"แม่น้ำมูล" แล้งวิกฤติ! ผู้เลี้ยงปลากระชังขาดทุนยับ

2020-02-04 17:55:46

"แม่น้ำมูล" แล้งวิกฤติ! ผู้เลี้ยงปลากระชังขาดทุนยับ

แม่น้ำมูลแล้งวิกฤติหนักสุด..ในรอบ 50 ปี ..ทำให้ผู้เลี้ยงปลาในกระชังขาดทุนยับนับล้าน ในขณะที่ยังมีการสูบน้ำทำนาปรัง วอนรัฐจัดสร้างเขื่อนยางกั้นน้ำไว้ใช้

วันที่ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งมีระดับปริมาณน้ำลดน้อยลง อย่างเช่น ที่ลำน้ำมูลซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคในหลายอำเภอ เริ่มจากที่ อ.ชุมพลบุรี ผ่านมาที่ อ.ท่าตูม และอำเภอรัตนบุรี ซึ่งในขณะนี้มีปริมาณน้ำที่ลดน้อยลงเป็นอย่างมาก ทำให้ปีนี้เกิดภัยแล้งวิกฤติที่สุด ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำมูลบอกว่า ไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อนในรอบ 50 ปี ทำให้หลายอาชีพต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก อย่างเช่น ผู้เลี้ยงปลากระชัง ที่ ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ต้องหยุดเลี้ยงปลา บางรายต้องรีบขายก่อนที่ปลาจะตายเพราะไม่มีน้ำ จนขาดทุนไปหลายรายนับล้านบาท

ล่าสุดผู้สื่อข่าวก็ได้ออกเดินทางตระเวนดูสถานการณ์น้ำตามลำน้ำมูล โดยได้พบกับ นายปิ่นแก้ว จันทรา อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงปลากระชังในลำน้ำมูลรายหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า ตนมีกระชังปลาทั้งหมด 100 กระชัง เลี้ยงปลากระชังในล้ำน้ำมูลมากว่า 10 ปีแล้ว วันนี้ต้องรีบมาเอาปลาขึ้นจากกระชังให้หมดก่อนที่ปลาจะตาย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมูลเริ่มมีระดับต่ำลงอย่างรวดเร็ว เพราะปีนี้ฝนตกน้อยมาก ทำให้น้ำในแม่น้ำมูลมีน้อยกว่าทุกปี อีกทั้งยังมีเขื่อนยางที่กั้นน้ำมูลไว้ที่ต้นน้ำด้วย เลยทำให้ไม่มีน้ำไหลลงมา ซึ่งหากเป็นอยู่อย่างนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าต่อไปจะเลี้ยงปลาในกระชังได้อีกหรือไม่ จึงอยากจะวอนขอให้หน่วยงานรัฐ ได้ช่วยเหลือในการมาทำเขื่อนหรือฝายชะลอน้ำให้หน่อย จะได้ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำไว้ใช้กันในหน้าแล้งตลอดปี ซึ่งในทุกๆปีที่ผ่านมาก็ยังพอมีน้ำใช้ แต่ว่าปีนี้หนักสุดในรอบ 40 – 50 ปี ที่เคยเห็นมา

Advertisement




จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางสำรวจต่อไป โดยขึ้นไปทางต้นน้ำที่จะลงมาถึงจุดที่เลี้ยงปลากระชัง ก็พบว่ามีโรงสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้า ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ และยังมีการตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กของชาวบ้าน เพื่อที่จะสูบน้ำจากลำน้ำมูลไปใช้ทางการเกษตร นั่นก็คือการทำนาปรังของเกษตรกรในพื้นที่บ้านท่าลาด ต.ศรีณรงค์ อ.ชุมพลบุรี ในขณะที่ลำน้ำมูลบริเวณนั้นก็ปรากฏว่ามีสันดอนทรายปรากฏขึ้นมามากมายหลายจุด บางจุดเป็นสันดอนขนาดใหญ่ปิดทางน้ำจนสามารถเดินข้ามฝั่งได้ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นมากมายหลายจุดตลอดลำน้ำมูล