จับตา ธนาธร บนเส้นทางปากหุบเหว

2020-01-23 17:55:43

จับตา ธนาธร บนเส้นทางปากหุบเหว

ผ่านไปแล้ว 1 ด่าน ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง กรณียื่นยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค คดีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


ท่ามกลางเสียงเฮของสมาชิกพรรคและแฟนคลับ ทั้งที่ไปปักหลักลุ้นผลที่ตึกไทยซัมมิทที่ทำการพรรค และในที่อื่นๆ

ขณะที่กูรูการเมืองส่วนหนึ่ง ก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ว่าคงจะรอดจากคดีนี้

ส่วนคดีใหญ่ด่านที่ 2 ที่รออยู่เบื้องหน้า คดืนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคให้เงินพรรคกู้ยืม 161.2 ล้านบาท ก็มีมุมมองเป็น 2 ด้านเช่นเดียวกัน

ฝ่ายหนึ่งมั่นใจโดนยุบแน่ๆ เพราะคดีมีความซับซ้อนกว่า การตีความครอบคลุมได้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดแฉบันทึกลับของ กกต. เรื่องจัดประภทของเงินก้อนดังกล่าว

แต่อีกฝ่ายหนึ่ง ยังคงเชื่อว่าน่าจะรอดเช่นเดียวกับคดีล้มล้างการปกครองฯ เพราะที่มาของเงินกู้ชัดเจนอยู่แล้วว่ามาจากนายธนาธร ซึ่งทำกิจการหลายอย่าง มีที่มาที่ไป ไม่เข้าข่ายแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้ง กกต. ยังเปิดให้พรรคชี้แจงลบล้างข้อกล่าวหาได้ด้วย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ที่ถูกเชื่อมโยงมาวิพากษ์ด้วย คือเรื่องพรรคการเมืองอื่นๆอีกอย่างน้อย 17 พรรค รวมทั้งบางพรรคในฝ่ายรัฐบาล ก็มีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเช่นกัน ดังนั้น หากวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็ต้องวินิจฉัยยุบพรรคเหล่านี้ด้วย โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล รธน. เป็นสำคัญ

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเรื่องบทบาทและจังหวะก้าวของนายธนาธร นับจากนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งในกรณีหากพรรคถูกศาล รธน. สั่งยุบ และในกรณีที่ตรงข้ามกัน

เพราะนายธนาธร ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีคนรุ่นใหม่และคนที่อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ คอยติดตามจำนวนมาก การขยับและให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละครั้ง จึงอยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วไปและสื่อ

ก่อนศาล รธน. วินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง นายธนาธรพูดชัดเจนว่า หากพรรคถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง เขาและะนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ก็พร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์นอกสภาต่อไป ควบคู่ไปกับบทบาทของ ส.ส. ในสภาที่จะมีพรรคการเมืองใหม่รองรับ

สอดคล้องกับก่อนหน้านั้น ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อไม่อยากให้เขาทำงานในสภา ก็จะลงไปอยู่กับประชาชน ทำงานการเมืองนอกสภา หมายถึง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ทิ้งประชาชน

นัยจากท่าทีดังกล่าว พอทำให้วิเคราะห์ได้ว่า นายธนาธรอาจพร้อมจะลงไปลุยเตรียมการณ์สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เชื่อว่า จะเกิดขึ้นภายในปี 2563 อย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะในกว่า 10 จังหวัดที่พรรคอนาคตใหม่เคยเล็งไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากเรื่องเปิดเวทีประเด็นแก้รัฐธรรมนูญที่เคยประกาศไว้

การหาฐานที่มั่นในเขตเมืองของหลายจังหวัด ถือเป็นเรื่องจำเป็นและท้าทาย รวมทั้งสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ที่หลายพรรคหลายกลุ่มเล็งๆเอาไว้ ไม่แน่นัก นายธนาธรอาจเบนเป้าไปลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ก็เป็นได้ ซึ่งอาจมีผลไปถึงโอกาสและแนวโน้มของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ "เต็งหนึ่ง" จากค่ายอิสระ อย่างเลี่ยงไม่พ้น

ดังนั้น เรื่องราวของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับแนวโน้มการกลับเข้าสภาผู้แทนฯในฐานะ ส.ส. เขต กทม. ภายใต้ปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่งเอื้อและเปิดช่องทางให้ รวมกระทั่ง เรื่องแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี จากสิทธิ์การเสนอชื่อผู้มีความเหมาะสมจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก็ยังคงอยู่ ในกรณีมีเหตุการณ์จับพลัดจับผลู แล้วรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่อไปบนตำแหน่งผู้นำประเทศไม่ได้

เช่นเดียวกับตำแหน่งนายกฯที่คนในโลกโซเชี่ยลอยากได้ แต่ไม่อาจเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ หรือไม่ก็อาจก้าวพลาดหล่นลงสู่ก้นเหวแบบไปแล้วไปลับจากพรรคถูกยุบ และโดนตัดสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง

ทั้งหมดมีโอกาสเป็นไปได้แทบทั้งสิ้น ขึ้นกับปัจจัยสถานการณ์การเมือง และการตัดสินใจของเจ้าตัวเป็นสำคัญ

ปากเหวที่ 2 ที่กำลังจะก้าวข้าม จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญครับว่า จะโน้มเอียงไปทางไหน?




Advertisement







Advertisement