"ปิยบุตร"ขอศาล รธน.เปิดไต่สวนคดีกู้เงินอนาคตใหม่

2020-02-11 18:55:32

"ปิยบุตร"ขอศาล รธน.เปิดไต่สวนคดีกู้เงินอนาคตใหม่

"ปิยบุตร"เผยพรรคอนาคตใหม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ขอเปิดไต่สวนคดีกู้เงิน "ธนาธร" หวังศาลเรียกพยานบุคคล 13 ปากชี้แจง

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงกรณีความคืบหน้าล่าสุดในคดีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีความเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีการไค่สวนพยานบุคคลในคดีนี้ และให้พรรคอนาคตใหม่จัดทำคำชี้แจงเป็นหนังสือของพยานทั้ง 17 คนส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12  ก.พ. และให้มีอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 21 ก.พ. เวลา 15.00 น. นั้น ทางพรรคอนาคตใหม่ได้แถลงข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เราไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ และวันนี้เราได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้มีการไต่สวนและเปิดกระบวนพิจารณา เพราะเหตุผลสำคัญ คือ พยานบุคคลที่ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นบัญชีรายชื่อไปทั้ง 17 ราย มี 4 รายที่เป็นพยานนำ และ 13 รายเป็นพยานหมาย ซึ่งในกฎหมายวิธีพิจารณาความ พยานนำหมายถึงพยานที่คู่ความเป็นคนระบุและคู่ความมีความสามารถที่จะเชิญบุคคลนั้นไปเป็นพยานได้ด้วยตนเอง ส่วนพยานหมาย คือพยานบุคคลที่คู่ความระบุชื่อไปแต่ไม่สามารถเชิญได้ด้วยตนเอง ต้องขออำนาจให้ศาลมีหมายเรียกพยานบุคคลไปชี้แจงในศาล


นายปิยบุตร กล่าวว่า พยานนำของเราประกอบไปด้วยหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, ตน, เหรัญญิกพรรค, และฝ่ายกฎหมายของพรรค แต่อีก 13 รายที่เป็นพยานหมาย มี 1 ท่านเป็นอดีตคณะกรรมการ กกต., มี 2 ท่านเป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านการบัญชี, ส่วนอีก 10 ท่านที่เหลือ เป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต.ทั้งหมด ซึ่งได้มีส่วนเข้าไปร่วมพิจารณาในชั้นกรรมการไต่สวน และมีความเห็นว่าคดีเรื่องนี้ไม่มีมูล พรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิด และมีความเห็นให้ยกคำร้อง อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญทำหนังสือมาถึงพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 6 ก.พ.นั้น มีความเข้าใจผิดพลาดเล็กน้อย โดยระบุว่า ให้พรรคอนาคตใหม่ส่งบันทึกถ้อยความของพยานทั้ง 17 คนนี้ “ซึ่งเป็นพยานนำ” แต่ในความเป็นจริงพยานทั้ง 17 คน เป็นพยานหมายถึง 13 คน จึงกลายเป็นภาระที่พรรคอนาคตใหม่จะต้องไปหาบันทึกถ้อยคำการให้การของทั้ง 17 คนนี้มาด้วยตนเอง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

"เรื่องที่ 1. พรรคอนาคตใหม่ไม่มีอำนาจที่จะไปบอกให้เจ้าหน้าที่ กกต.ที่เราระบุเป็นพยานมาบันทึกถ้อยคำให้ เป็นไปได้อย่างเดียวคือต้องขออำนาจศาลให้ศาลเรียกให้ เรื่องที่ 2. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์เราได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 เป็นวันทำการ แต่ก็มาหยุดราชการอีกสามวันระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์เราเปิดทำงานกันใหม่ แต่วันที่ 12 ก็หมดเวลาแล้ว คิดดูว่าเวลา 6 วัน พรรคอนาคตใหม่จะสามารถไปหาบันทึกถ้อยคำของพยานทั้ง 17 รายได้อย่างไร ดังนั้นการที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้เราส่งถ้อยคำของทั้ง 17 รายเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 6 วัน ที่หักวันหยุดราชการไปแล้ว 3 วัน เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เราจึงขอคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ไป” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต.จำเป็นจะต้องมีกระบวนพิจารณาอย่างถูกต้องเป็นธรรม เปิดโอกาสให้คู่กรณีได้ชี้แจงแสดงหลักฐานอย่างเต็มที่ตามหลักการพื้นฐานของกระบวนพิจารณา แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยได้รับโอกาสเหล่านั้น ซึ่งคดีนี้มีอยู่สองฐานความผิด คือความผิดตามมาตรา 66 เรื่องบริจาคเกิน กับความผิดตามมาตรา 72 เรื่องรับเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในฐานความผิดตามมาตรา 66 นั้น หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ และตนเอง เคยได้รับคำเชิญจาก กกต.ให้ไปชี้แจงในฐานะพยานเท่านั้น ไม่เคยมีการเปิดไต่สวนเลย ไม่เคยถูกตั้งข้อหา และในท้ายที่สุดมีคณะอนุกรรมการถึงสองคณะยกคำร้องนี้แล้ว แต่ กกต.ก็ยังไม่จบเรื่องยังเดินหน้าต่อ ส่วนในฐานความผิดตามมาตรา 72 นั้น กกต.เพิ่งมาคิดเรื่องนี้ออกเมื่อต้นเดือนธันวาคม และมีมติเสนอคำร้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคในวันที่ 11 ธันวาคม โดยที่พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยได้รับโอกาสในการชี้แจงเรื่องเหล่านี้ในชั้น กกต.เลย

