คุมเข้มโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

2020-01-12 23:35:11

คุมเข้มโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

กรมควบคุมโรคคุมเข้มโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 

ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ในภาวะฉุกเฉิน รายงานกรณีโรคปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อไวรัส (Viral Pneumonia) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ดังนี้

1.สถานการณ์ในต่างประเทศ

วันที่ 11 ม.ค. 2563 สาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ทั้งสิ้น 59 ราย โดย 41 ราย มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย อาการรุนแรงอยู่ในภาวะวิกฤติ 7 ราย อาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลแล้ว 2 ราย พบผู้สัมผัสที่อยู่ภายใต้ การสังเกตอาการ 739 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 419 ราย ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อ จากคนสู่คน

วันที่ 12 ม.ค. 2563 เขตการปกครองพิเศษฮ่องกงพบผู้เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้าได้กับเกณฑ์ทั้งหมด 67 ราย อาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลแล้ว 52 ราย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วย 48 ราย พบเชื้ออื่น ที่ไม่ใช่เชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่

วันที่ 10 ม.ค. 2563 ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ อย่างใกล้ชิด

วันที่ 9 ม.ค. 2563 ประเทศไต้หวัน พบผู้ป่วยเข้าได้กับเกณฑ์การเฝ้าระวัง 13 ราย อาการดีขึ้น ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 11 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 

วันที่ 8 ม.ค. 2563 สาธารณรัฐเกาหลี พบผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และติดตามอาการผู้สัมผัสจำนวน 29 ราย

2. มาตรการในต่างประเทศ ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ใช้มาตรการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน และมีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) มณฑลหูเป่ย (Hubei) สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งแจ้ง เตือนประชาชนให้ระมัดระวังและป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ

3. สถานการณ์ภายในประเทศ กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินในเส้นทางที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่และท่าอากาศยานภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 3 – 12 ม.ค. 2563 จำนวน 58 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง ทั้งสิ้น 9,122 ราย พบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้ตามนิยาม 8 ราย นอกจากนี้มีผู้ป่วยที่มีอาการเข้าตามนิยามไปรับการตรวจรักษา ที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง 4 ราย รวม 12 ราย ไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและได้กลับบ้านแล้ว จำนวน 8 ราย ผู้ป่วย 9 รายที่ทราบเชื้อที่เป็นสาเหตุและได้รับการวินิจฉัยสุดท้ายประกอบด้วย Influenza A 5 ราย, Influenza B 1 ราย, Influenza C 1 ราย, H. influenzae 1 ราย และ Coronavirus OC43 1 ราย รายละเอียดดังตาราง


4. สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว 

-ประชุมหารือผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนดำเนินงานในช่วง เทศกาลตรุษจีนอย่างใกล้ชิด

-แจ้งเตือนโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในประเทศจีน (เมืองอู่ฮั่น) บน website กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

-หารือกับสายการบินประเด็นการคัดกรองผู้เดินทางก่อนขึ้นเครื่อง และการทำความสะอาด การฆ่าเชื้อ ภายในเครื่องบินทุกเที่ยวบินท่ีมาจากเมืองอู่ฮั่น

-ประสานงานกับสถานทูตจีนเพื่อขอความร่วมมือให้เป็นสื่อกลางในการดูแลสุขภาพนักเดินทางชาวจีน

-เผยแพร่คู่มือแนวทางในการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค และแนวทางเวชปฏิบัติ (CPG) กรณีผู้ป่วยสงสัย โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งแจ้งช่องทางการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยและผู้ป่วย สงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลุ่มภารกิจตระหนักรู้สถานการณ์สาธารณสุข (viralpneumoniasat@ddc.mail.go.th)

-เผยแพร่สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ กับสาธารณชน

-สำรวจความพร้อมของห้องแยกความดันลบ (Negative Pressure Room) เวชภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา

-จัดทำเว็บไซต์และฐานข้อมูลผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่

5.สิ่งที่กำลังดำเนินการ

-ติดตามอาการผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง รวม 40 ราย และรวบรวมข้อมูลสาหรับการติดตามผู้สัมผัส ที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 145 ราย

-ติดตามสถานการณ์ข่าวสารผู้ป่วยในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

-ดำเนินการเฝ้าระวัง ส่งต่อผู้ป่วยสงสัยจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไปยังโรงพยาบาลที่กำหนด

6. ประเด็นที่ต้องดำเนินการในระยะต่อไป

-ประชุมหารือ แนวทาง การเตรียมการและการดำเนินงานในระดับนโยบายระหว่างผู้บริหารระดับสูงของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการต่างประเทศ



Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง