กราดยิงโหดที่โคราช บทเรียนรับมือคนคลั่ง 4.0

2020-02-09 11:55:20

กราดยิงโหดที่โคราช  บทเรียนรับมือคนคลั่ง 4.0

ไม่มีใครคาดคิด จะเกิดเหตุการณ์สุดหฤโหดอย่างนี้ขึ้น ไม่เพียงบุกสังหารนายทหารผู้บังคับบัญชาและคนในครอบครัว แล้วต่อด้วยบุกปล้นคลังแสงชิงอาวุธสงครามในค่ายเท่านั้น

ยังชิงรถฮัมวี่ทหารขับหลบหนี ระหว่างทางกราดยิงผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก่อนจะบุกยึดห้างกลางใจเมือง เป็นฐานปฏิบัติการสมรภูมิเลือด สลับการไลฟ์สดตามไลฟ์สไตล์คนยุคสมัย 4.0

จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา คือทหารคลั่งคนนั้น เขาเป็นทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ หนึ่งในค่ายทหารเมืองโคราช บางกระแสก็ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักกีฬายิงปืนของกองทัพภาค 2 และมีความเชี่ยวชาญแม่นยำในการใช้อาวุธปืน

Advertisement




เห็นได้ชัดจากการคลิปฝึกซ้อมการยิงปืนที่แม่นเป้ามาก เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริง เขายิงสังหารเหยื่อในจุดตายแทบทั้งสิ้น แม้แต่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษก็โดน "ไอ้คลั่ง" ยิงเจาะหัวเสียชีวิต

แต่คนเก่ง มีฝีมือ เมื่อนำความสามารถของตัวเองไปใช้ในทางที่ผิด แล้วจะมีประโยชน์อะไร ใครๆ ก็ก่นด่าสาบแช่งให้ตายตกตามกันไป

Advertisement




แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยี่หระ ไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนๆ ผ่านเฟซบุ๊กที่ให้หยุดการกระทำสุดห่ามและมอบตัวเสีย หรือไม่ ก็อาจล่วงรู้จุดจบของพฤติการณ์ที่เขาทำดีว่าจะปลายทางจะเป็นอย่างไร

ความอเนจอนาถที่เกิดขึ้นซ้ำเหตุการณ์ปล้นชิงทองที่ลพบุรีคือความตายของผู้บริสุทธิ์อันเกิดจากความคะนองมือ แต่ที่เพิ่มขึ้นและมากกว่า คือจำนวนคนตายถึง 30 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 58 ราย ด้วยน้ำมือของทหาร ที่ความจริงควรต้องปกป้องประทศชาติและประชาชน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์สุดระทึกและสั่นผวาโสตประสาท โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีมุมสะท้อนเรื่องราวและบทเรียนมากมายที่ควรต้องสรุป ศึกษา ป้องปราม และรับมือ ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแต่น่าเป็นห่วง

Advertisement



ประการแรก คือการใช้สื่อโซเชียลในสถานการณ์คับขัน คาบลูกคาบดอก ไม่ว่าจะเป็นการอยากมีส่วนร่วมโดยการไลฟ์สดของคนที่ไม่มีหน้าที่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย ไม่นับรวมการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่คล่องตัว ต้องคอยพะวงเตือนอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

บางรายถ่ายคลิปหรือไลฟ์สดภาพผู้เสียชีวิต และเหยื่อ เท่ากับละเมิดไม่เคารพสิทธิของคนอื่น ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียลเป็นการละเมิดซ้ำ

ประการถัดมาซึ่งสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่มาก คือแผนรับมือเผชิญเหตุในสถานที่ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์สรรพสินค้า ที่มีทั้งพื้นที่แนวนอนและแนวตั้ง นอกจากจะเป็นที่แออัดยัดเยียดของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งผู้ก่อเหตุสามารถเลือกหรือจับตัวประกันไว้ต่อรองหรือเป็นโล่มนุษย์แล้ว ยังมีพื้นที่หลบซ่อน กำบัง และควบคุมตัวประกันในพื้นที่ปิด อย่างกรณีเทอร์มินัล 21 ที่โคราช

นอกจากนี้ ควรต้องมีการทดสอบสิ่งที่พึงปฏิบัติเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขึ้น ทั้งเจ้าหน้าที่ของห้าง รปภ. พนักงานของผู้ที่เช่าพื้นที่ ควรต้องทำอย่างไร จะดูแลให้คำ แนะนำแก่ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการอย่างไร เพราะที่ผ่านมา อาจมีเพียงการฝึกเวิร์คช็อป กรณีไฟไหม้เท่านั้น

Advertisement




ซึ่งต่างจากการก่อเหตุรุนแรงโดยคนร้าย หรือการก่อวินาศกรรม ซึ่งจะโกลาหลไร้รูปแบบ การหลบซ่อนและไลฟ์สดขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งตำแหน่งของตัวเองอย่างที่เกิดขึ้นจากกรณีนี้ คือสิ่งที่อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

เรื่องความชัดเจนของเหตุการณ์ก็ดี จำนวนผู้สูญเสียก็ดี และข้อมูลความจริงที่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับแจ้งหรือแถลงผ่านสื่อมวลชน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็น ป้องกันเฟคนิวส์ หรือข่าวลวง หรือข่าวที่ยังไม่ได้กลั่นกรองว่าจริงหรือไม่ และยังจะเป็นการป้องปรามเรื่องการละเมิดสิทธิของคนอื่นในที

อีกเรื่องที่ควรต้องกระจ่างชัด คือมูลเหตุหรือแรงจูงใจให้ ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ ทั้งที่ในวงการสีเขียว ทหารชั้นผู้น้อยโดยเฉพาะระดับชั้นประทวน จะไม่กล้าหืออืออะไรกับผู้บังคับบัญชา และเป็นที่รับรู้กันดีถึงบทลงโทษที่ "ชวนหลาบจำ" ว่าเป็นอย่างไร

จึงเป็นไม่ได้ ที่ผู้ก่อเหตุจะไม่ทราบเรื่องนี้ เท่ากับเขาเตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้า และต้องไปจนสุดทาง เห็นได้โดยแสดงออกผ่านการโพสต์ข้อความหลายครั้งก่อนก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็น "ความตาย ไม่มีใครหนีพ้น" หรือ "ขอปะทะเดือด แล้วโดนยิงตาย ดีกว่าป่วยตาย"

Advertisement




การเปิดประเด็นถูกเบี้ยวค่านายหน้าซื้อขายที่ดิน จึงเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่น่าจะขยายผลเพิ่มเติม เพราะอย่างน้อยเป็นสิ่งที่เขาพึงจะได้รับ และเงินหลักหมื่นสำหรับทหารชั้นประทวนอาจมีค่ามากมายมหาศาล เกินว่าคนระดับยศสัญญาบัตรหรือคนมีฐานะ จะเข้าใจได้

แต่ไม่ว่าอย่างไร ฟันธงได้เลยว่าไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดแล้ว ต้องกระจ่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

รวมทั้งเหยื่อผู้บริสุทธิ์ทุกคน