"หนิง" พร้อมตะลุยญี่ปุ่น เผยเตรียมการป้องกันไวรัสโคโรนาเต็มที่

2020-01-29 17:00:26

"หนิง" พร้อมตะลุยญี่ปุ่น เผยเตรียมการป้องกันไวรัสโคโรนาเต็มที่

เที่ยวไปอย่าได้เกรง "หนิง ปณิตา" พร้อมตะลุยญี่ปุ่น เผยเตรียมการป้องกันไวรัสโคโรนาเต็มที่ ทริปนี้ต้องปลอดภัย...

แม้จะมีการเฝ้าระวังเรื่องไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่ก็มีนักท่องเที่ยวและชาวไทยบางส่วนที่ติดโรคนี้กลับมา แม้ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถควบคุมได้ แต่หลายคนก็ยังคงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ รวมถึงดาราสาว "หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ" ที่ออกมาเผยถึงเหตุการณ์นี้ว่าให้รับข่าวสารที่เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ แม่จะต้องเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแต่เจ้าตัวก็พร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวแบบเต็มที่ โดยสาวหนิงได้เผยว่า


Advertisement




ไวรัสโคโรนามาแรงมากช่วงนี้ รับมือยังไง ?
ตอนนี้ก็พยายามติดตามข่าวสารเยอะๆ แล้วก็ในการตามข่าวสารต้องฝากบอกทุกคนด้วยว่าอย่าตื่นตระหนก ด้วยความที่ตอนนี้โซเชียลมันมีมาก มันก็จะมีข่าวจริง ข่าวปลอม ข่าวมั่วบ้าง บางทีก็ตัดข่าวที่เป็นภาพในหนังมาแล้วมาบอกว่าตอนนี้สถานการณ์ไปถึงขั้นคนออกมาดิ้น ออกมาชักกันอะไรแบบนี้ มันก็ทำให้คนหวาดระแวงไป คือพยายามดูข่าวที่เป็นข่าวจริงๆ ข่าวที่นักข่าวอ่านและวิเคราะห์ที่มีสาระ มีประโยชน์ แต่ถามว่านอยด์ไหมก็นอยด์ ก็พยายามจะให้ลูกดูด้วยแล้วก็สอนว่าตอนนี้จะเอาอะไรเข้าปากก็ล้างมือนะ อย่าขยี้ตานะ เพราะเรารู้แล้วว่าเชื้อโรคพวกนี้มันติดตามเยื้อบุต่างๆ อะไรอย่างนี้ ก็ต้องพยายามมีความรู้กับมัน ถ้าออกมาเจอผู้คนเยอะๆ ก็พยายามใส่หน้ากากออกมาอะไรแบบนี้ค่ะ จริงๆ จะออกเดินทางไปต่างประเทศก็แอบหลอนๆ สนามบินอยู่เหมือนกัน วันนี้ก็เตรียมหน้ากากเอาไว้ แล้วยังบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้อยู่สนามบินให้ใส่หน้ากากกันหน่อยเพราะว่าจริงๆ ตรงสนามบินก็จะน่ากลัวเหมือนกัน คือจะพาน้องไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมีคนติด 4 ราย แต่ใน 4 รายก็เห็นว่าเป็น 4 รายที่เขาควบคุมได้เหมือนอย่างประเทศไทยเราค่ะ

Advertisement



 

เราไม่กลัวใช่ไหม ?
ถามว่ากลัวไหม กลัว กลัวเลย จริงๆ จะมีทริปอีกทริปหนึ่งกับคุณกระแต จะไปมัลดีฟส์ด้วยกัน คุณกระแตถึงขั้นแคนเซิลทริปเลยบอกว่าไม่ไป

