เช็กบิลพิชิตคดีปล้นทอง พลังคน-โซเชียล-ตำรวจ และ นรต.36

2020-01-23 18:20:15

เช็กบิลพิชิตคดีปล้นทอง พลังคน-โซเชียล-ตำรวจ และ นรต.36

คงได้ยินคำนี้กันบ่อยๆ "หัวเดียวกระเทียมลีบ" และ "หลายหัวดีกว่าหัวเดียว"


ทำงานใหญ่ต้องใช้คนหลายคน ยิ่งเป็นคนรู้ใจ ยิ่งทำได้ง่าย และหากเป็น "เพื่อนรักเพื่อนซี้" ยิ่งสำเร็จโดยเร็ว

"บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นคนหนึ่งที่รู้ซึ้งและเห็นอานิสงส์เรื่องนี้ดี

"บิํกแป๊ะ" เป็นคนเพื่อนเยอะ ตำรวจส่วนใหญ่รัก ยิ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ยิ่ง "ซี้ปี้ก" ขนาดมองตาก็รู้ใจ คดีไหนใหญ่หรือส่อเค้าความยุ่งยากวุ่นวาย เพื่อน นรต.36 จะรวมตัวเข้าช่วยคลี่คลาย พิชิตคดีให้นักต่อนัก

ส่งผลให้ตำแหน่งใหญ่ ผบ.ตร. ซึ่งเดิมทีเป็นตำแหน่งอาถรรพณ์ ใครมานั่งเป็นก้นร้อน มักมีอันพ้นเก้าอี้ก่อนเกษียณอายุแทบทุกราย ทั้งที่มีเวลาให้นั่งแค่ปีสองปีเป็นส่วนใหญ่ นับตั้งแต่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็น ผบ.ตร.เมื่อปี 2544 เป็นต้นมา

แต่ "บิ๊กแป๊ะ" นั่งมา 4 ปีแล้ว กำลังจะครบ 5 ปีในสิ้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งยาวนานและมั่นคงจนน่าทึ่ง


คงจะจำกันได้ คดีลอบวางระเบิดใน รพ.พระมงกุฎเกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 21 รายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 และคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ล้วนเป็นคดีใหญ่ ผู้คนและสื่อให้ความสนใจเกาะติดแบบไม่มีปล่อย สั่นสะเทือนเก้าอี้ผบ.ตร.อย่างยิ่ง แต่ภายใต้การร่วมมืออย่างเหนียวแน่นของตำรวจร่วมรุ่น นรต.36 ที่เข้าไปช่วยร่วมคลี่คลายคดีแบบถึงไหนถึงกัน ทำให้ทั้ง 2 คดี ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายและนำไปสู่ความกระจ่างถึงสาเหตุและขั้นตอนวิธีการลงมือ ชนิดหมดจดไร้ข้อค้างคาใจ

กระทั่งคดีใหญ่ล่าสุด คนร้ายบุกจี้ชิงทองพร้อมสังหารโหดชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ 3 ศพรวมทั้งเด็ยวัย 2 ขวบ และบาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุเกิดในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองลพบุรี

พร้อมทิ้งปมปริศนาท้าทาย เขาคือใครเพราะสวมชุดโม่งแต่งกายมิดชิด พร้อมอาวุธปืนมีอุปกรณ์เก็บเสียง ปฏิการณ์เพียงไม่กี่นาทีก็หลบหนีจากที่เกิดเหตุพร้อมจักรยานยนต์คู่ใจ ก่อนจะหายเงียบไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีข่าวคราว ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่ม


ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของประชาชนผ่านสื่อโซเชี่ยลที่เคียดแค้นความอำมหิตที่กระทำ ขณะเดียวกัน ก็กดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งคลี่คลายและจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพื่อลงโทษรุนแรง โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องให้ประหารชีวิต

ด้วยเป็นคดีอุกฉกรรจ์ การลงมืออุกอาจ เลือดเย็น ฆ่าได้กระทั่งเด็กและผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด แม้จะน้อยนิด แต่กลับมีคนแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจมากมาย รวมทั้ง บุคคลต้องสงสัยอย่าง "ครูกอล์ฟ" นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผอ.หนุ่มอนาคตไกลชาวลพบุรี แต่ปัจจุบันไปสอนที่จังหวัดสิงห์บุรี

ทำให้ตำรวจมีเป้าต้องสงสัยให้ตรวจสอบหลายคน การทำงานง่ายขึ้น ไล่เลี่ยการปล่อยข่าวเบี่ยงเบนให้ผู้ต้องสงสัยตายใจ ไม่ว่าจะเรื่อง 3 คนที่ถูกจับตา ทั้งทหาร คนในเครื่องแบบ และพลเรือน แต่ไม่มีชื่อ ผอ.กอล์ฟ กับข่าวที่ถูกปล่อยจากปาก ผบ.ตร.เอง คือคนร้ายหลบไปอยู่ชายแดนแล้ว

เบื้องหลังกลวิธี "ล่อเอาเถิด" และการวางกลยุทธ์ติดตามวางแผนพิชิตคดีนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งมาจากความ "เขี้ยว" และ "เก๋าเกม" ของเพื่อน นรต.36

ทั้ง "บิ๊กช้าง" พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย "บิ๊กใหม่" พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ และ "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ทั้ง 3 คนเป็นรองผบ.ตร. และหนึ่งในสาม คือ "บิ๊กปั๊ด" คือคนที่จับตามาตลอดว่า จะขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ แทนที่ "บิ๊กแป๊ะ" ที่จะเกษียณสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยเฉพาะเมื่อพิชิตนี้ได้สำเร็จ หนทางจึงโล่งสะดวกยิ่งกว่าเดิม

คงจำกันได้ หลังเกิดคดีนี้ขึ้น "บิ๊กแป๊ะ" บินด่วนกลับจากต่างประเทศ แล้วตรงดิ่งไปที่ลพบุรี โดยมี 3 บิ๊ก รอง ผบ.ตร. ติดสอยห้อยตามไปด้วย พร้อมมอบหมายภารกิจให้ดูแลในคดีนี้แทนที่ "บิ๊กต้อย" พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา นรต.37 รองผบ.ตร.อีกคน ซึ่งต้องวางมือจากคดีนี้ทันที พร้อมๆกับโอกาสที่ริบหรี่สำหรับเก้าอี้ ผบ.ตร.

รอง ผบ.ตร.ทั้ง 3 คนนี้ก็เป็น "คนหน้าเดิม" ที่ช่วย "บิ๊กแป๊ะ" คลี่คลายเอาชนะคดีระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า และคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่กระบี่ นั่นเอง

นี่คือพลังจากเพื่อน นรต.36 ของ"บิ๊กแป๊ะ" !



Advertisement







Advertisement