2 หนุ่มไทยกลับจากอู่ฮั่นขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง

2020-02-05 18:00:38

2 หนุ่มไทยกลับจากอู่ฮั่นขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง

นักศึกษาปริญญาโทขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือตั้งแต่จีนมาไทย ขณะที่หนุ่มไทยอีกคนระบุกว่าจะออกจากที่พักเดินทางมาสนามบินเทียนเหอขึ้นเครื่องบินกลับไทยไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายศิริชัย ชัยมั่นคง หรือ ไอซ์ อายุ 27 ปี ชาวราชบุรี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัย Huazhong Agricultural University คณะ Plant science, Wuhan, Hubei ซึ่งอาศัยอยู่ที่อู่ฮั่นและได้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยเที่ยวบินพิเศษที่ไปรับเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Sirichai Chaimunkong”ระบุว่า อยู่ไทยแล้ววันนี้เป็นที่แน่นอน ขอบคุณทุกทุกคนที่เป็นห่วงครับ ณ ตอนนี้ พวกเรากำลังอยู่ในกระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวัง และตรวจสอบโรค ซึ่งจะใช้เวลาทั้งกระบวนการทั้งหมด 14 วัน ในส่วนของการดูแลและรับรองพวกเราที่เดินทางกลับมานั้น พี่ๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลเราเป็นอย่างดี ขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สถานทูตไทยในปักกิ่ง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค สายการบินแอร์เอเชีย อาจารย์หวัง ที่ให้ความช่วยเหลือตั้งแต่จีนมาไทย ขอบคุณมากๆ ครับ ทั้งนี้ในการสื่อสารและการติดต่อในช่องทางต่างๆ อาจจะลำบากนิดหน่อย ต้องขอโทษไว้ ณ ที่นี้ เพราะตอนนี้หลายๆ คน ยังไม่สะดวกนะครับ

ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร” ซึ่งเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 ก.พ. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ถึงแล้วนะทุกคน เมื่อคืนถึงดึกเลยไม่ได้ติดต่อใคร นี่เอาโน้ตบุ๊คต่อ Wifi Free ขอบคุณที่เป็นห่วงกันนะ”

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร” ระบุด้วยว่า Day 0 - 1 วันก่อนเดินทางสู่ประเทศไทย โพสต์นี้เป็นรายงานสถานการณ์ตามมุมมองของผมเอง ในวันที่ 3 ก.พ. 62 เราได้รับการแจ้งเตือนในกลุ่มเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 4 ก.พ.62 โดยมีการแจ้งเตือนในเรื่องการเดินทางและนัดพบอย่างละเอียด กล่าวโดยคร่าวๆคือทุกคนจะต้องเดินทางไปพบกันที่สนามบินเทียนเหอในวันที่ 4 ก.พ. 62 เวลา 09.30 น. และสัมภาระที่ติดตัวไปได้ไม่เกินคนละ 7 กิโลกรัม เพราะจะไม่มีการโหลดไว้ใต้เครื่อง เรื่องการเดินทางไปสนามบินนั้น แต่ละคนจะมีวิธีการเดินทางที่แตกต่างกันไป บางคนมีญาติไปส่ง บางคนเช่ารถไปเอง และบางคนอาสาไปรับคนอื่นๆที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน ส่วนผมนั้นมหาวิทยาลัยมีรถไปส่งที่สนามบินจึงไม่มีปัญหาการเดินทาง แต่เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางเข้าเมืองอู่ฮั่นนั้นยากมากเนื่องจากเมืองถูกปิดและมีการตั้งด่านเพื่อไม่ให้ผ่านทาง ดังนั้นรถที่จะผ่านที่ระบุเลขทะเบียน ชื่อผู้ขับ ซึ่งแน่นอนเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับคนที่ต้องเดินทางจากเมืองอื่นในมณฑลหูเป่ยเพื่อไปสนามบินที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น เพราะการผ่านด่านนั้นต้องมีเอกสารรับรองจากมณฑลหูเป่ย (มณฑลหูเป่ยใหญ่พอ ๆหรือใหญ่กว่ากับภาคอีสานของไทย ผมประมาณคร่าวๆตามความรู้สึกผมนะ) แต่ปัญหาในด้านเอกสารและการผ่านทางเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตได้ช่วยกันแก้ไขจนราบรื่นไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตอีกครั้ง

กลับมาที่สถานการณ์ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 3 หลายคนก็แจ้งปัญหาและอุปสรรคเข้ามาในกลุ่ม เช่น เจ้าหน้าที่ไม่ให้ผ่านทางบ้าง ทางหมอกลงจัดบ้าง ยังหารถไม่ได้บ้าง ต่างคนต่างช่วยกันหาทางออก และก็ผ่านอุปสรรคกันไปได้ด้วยดี ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่พบเห็นคือ มีกลุ่ม survivor กลุ่มแรกได้ถึงสนามบินแล้วในเวลา 19.30 น. ความไวเป็นของปีศาจจริงๆ 555 ส่วนผมเข้านอนเพื่อเอาแรงตอน 5 ทุ่มและตั้งปลุกในเวลาตี 5 เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาสุขภาพในเวลาเดินทาง มีกฎ 1 ข้อจากทางการจีนคือถ้าอุณภูมิร่างกายเกิน 37.5 องศาจะถูกปฏิเสธการออกนอกประเทศจีน ต้องถูกกักกันในประเทศจีน 14 วันแทน

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Sirichai Chaimunkong,ณัฐวุฒิ เอี่ยมเนตร

แท็กที่เกี่ยวข้อง