“ปิยบุตร” ย้ำอนาคตใหม่ไม่เคยคิดล้มล้างสถาบัน

2020-01-18 23:40:24

“ปิยบุตร” ย้ำอนาคตใหม่ไม่เคยคิดล้มล้างสถาบัน

“ปิยบุตร” ย้ำอนาคตใหม่ไม่เคยคิดล้มล้างสถาบัน เรียกร้อง ส.ส.ของพรรคทุกคนย้ายร่วมพรรคใหม่ แนวคิดเดียวกันอย่างพร้อมเพียง หากสุดท้ายพรรคต้องถูกยุบ 

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ในการบรรยายพิเศษ “ Future Is Now # อย่ากลัวอนาคต” ณ อาคาร SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยกล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ ถูกยื่นคำร้องให้ยุบพรรค ตามมาตรา 49 โดยระบุพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ตามที่นายณฐพร โตประยูร ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง กล่าวหานายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ล้อมล้างการปกครอง โดยหยิบยกการแสดงความคิดเห็น บทความต่างๆ นำงานวิชาการต่างๆมาตัดตอนบางถ้อยคำ ว่านี่คือพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง รวมถึงนำบทบาทในช่วงที่ตนเป็นนักวิชาการ ที่รณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะที่ นายธนาธร ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุน การเคลื่อนไหวต่างๆรวมถึงการรณรงค์ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือการล้มล้างการปกครอง ซึ่งเมื่อเทียบกับกรณีที่ทหารออกมายึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองนี่ต่างหากคือการล้มล้างการปกครองที่แท้จริง โดยจากสิ่งที่กล่าวอ้างมานั้น ยืนยันไม่มีตรงจุดใดที่นายธนาธรและตนต้องการเปลี่ยนแปลงจากประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ และไม่มีตรงจุดใดที่ต้องการเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบประธานาธิบดี ซึ่งหลากหลายประเด็นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการตั้งพรรคอนาคตใหม่ และหลายประเด็นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่ มองว่าคำร้องฉบับนี้เป็นคำร้องที่ไร้สาระไม่ต่างจากใบปลิว 

นายปิยบุตรมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือความหวาดกลัวในกระแสของพลังหนุ่มสาว และหวาดกลัวพรรคอนาคตใหม่ จึงต้องการกำจัดให้ออกไปจาก อนาคตการเมืองไทย และข้อหาหนึ่งที่ถูกนำมาใช้โดยตลอดคือข้อหาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต้องการสื่อให้สังคมเห็นว่านายธนาธรและนายปิยบุตรคือคนล้มเจ้า ทั้งนี้ขอยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่คิดไม่เคยคิดที่จะทำลายหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน ซึ่งอนาคตใหม่ทุกคนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายปิยบุตร กล่าวว่า ในวันที่ 21 ม.ค.ที่จะถึงนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีดังกล่าวนั้น มั่นใจว่าเมื่อมองจากข้อเท็จจริงไม่สามารถยุบพรรคอนาคตใหม่รวมถึงตัดสิทธิทางการเมืองของนายธนาธรและตนได้ แต่เมื่อสังคมวิเคราะห์ว่าพรรคอนาคตใหม่ จะถูกยุบแน่ ดังนั้นขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ ย้ายไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ที่มีแนวทางเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ร่วมกัน พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ 60,000 คนย้ายไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่ที่มีแนวทางเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ในอนาคตอย่างพร้อมเพียง

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่พรรคถูกยุบมาถึง นายธนาธร และจะยังอยู่ในวงการการเมืองไม่กลับไปทำธุรกิจส่วนตัว และจะเดินสายอภิปรายทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่าระบอบเผด็จการอำนาจนิยมทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายเพียงแค่ให้ ผู้ครองอำนาจเดินหน้าได้ตามวัตถุประสงค์ ดังนั้นขอให้ทุกคน ต้องร่วมกันต่อต้าน ไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น