ไฟป่าออสเตรเลีย นรกบนดิน

2020-01-02 14:45:13

ไฟป่าออสเตรเลีย นรกบนดิน

ออสเตรเลียกำลังได้รับความเสียหายอย่างกนักจากไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยพื้นที่กว้างใหญ่ไฟศาลของประเทศ ถูกไฟป่าเผาหวอด ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูไฟป่าในเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ทั่วออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบคน และเฉพาะในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐเดียว มีบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 900 หลังถูกเผา เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง กำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการควบคุมไฟป่าครั้งใหญ่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากอีกหลายประเทศ รวมทั้งสหรัฐ

ไฟป่ายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากคลื่นความร้อนและความแห้งแล้งซ้ำซากยาวนาน และยังมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือโลกร้อน ที่ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติจากแย่ เป็นเลวร้าย

Advertisement




ไฟป่าเกิดขึ้นในทุกรัฐของออสเตรเลีย แต่รัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ไฟป่าลุกลามพื้นที่ป่าละเมาะ, พื้นที่ป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ และอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง เช่นบลู เมาน์เทนส์ หลายเมืองขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย ก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งรวมทั้งเมลเบิร์น และซิดนีย์ ซึ่งไฟป่าได้ทำลายบ้านเรือนในพื้นที่รอบนอกและกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมใจกลางเมือง

ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ปัญหาหมอกควันเลยร้ายมากในซิดนีย์ ซึ่งคุณภาพอากาศย่ำแย่สูงว่าระดับที่เป็นอันตรายถึง 11 เท่า

Advertisement




ไฟป่าลุกลามในพื้นที่จากจุดเล็ก ๆ จนขยายวงกว้างกลายเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ เผาผลาญพื้นที่รวมกันแล้วมากกว่า 25 ล้านไร่ แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมได้ในจุดหนึ่ง แต่ก็ยังมีไฟป่าจุดใหม่เกิดขึ้นรายวัน กลายเป็นไฟป่าครั้งใหญ่ที่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายหลายเดือน

แต่ละปีจะมีฤดูไฟป่าแทรกเข้ามาในช่วงฤดูร้อนของออสเตรเลีย ด้วยความที่อากาศร้อนจัด, แห้งแล้ง ยิ่งทำให้ง่ายที่จะทำให้เกิดไฟป่าลุกลามได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่นฟ้าผ่าในพื้นที่ป่าที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ฟ้าผ่าในสภาพอากาศแห้ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟป่าหลายจุดในภูมิภาคอีสต์ กิปป์สแลนด์ รัฐวิกตอเรียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จากนั้นก็ลุกลามอย่างรวดเร็วมากกว่า 20 กิโลเมตรในเวลาเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น

Advertisement



ส่วนสถานที่อื่น ๆ เช่นรัฐแคลิฟอร์เนีย และอินโดนีเซีย ปกติก็จะมีฤดูไฟป่าอยู่แล้วเป็นปกติ แต่ไฟป่าในออสเตรเลียมีความพิเศษ เพราะไฟป่าในออสเตรเลีย กระแสลมมักพัดพาเถ้าถ่านที่ยังไม่มอด ไปตกในพื้นที่อื่น และไฟเริ่มลุกไหม้อีกขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ จากจุดเริ่มต้น

แต่ก็ยังมีไฟป่าบางจุดเกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยในเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว สำนักงานดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ จับกุมตัวสมาชิกอาสาสมัคร อายุ 19 ปี ฐานต้องสงสัยวางเพลิง ตั้งข้อหาเขา 7 กระทงในข้อหาจงใจเผาป่า

ทั้งนี้ ฤดูไฟป่าในออสเตรเลีย มันจะอันตรายเสมอ วันเสาร์ทมิฬ หรือ Black Saturday ของปี 2552 ไฟป่าคร่าชีวิตประชาชนในรัฐวิกตอเรียไป 173 คน ทำให้เป็นหายนะไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งประวัติศาสตร์ แต่สถานการณ์ไฟป่าในปีนี้ วิกฤตรุนแรงผิดปกติ ทำให้ยากต่อการควบคุม

