สธ.เผยสารสกัดกัญชารักษาลมชัก-มะเร็งระยะสุดท้ายได้ผล

2019-12-31 10:50:34

สธ.เผยสารสกัดกัญชารักษาลมชัก-มะเร็งระยะสุดท้ายได้ผล

สธ.เผยผลเบื้องต้นใช้สารสกัดกัญชามาตรฐานการแพทย์ของ อภ.กับผู้ป่วย พบสารสกัดชนิด CBD สามารถควบคุมอาการชักในผู้ป่วยเด็กโรคลมชักได้ดี ส่วนสารสกัดกัญชาชนิด THC:CBD ที่ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมีประสิทธิผลในการลดอาการปวด ช่วยให้นอนหลับ เพิ่มความอยากอาหารได้

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.​นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความสนใจและติดตามประเด็นการนำสารสกัดกัญชามาใช้กับผู้ป่วย และการศึกษาวิจัยทางการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยได้มอบหมายให้กรมการแพทย์รับไปดำเนินการในประเด็นดังกล่าว ขณะนี้ได้รับรายงานว่าสารสกัดกัญชาชนิด CBD เด่น สามารถควบคุมอาการชักในผู้ป่วยเด็กโรคลมชักส่วนใหญ่ได้ดี และสารสกัดกัญชาชนิด THC:CBD เป็น 1:1 ที่ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมีประสิทธิผลในการลดอาการปวด ช่วยให้นอนหลับ และเพิ่มความอยากอาหารได้ ในส่วนของโรคสมองเสื่อม ขั้นตอนอยู่ระหว่างการจัดสรรสารสกัดกัญชาชนิด THC:CBD เป็น 1:1 ให้กับผู้ป่วย คาดว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมจะได้รับสารสกัดกัญชาในเดือนมกราคม 2563 กรณีผู้ป่วยโรคพาร์กินสันซึ่งจำเป็นต้องใช้สารสกัดกัญชาชนิด CBD เด่น ซึ่งมีปริมาณจำกัดในระยะแรก คงต้องรอการผลิตที่จะได้รับในระยะต่อไป นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า ผลจากการวิจัยเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง มีความเป็นไปได้สูงที่จะพัฒนาสารสกัดกัญชาเป็นยารักษามะเร็งบางชนิดได้ในอนาคต ทั้งนี้ ต้องมีการศึกษาวิจัยในขั้นตอนของสัตว์ทดลองเป็นขั้นตอนต่อไป หากได้ผลดีจึงไปนำสู่การศึกษาวิจัยในคนและนำมาใช้กับผู้ป่วย

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความมุ่งมั่นให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความปลอดภัย สามารถลดอาการเจ็บป่วยหรือ ควบคุมอาการเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในวันที่ 15 ม.ค. 2563 ทีมกระทรวงสาธารณสุขจะเดินทางไปเยี่ยมศึกษาและติดตามความก้าวหน้าการเก็บช่อดอกกัญชาปลอดสารเคมี ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติการปลูกที่ดี (good agricultural practice; GAP) ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นสารสกัดกัญชาที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อการดำเนินการให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยสารสกัดกัญชาอย่างแท้จริง


ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้สถาบันประสาทวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติบรมราชชนนี และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นำสารสกัดกัญชามาตรฐานทางการแพทย์ (medical grade) ไปใช้เพื่อการรักษา บรรเทาอาการของผู้ป่วย ผลที่ได้พบว่าเมื่อใช้สารสกัดกัญชาชนิด CBD เด่นกับผู้ป่วยเด็กโรคลมชัก จำนวน 13 คน คุมอาการชักได้ดี 2 คน มีอาการชักลดลง 10 คน และ 1 คนที่ไม่สามารถคุมอาการชักได้ ในส่วนของสารสกัดกัญชาชนิดอัตราส่วน THC:CBD เป็น 1:1 ที่ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โดยรับผู้ป่วยไว้รักษาแบบคนไข้ใน (inpatient) เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย จำนวน 13 คน พบว่า ผู้ป่วยมีอาการปวดลดลง 7 คน (ผู้ป่วยทีอาการปวดทั้งสิ้น 10 คน) นอนหลับได้ดีขึ้น 10 คน (ผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนจำนวน 12 คน) ผู้ป่วยที่เบื่ออาหาร 5 คนมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นทุกคน อย่างไรก็ตาม พบอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้สารสกัดกัญชาในผู้ป่วยมะเร็ง ได้แก่ หูแว่วและเห็นภาพหลอน 1 คน การเคลื่อนไหวและการทรงตัวผิดปรกติ 3 คน ความคิดช้าลงจำนวน 1 คน ผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้นเมื่อหยุด ลดขนาดยาลง และปรับเปลี่ยนวิธีการให้ยา 

ประเด็นการศึกษาวิจัยในหลอดทดลอง พบว่าสาร THC และ CBD ในอัตราส่วนต่างๆ เมื่อพิจารณาจากการใช้ปริมาณน้อยแต่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองลงได้ครึ่งหนึ่ง และไม่ส่งผลต่อเซลล์ปรกติ พบว่ามีจำนวน 8 ชนิดมะเร็ง ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านมที่มีตัวรับสัญญาณฮอร์โมนเอสโตรเจน (ER+) มะเร็งตับอ่อน มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งปอดบางชนิด และมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตาม มีสารสกัดกัญชาบางอัตราส่วนเมื่อใช้ปริมาณน้อยกลับส่งผลให้เซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลองเจริญเติบโตเร็วขึ้น

​ 


Advertisement