อัยการคุ้มครองสิทธิ จ.เลยไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบสำเร็จ 33 ราย

2020-02-05 21:45:27

อัยการคุ้มครองสิทธิ จ.เลยไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบสำเร็จ 33 ราย

อัยการคุ้มครองสิทธิ จ.เลยเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบสำเร็จ 33 ราย รวมมูลค่า 1,650,000 บาท 

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายประยุทธ์ แก้วยอด อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลย นายเจษฎางค์ภูมิ พรหมโชติชัย อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลย น.ส.ปิยะนุช ไชยภา รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลย ได้รับเรื่องขอรับความช่วยเหลือจากนางชุตินันท์ หอมสมบัติ และพวกรวม 33 ราย เพื่อขอไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาหนี้นอกระบบ ที่นางชุตินันท์ และพวกรวม 33 ราย ได้ขอกู้ยืมเงินนอกระบบกับนายทุน จำนวน 2 ราย ซึ่งปล่อยกู้โดยมีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา



สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลย จึงได้ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ โดยผลการตกลงนั้น เจ้าหนี้ไม่คิดดอกเบี้ยแก่ลูกหนี้อีกต่อไป และขอรับเฉพาะเงินต้นจำนวน 50,000 บาท เท่านั้น สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลย จึงได้จัดทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยมีข้อตกลงให้เจ้าหนี้ยุติการคิดดอกเบี้ย และยอมรับชำระหนี้เฉพาะแต่เงินต้นเท่านั้น โดยลูกหนี้จะนำสัญญาประนีประนอมยอมความไปขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประเภทผ่อนปรนเงื่อนไข และนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เพียงครั้งเดียว

Advertisement



ในวันที่ 3 ก.พ. 2563 ได้ไกล่เกลี่ยรวม 15 สำนวน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ จำนวน 750,000 บาท และวันที่ 5 ก.พ. 2563 รวม 18 สำนวน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ จำนวน 900,000 บาท รวมเป็นระยะเวลา 2 วัน สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่รวม 33 ราย และรวมเงินทั้งสิ้น 1,650,000 บาท และ รวมดอกเบี้ยที่ประชาชน ไม่ต้องรับภาระอีกต่อไป รวมประมาณ 165,000 บาท ต่อเดือน ทั้งนี้เจ้าหนี้และลูกหนี้รู้สึกประทับใจกับผลของการประนีประนอมยอมความอย่างยิ่ง เมื่อนับถึงเดือน ก.พ. 2563 สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเลยได้แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ (ไกล่เกลี่ยสำเร็จ) รวม 86 สำนวนแล้ว ภายในเวลา 1 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,320,000 บาท โดยสามารถผ่อนผันการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย เป็นเงินประมาณ 500,000 บาท และ ผ่อนผันการชำระดอกเบี้ย ทั้งที่เกินอัตราและไม่เกินอัตรา ทั้งหมด

แท็กที่เกี่ยวข้อง