ออสเตรเลียเผชิญปัญหา 1 ในภัยแล้วครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี สำนักงานพยากรณ์อากาศของออสเตรเลีย ระบุในเดือนธันวาคมว่า ฤดูใบไม้ผลิล่าสุดอยู่ในช่วงที่แห้งแล้งที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน คลื่นความร้อนในเดือนธันวาคม ก็ทำลายสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศสูงที่สุด โดยในหลายพื้นที่ อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส

Advertisement




กระแสลมแรงก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไฟป่าและควันไฟกระจายปกคลุมอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การเสียชีวิต พนักงานดับเพลิงอาสาสมัครอายุ 28 ปี เสียชีวิตในรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธ.ค.หลังจากรถกระบะของเขาถูกกระแสลมแรงพัดกระหน่ำจนพลิกคว่ำ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเลวร้ายมากขึ้น เช่นไฟป่าและน้ำท่วม สภาพอากาศกำลังวิปริตแปรปรวนมากยิ่งขึ้น และหลายปีมาแล้ว ที่ไฟป่าเริ่มต้นก่อนที่ฤดูไฟป่าจะมาถึง และลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานฉุกเฉินหลายคน ซึ่งรวมทั้งอดีตกรรมาธิการของสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ผู้นำออสเตรเลีย ในปี 2552 เตือนถึงผลกระทบของวิกฤตโลกร้อนในออสเตรเลีย

หลายเมืองถูกไฟป่าเผาหวอดทั้งเมือง และประชาชนในหลายรัฐสูญเสียบ้านของพวกเขา รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ เสียหายด้านโครงสร้างหนักที่สุด มีบ้านเรือนกว่า 900 หลังถูกไฟเผาเหลือแต่ซากและกว่า 350 หลังเสียหาย ไฟป่ากินพื้นที่ 22.5 ล้านไร่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์, 7.5 ล้านไร่ในรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย, อย่างน้อย 1,562,500 ไร่ ในรัฐควีนสแลนด์ และมากกว่า 568,750 ไร่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย รวมกันทั้งสิ้นมากกว่า 31 ล้านไร่ ซึ่งมีขนาดเท่ากับประเทศคอสตาริกา

ซูส์ซาน ลีย์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ไฟป่าสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อชีวิตสัตว์ป่าและระบบนิเวศน์ หมีโคอาลาเกือบ 1 ใน 3 ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ อาจตายในกองเพลิง และพื้นที่ 1 ใน 3 ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมัน ถูกทำลายเสียหาย

Advertisement




เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลกลางกำลังทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับวิกฤตไฟป่าที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน

รัฐนิวเซาท์เวลส์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการมอบอำนาจพิเศษให้เจ้าหน้าที่ใช้ทรัพยากรของรัฐบาลและรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐบาลกลางโดยตรงในการจัดการไฟป่า ส่วนรัฐควีนสแลนด์ ก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงสั้น ๆ ด้วยในเดือนพฤศจิกายน

มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 2,000 คน ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่เฉพาะในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และนิวซีแลนด์ก็ส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยด้วย

ส่วนรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ส่งทหารทั้งทหารบก ทหารอากาศและทหารเรือ ไปช่วยดับไฟ, ค้นหาและกู้ภัย พร้อมกับทำความสะอาดในพื้นที่ที่ไฟสงบแล้ว

นายกรัฐมนตรีมอร์ริสัน กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจัดสรรงบประมาณอย่างน้อย 23 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้ครอบครัวและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากจากภัยพิบัติครั้งนี้ และอีก 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (4,200 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับอาสาสมัครดับเพลิง ที่ปฏิบัติหน้าที่มานานกว่า 10 วัน

โชคไม่ดี ออสเตรเลียเพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อน โดยปกติแล้ว อุณหภูมิที่สูงที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ซึ่งนั่นก้หมายความว่า ออสเตรเลียอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะคลี่คลายสถานการณ์ไฟป่าปีนี้ได้

ไฟป่าในออสเตรเลียครั้งนี้ ไม่ต่างจากนรกบนดิน หายนภัยทางธรรมชาติที่ทุกประเทศต้องใส่ใจ