เพราะว่าลูกก็ยังเล็กด้วยใช่ไหม ?
ลูกยังเล็กอยู่ค่ะ

Advertisement






น้องณิริณเข้าใจ พร้อมรับมือไหม ?
ถามว่าเข้าใจไหมก็ให้เขาดูข่าว แล้วก็ให้เขาเรียนรู้ไปกับเรา พอเวลาตอนเช้าๆ หนิงพาลูกไปโรงเรียนบางทีเราก็จะเปิดข่าว แล้วถ้าข่าวอันไหนที่มันดูน่าสนใจเราก็จะเปิดเสียง เร่งเสียง ให้เขาได้ยิน แต่ถ้าข่าวไหนรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะรู้เราก็จะหรี่เสียงลงมา ปิดเสียงไปอะไรแบบนี้ค่ะ ให้เขารู้ไปว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง เขาก็จะได้ไปพูดคุยกับเพื่อนๆ ได้ว่าตอนนี้อันนี้มันน่ากลัวนะ แล้วมันไม่ใช่น่ากลัวแค่นี้ คือในเมืองไทยเองพวกโรคของเด็กๆ พวก RSV มือเท้าปาก มันก็ยังระบาดอยู่ ต่อให้มันควบคุมได้หรือรักษาได้ อย่าเป็นก็ดีกว่า จะทำยังไงถึงจะไม่เป็น ก็ต้องอย่าเอามือเข้าปาก กินอะไรก็ต้องกินของสะอาดๆนะ อะไรแบบนี้คือสอนไปตามวัยของเขาอะค่ะ


Advertisement




น้องณิรินตื่นตัวกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง ?
ยังๆ ยังไม่ได้พูดคุยแต่พอแม่แคะขี้ตา แม่ห้ามแคะตาเดี๋ยวเชื้อโรคเข้าลูกตา อะไรแบบนี้ค่ะ

ก่อนหน้านี้เราให้สัมภาษณ์ว่าไม่อยากให้น้องมีแฟน ?
จริงๆ หนิงไม่ใช่ไม่ได้อยากให้มีแฟน คือเป็นพี่จินมากกว่าแหละ มันเหมือนเป็นการไปนั่งสัมภาษณ์แล้วก็มีคนมาถามว่าถ้ามีลูกแล้วโตขึ้นลูกเรามีแฟนจะโอเคไหม แต่เอาจริงๆ เหอะ มันก็เป็นการพูดคุยกันเล่นๆ ว่าคนเป็นแม่ไม่มีใครอยากให้ลูกมีแฟนหรอก แต่เอาจริงๆ วัยเขาก็ยังเล็กอยู่มันยังไม่ถึงขั้นต้องไปคิดขนาดนั้นอะไรแบบนี้ค่ะ


Advertisement




มีเด็กหนุ่มบ้างไหม ?
เด็กหนุ่มในโรงเรียนหรือว่าเด็กๆ อะมันก็เป็นวัยของเขา ที่เป็นวัยแบบรู้จักแล้วอันนี้คือเพศหญิงอันนี้คือเพศชาย ฉันชอบเธอ เธอชอบฉัน แต่มันเป็นการชอบที่มันไม่ได้อย่างที่พวกเราๆ คิดหรอก แต่ละวัยเขาก็จะมีพัฒนาการในกระบวนการคิดแตกต่างกันไปอะไรแบบนี้อะค่ะ คือเอาจริงๆ มันก็ยังไม่ได้ไปซีเรียสขนาดแบบอุ๋ย... อีกนานค่ะ สักพักใหญ่ๆ

เราสอนการรับมือยังไงบ้าง ?
คือในการสอนการรับมือเดี๋ยวนี้ก็คือตามความเป็นจริงแหละๆ เดี๋ยวนี้เขาเห็นสื่อเห็นอะไรเยอะแยะมากมาย เวลาเราพูดเราก็จะบอกว่าผู้หญิงผู้ชายเนี่ยเป็นเพื่อนกันได้ แต่ว่าในวัยหนึ่งที่จะเป็นครอบครัวมันต้องเป็นวัยที่เราต้องเรียนหนังสือจบก่อน เรียนหนังสือจบ ทำงาน รับผิดชอบตัวเองได้อะไรแบบนี้ก็สอนไป แต่ว่าความเข้าใจเขาจะเข้าใจเหมือนเรามันไม่มีทางเข้าใจเหมือนเราหรอก แต่มันก็คือเวลาเขาถามมาเราต้องให้เหตุผลเขา ตอบเขา ไม่ให้เขารู้สึกว่าเวลาเขาถามเราแล้วเขาไม่ได้เหตุผลอะไรเลย คือพอถ้าเขาไม่ได้เหตุผลที่เขาอยากจะได้เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะคุยอะไรกับเรา คือเวลาเราเลี้ยงลูกเราก็ต้องพยายามจะคุยแล้วก็ตอบในคำถามของลูกให้ได้ แต่ไอ้สิ่งที่ยากคือจะทำยังไงให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารอะไรแบบนี้อะค่ะ