“ดังนั้น พอเรื่องมาถึงศาลรัฐธรรมนูญเราก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม จะได้มีโอกาสเปิดกระบวนพิจารณาไต่สวน ได้สู้คดีกันอีกครั้ง ถ้าจำกันได้ กกต.ก็มักจะพูดบ่อยครั้งว่าเรื่องนี้ให้ไปว่ากันต่อไปศาล แต่พอเรื่องมาถึงศาลเรากลับไม่ได้รับโอกาส เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราจึงขอคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญไป ไม่เห็นด้วยกับการไม่อนุญาตให้มีการไต่สวนและเร่งให้เราส่งบันทึกถ้อยคำพยาน 17 รายภายในเวลา 6 วัน” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า มีการวิเคราะห์วิจารณ์จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ว่าทำไมศาลรัฐธรรมนูญต้องตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ หรือวันนี้ วุฒิสภาจะมีการประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบรายชื่อ 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ การพิจารณาของวุฒิสภาจะต่อเวลาไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะที่ผ่านมาขยายไป 4 รอบ ใช้เวลาไป 5 เดือนแล้ว ซึ่งนานผิดปกติจนถูกวิจารณ์ว่า ต่อเวลาทิ้งทวนให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ และยังวิเคราะห์ต่อไปว่า ถ้าเป็นไปตามนี้ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ วุฒิสภาก็เห็นชอบรายชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่อย่างน้อย 3 จาก 5 รายชื่อ จนต่อมามีสัญญาณชัดเจนว่ามีการนำรายชื่อเหล่านั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ก็จะทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนที่จะต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่สามารถนัดประชุมเพื่อลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในคดีต่างๆได้อีกต่อไป เพราะถือว่ารายชื่อ 5 คนใหม่เข้าสู่ขั้นตอนรอการโปรดเกล้าฯแล้ว จุดนี้คือคำเฉลยที่ว่าเหตุใดศาลรัฐธรรมนูญต้องนัดตัดสินคดียุบพรรคอนาคตให่ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์์นี้ เพราะถ้าช้าไปกว่านี้อาจจะเข้าสู่ช่วงทูลเกล้าฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ไปแล้ว จะตัดสินคดีอะไรไม่ได้

"ก่อนหน้านี้เคยมีการวิเคราะห์กันว่าการตัดสินคดีในวันที่ 21 ก.พ.ก็เพื่อสกัดไม่ให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ต่อมามีการวิเคราะห์อีกว่าที่ต้องตัดสินวันที่ 21 ก.พ.ก็เพราะมาพัวพันกับการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ท่านคนใหม่อาจจะเข้าไปแทนรายชื่อเดิม ดังนั้น หากเป็นไปตามที่ผู้สื่อข่าวได้วิเคราะห์ ก็เป็นไปได้ว่า 5 ท่านที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งจะตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่เป็นคดีสุดท้ายก่อนพ้นจากตำแหน่งหรือไม่" นายปิยบุตร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ควรจะรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนใหม่ก่อนหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า จะ 5 คนใหม่หรือ 5 คนเก่าไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะข้อกฎหมายนั้นพิสูจน์กันได้ชัดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสังคมกำลังตั้งคำถามว่า 5 คนใหม่ทำไมถึงเข้ามาช้าเหลือเกิน ใช้เวลาถึง 5 เดือน เลื่อนมาถึง 4 ครั้ง ในท้ายที่สุดพอมีการเลือกกันวันนี้ นั่นย่อมหมายถึงว่าไม่เกินสิ้นเดือนก็คงจะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนใหม่เข้ามาแทนที่ แต่สำหรับเราแล้ว ไม่ว่าจะ 5 คนใหม่หรือ 5 คนเก่า เรามั่นใจในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการสู้คดีครั้งนี้ ซึ่ง

"เรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงระบบ ไม่ใช่เรื่องเชิงตัวบุคคล จะ 5 คนเก่าหรือ 5 คนใหม่ ก็ไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อการวินิจฉัยหรือไม่อย่างไร เราไม่สามารถรู้ใจทั้ง 5 คนเก่าและ 5 คนใหม่ได้และก็เชื่อมั่นในความเป็นกลางและความเป็นอิสระของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่บริบทแวดล้อมตั้งคำถามให้ชวนสงสัยว่าทำไม 5 คนใหม่ถึงใช้เวลาเลือกนานขนาดนี้ ถ้าเราไปดูบันทึกการประชุม ไม่มีองค์กรอิสระอื่นที่ ส.ว.ใช้เวลาในการพิจารณานานถึง 5 เดือน เลื่อนกันถึง 4 ครั้ง นี่คือบริบทแวดล้อมที่ทำให้สังคมตั้งคำถาม แต่โดยตัวของเรา ไม่ว่าจะ 5 คนเก่าหรือ 5 คนใหม่เราก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ของเรา" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า เรามีโอกาสหาบันทึกถ้อยคำของพยานส่งไปแค่ 3 วันทำการซึ่งน้อยมาก ถ้าศาลพิจารณาไม่ให้ก็จบ ไม่มีโอกาสในการสู้อีกแล้ว บันทึกถ้อยคำของพยานเราไม่มีทางหาได้ทัน หลายส่วนก็อยู่ในมือของ กกต. ซึ่งมีแต่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่มีอำนาจจะเรียกเอกสารพยานหลักฐานออกมาได้ ของเราเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เวลากระชั้นมาก เลยอยากขอเปิดไต่สวนกันในศาลด้วย ทั้งฝ่าย กกต.และฝ่ายเราจะได้มีโอกาสซักถามด้วยกันทั้งคู่