ตกไปทั้งฉบับ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพการณ์และเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ สรุปแล้วเป็นคำวินิจฉัยที่ผสมผสานกันทุกเรื่อง แถมท้ายด้วยการสั่งให้สภาฯ ลงมติกันใหม่ในวาระ 2-3 ซึ่งตนเห็นว่าเป็นคำวินิจฉัยที่เกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนด และหากปล่อยไว้เช่นนี้วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถสั่งอะไรก็ได้โดยที่ทุกองค์กรต้องปฎิบัติตาม กลายเป็นซุปเปอร์รัฐธรรมนูญ กลายเป็นคนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ


Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง