ร้อนระอุทะลุอันดับ 1 “หมาก ปริญ” โต้เอี่ยวการเมือง ชาวเน็ตเห็นพ้องขนานนามสลิ่ม !

2020-02-12 11:35:39

ร้อนระอุทะลุอันดับ 1 “หมาก ปริญ” โต้เอี่ยวการเมือง ชาวเน็ตเห็นพ้องขนานนามสลิ่ม !

แค่ออกความเห็นก็เป็นปมดราม่า ? “หมาก ปริญ” ชี้แจง หลังโพสต์ข้อความคล้ายเอี่ยวการเมือง ก่อนโดนโซเชียลจวกเละ ทวีตแหลกบอกเป็นสลิ่ม !


กลายเป็นกระแสร้อนแรงติดอันดับในโลกทวิตเตร์ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับแฮชแท็ก #หมากปริญ หลังจากที่พระเอกหนุ่ม “หมาก ปริญ สุภารัตน์” ได้โพสต์ข้อความคล้ายกับเป็นการระบายอะไรสักอย่างลงในไอจีสตอรี่ส่วนตัว 




ซึ่งเนื้อความที่หนุ่มหมากได้เผยออกมานั้นก็ทำเอาชาวโซเชียลจำนวนมากคิดว่าเจ้าตัวกำลังจะสื่อถึงการเมือง แถมยังมีหลายคนที่เห็นพ้องต้องกันว่า “หมาก ปริญ” นั้น คล้ายกับเห็นชอบและอยู่ฝั่งรัฐบาลจนถูกขนานนามให้เป็นสลิ่ม และกลายเป็นกระแสยอดฮิตทะยานติดเทรนทวิตเตอร์ไปในที่สุด


Advertisement





ในเวลาต่อมาหลังจากที่เจ้าตัวได้เผยไอจีสตอรี่ดังกล่าวออกไปแล้วนั้น อินสตาแกรมส่วนตัวของหนุ่มหมากก็ได้เผยภาพถ่ายของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับระบุแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า…  “We blame society, but we are society (เราโทษสังคม แต่เราคือสังคม)” 

จากโพสต์นี้ก็เห็นว่ามีเพื่อนดาราอย่างนางเอกสาว “ญาญ่า อุรัสยา” เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า… “เฉียบมากค่ะ” และหนุ่ม “เป้ อารักษ์” ที่บอกว่า “Yes man” ใต้โพสต์ของหนุ่มหมากด้วย



Advertisement



ซึ่งจากโพสต์นี้ก็คล้ายว่าเป็นเหตุให้ชนวนดราม่ามาเพิ่มขึ้นมาอีก จนแฮชแท็ก #หมากปริญ ยังคงครองตำแหน่งในทวิตเตอร์มาจนถึงขณะนี้

และล่าสุด (12 ก.พ.2563) ปมร้อนกระฉ่อนโซเชียลนี้ก็ทำเอาเจ้าตัวต้องรีบออกมาชี้แจงแถลงไขอย่างเร็วไว โดยงานนี้หนุ่มหมาก ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางไอจีสตอรี่บอกว่า…  




“ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น โปรดใช้วิจารณญาณครับ แค่การออกความเห็นทางใดทางหนึ่งเกี่ยวกับโซเชียลปัจจุบัน การออกความคิดเห็นสามารถตีได้หลายทาง หลายความหมาย แล้วแต่การรับรู้ของแต่ละท่าน และไม่ได้มีเจตนาสื่อถึงการเมืองอย่างสิ้นเชิง เพราะตัวผมเองทราบดีว่าไม่ควร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดความไม่พอใจ หรือทำให้เข้าใจผิดกัน ผมขออภัย มา ณ ที่นี้ ครับ ด้วยความเคารพ”

แน่นอนว่าแม้เจ้าตัจะออกมาชี้แจงแล้วว่าสิ่งที่สื่อออกมา ไม่ได้มีเจตนาที่จะพาดพิงถึงการเมืองแต่อย่างใด แต่ในโซเชียลก็ยังคงร้อนระอุรุมวิจารณ์การกระทำของ “หมาก ปริญ” กันอย่างคับคั่ง



Advertisement



ขอบคุณรูปจากอินสตาแกรม : @mark_prin