เก้าอึ้รัฐมนตรีข้า ใครอย่าแตะ!

2020-02-07 17:41:08

เก้าอึ้รัฐมนตรีข้า  ใครอย่าแตะ!

ครั้งแรกในรอบ 6 ปีสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลผ่านกลไกระบอบรัฐสภา 24-26 กุมภาพันธุ์นี้  จึงบังเกิดความคึกคักอย่างออกหน้าออกตา ทั้งจากฝั่งฝ่ายค้าน และฝั่งรัฐบาล ต่างโหมกระพือข่าวไม่เว้นแต่ละวัน 


ขณะที่ในโลกออนไลน์ก็สอดรับ โดยเฉพาะฝ่ายไม่เอารัฐบาล ไม่เพียงคนรุ่นใหม่ๆที่ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าๆเท่านั้น ยังรวมถึงคนกลางเก่ากลางใหม่ และส.ว.สูงวัยอีกไม่น้อย ที่ดูจะติดเครื่องรอหลายครั้งหลายหน ที่เห็นได้ชัด คือกิจกรรมของพรรคอนาคตใหม่ และ 2 คู่หู ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล ที่สมบท"หัวหมู่ทลวงฟัน"ทั้งนอกและในสภา

ฝ่ายค้านครั้งนี้ ดูจะพยายามแสดงความพร้อมมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคหมายมั่นปั้นมือจะล้างตาลบข้อครหา"ขนมจีนไร้น้ำยา"ให้ได้ ถึงขั้นดึง"เฮียเหลิม"เฉลิม อยู่บำรุง มาติวเข้มลูกพรรค จัดติวเข้มวิธีและลีลาการซักฟอกรัฐบาลหวังให้อยู่หมัด

Advertisement



ขณะที่พรรคร่วมอื่นๆก็ไม่น้อยหน้า หาข้อมูลพร้อมจับรัฐมนตรีขึ้นเขียงเตรียมเชือดรวมถึง 9 คน ก่อนจะตัดทอนลงมาเหลือ 6 คน แต่กลับไม่มี ครม.เศรษฐกิจเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ฝ่ายค้านซัดรัฐบาล"บิ๊กตู่"มาตั้งแต่เป็นรัฐบาลคสช. คือล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ แต่พอได้โอกาสซักฟอกกลับตัดทิ้งเรียบ

แต่ที่ดูตื่นเต้นกว่ากลับเป็นฝ่ายรัฐบาล เพราะครั้งนี้ดูจะแข่งขันแย่งกันขยับเตรียมพร้อม ทั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเดิมๆมาตั้งแต่เลือกประธานรองประธานสภา และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนจะขยายผลให้ดูตื่นเต้นมากขึ้น เมื่อแยกเป็น 3 ทีมพร้อมตั้งชื่อใหม่ให้เป็นข่าวได้อีก คือ อ.ส.ว.และยังมีทีมองครักษ์จากพรรคร่วมอย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยมาร่วมเสริมความแกร่ง

Advertisement



ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเข้าค่ายเก็บตัวเหมือนลูกเสือที่พัทยา นำรัฐมนตรีทุกคนที่จะโดนซักฟอกยกเว้น"บิ๊กตู่"ไปติวเข้มและเก็งข้อสอบอีกต่างหาก ยังไม่นับเลี้ยงโต๊ะจีนอาหารกลางวันในโรงแรมระดับ 5 ดาว ระดมพล ทั้งแกนนำในกลุ่มสามมิตรตัวจริงเสียงจริง ซึ่งรวมทั้งรองฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และเครือข่ายในกลุ่ม 4 กุมารทอง เสมือนแสดงให้เห็นถึงการเป็นพันธมิตรที่แนบแน่น ไม่มีแยกเขาแยกเรา

หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อรายชื่อรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก ปรากฎมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า พุ่งเป้าทะลวง 3 ป.และรัฐมนตรีสายคสช. โดยเป็นผลงานการจับมืออย่างมีเลศนัยของนักการเมืองกลุ่มอาชีพเลือกตั้งในรัฐบาล กับกลุ่มการเมืองอาชีพจากฝ่ายค้าน

การออกมาแสดงพลังของกลุ่มก๊วนต่างๆ ในฝ่ายรัฐบาล จึงปรากฎออกมาให้เห็นโดยพลันและต่อเนื่อง สะท้อนจุดยืนไม่ได้ทอดทิ้งหรือปล่อยให้ 3 ป. ต้องโดดเดี่ยวอย่างที่ถูกปั่นเป็นกระแส ความจริงการเตรียมรับมือของรัฐมนตรีที่ถูกจองกฐิน แต่ไหนแต่ไรมา ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ต้องเก็งประเด็นของฝ่ายค้าน รวมทั้งซักซ้อมการลุกขึ้นตอบหรือชี้แจงข้อกล่าวหา รัฐมนตรีบางคนที่เป็นหน้าใหม่หรือจะโดนหนัก ต้องฝึกซ้อมเป็นเดือนก็มี แต่มักไม่เป็นข่าวกระโตกกระตากออกมาภายนอกเหมือนครั้งนี้

นัยความแตกต่างจึงเป็นเพียงการส่งเสียงให้ดังไปถึงผู้มีอำนาจตัวจริงในรัฐบาล ที่มักต้องทำอะไรบางอย่าง หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเสมอๆ โดยเฉพาะการปรับครม. ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีเก้าอี้นั่งในครม.มักหวาดผวา กลัวจะหลุดกระเด็นจากเก้าอี้ ถึงขั้นเผลอกอดรัดฟัดเหวี่ยงนัวเนียด้วยความหึงหวงก็มีบ่อยไป 


ต้องไม่ลืมว่าปรับครมแต่ละที ไม่ใช่มีแต่ครม.เดิมเท่านั้น ที่อาจได้เล่นเก้าอี้ดนตรี แต่ยังรวมถึงคนที่ถึงคิวต่างจ้องตาเป็นมัน และคาดหวังฝันจะเป็นจริงเสียทีหากมีการปรับ ครม.ใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการแสดงออกอย่างพร้อมเพรียง เพื่อหวังกระตุ้นเตือนให้คนมีอำนาจ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และผลงานที่พร้อมปกป้องเสมอ ด้วยจำนวนส.ส.ในสังกัดที่มีอยู่พร้อมหน้า และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะ 3 ป.

Advertisement



สรุปง่ายๆ เก้าอี้รัฐมนตรีข้า ใครอย่าแตะ