“จุรินทร์”ชง ครม.ไฟเขียว“หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ” สินค้าควบคุม

2020-02-03 18:20:51

“จุรินทร์”ชง ครม.ไฟเขียว“หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ” สินค้าควบคุม

“จุรินทร์” ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เคาะ “หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ” เป็นสินค้าควบคุม เสนอ ครม. เห็นชอบ 4 ก.พ.

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร.ครั้งที่ 1/2563 โดยมีเรื่องเพื่อพิจารณาสำคัญ คือ การกำหนดสินค้าควบคุมพ.ศ. 2562 เพิ่มเติม คือ 1.หน้ากากอนามัย 2.เส้นใยโพลีโพรพิลีน(สปันบอนด์)เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3.ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ โดยอาศัยอำนาจทางกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 การกำหนดมาตรการบริหารจัดการสินค้าควบคุมพ.ศ. 2562 (เพิ่มเติม)

ภายหลังการประชุม นายจุรินทร์ แถลงว่า ผลการประชุมมีประเด็นสำคัญให้กำหนดหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม ขั้นตอนถัดนี้ไปคือจะต้องมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 4 ก.พ. และถ้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบก็จะเร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ในทันที ก็จะทำให้สินค้าควบคุมตามกฏหมายเพิ่มขึ้นจาก 52 รายการที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็น 54 รายการ และสามารถดำเนินการมาตรการต่างๆตามมาได้ในการที่จะควบคุมทั้งในเรื่องของปริมาณและในเรื่องของราคา เช่น กรมการค้าภายในสามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายผู้นำเข้าและผู้ส่งออกต้องแจ้งข้อมูลในเรื่องของต้นทุนราคาซื้อราคาขาย ปริมาณการผลิต ปริมาณการนำเข้า ปริมาณการส่งออกหรือว่าสต๊อกได้ในทันที

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นสามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือตัวแทนจำหน่ายสามารถที่จะกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศหรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนตามกฏหมายได้รวมทั้งสามารถที่จะกำหนดให้มีการปิดราคาขายปลีกเป็นต้น ซึ่งมาตรการนี้ก็จะกำหนดตามมาเมื่อที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบแล้วและจะแถลงให้ทราบต่อไป รวมทั้งการที่จะกำหนดให้การส่งออกต้องขออนุญาตในปริมาณจำนวนที่กำหนดได้ก็จะเป็นมาตรการที่กำลังตามมา เพื่อให้ปริมาณหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีปริมาณใช้อย่างเพียงพอในประเทศเสียก่อน

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า เดิมในภาวะปกติตัวเลขการใช้หน้ากากอนามัยภายในประเทศอยู่ที่เดือนละ 30 ล้านชิ้นแต่ในช่วงถัดจากนี้ไปและในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นอาจจะมีความต้องการใช้เพิ่มเติมขึ้นเป็น 40-50 ล้านชิ้นจึงเป็นที่มาที่จำเป็นจะต้องประสานงานเร่งให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นโดยเร็วเพื่อให้สนองกับความต้องการใช้ภายในประเทศ กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิตมาพบแล้วหนึ่งครั้ง และวันนี้ได้มีการพบกับผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะกำหนดมาตรการร่วมกันปรากฏว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวะที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเกรงว่าจะไม่มีหน้ากากอนามัยหรือเจลล้างมือพอที่จะใช้สำหรับป้องกันโรคไวรัสโคโรน่าจึงเป็นที่มาที่อาจจะมีบางพื้นที่ที่ไปซื้อมาเก็บไว้เกินปริมาณความต้องการใช้ปกติจึงทำให้เกิดภาวะขาดแคนสินค้าเป็นจุด ในบางพื้นที่ บางจังหวัด จึงเป็นที่มาที่จะต้องกำหนดให้ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นสินค้าควบคุม

ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ผู้ค้าปลีกหลายรายให้ความร่วมมือนำมาวางขายแล้วการจัดสรรจะลงไปอย่างถี่ถ้วนและกว้างขวางมากขึ้น ถัดจากนี้ไปตั้งแต่ 500 ชิ้นหรือ 10 กล่องขึ้นไปต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายและอาจจะจำกัดการซื้อครั้งหนึ่งซื้อได้ไม่เกินกี่ชิ้นถ้าใครซื้อมากเกินไปและออกนอกประเทศก็จะถูกจำกัดด้วยปริมาณที่เรากำหนดอยู่แล้วว่าให้ซื้อได้คนหนึ่งไม่เกินกี่ชิ้นจะทำให้การหิ้วนอกประเทศยากขึ้นและจะประสานกับกรมศุลกากรช่วยจำกัดการส่งออกให้ได้ผลมากขึ้นไม่น่าจะเกินวันที่ 4 ก.พ. 2563 ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ข้อเท็จจริงทางสุขอนามัย คือ ประชาชนสามารถใช้วิธีการอื่นที่ทดแทนได้เช่นเดียวกันจะได้ไม่ต้องไปซื้อเจลล้างมือมาเก็บไว้ทำให้ผลิตไม่ทันและของขาดตลาดโดยไม่จำเป็นโดยในประเด็นการป้องกันการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส กระทรวงสาธารณสุขแนะนำเรื่องการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ การใช้เจลล้างมือก็ดีแต่ถ้าเราสามารถล้างมือได้ล้างให้ครบทุกจุดก็ถือว่าสำคัญที่สุดและสามารถทำได้ทุกบ้านล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ก็จะดีกว่าแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ เพราะเราสามารถทำได้ทุกที่ที่เรามีและเราสามารถที่จะล้างได้ครบทุกส่วน สำหรับหน้ากากอนามัยในประชาชนทั่วไปที่ไม่เจ็บป่วยการใช้หน้ากากอนามัยที่ใช้ผ้าทำสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ในการป้องกันละอองไม่ให้เข้าสู่ปากหรือตาใช้ผ้าก็สามารถป้องกันได้ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหน้ากากอนามัยแต่ถ้าจะซื้อก็ตามที่ท่านรองนายกฯบอกว่าเราต้องดูมาตรการต่างๆที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาช่วยทำให้การใช้ของประเทศไทยพอเหมาะและทั่วถึง

แท็กที่เกี่ยวข้อง